รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 2

การพบกันที่บังเอิญ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
“หลบไป!” เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งตัดผ่านความเงียบงันในเสี้ยววินาทีที่เมฆากำลังจะขยับตัว แสงไฟฉายสว่างวาบไม่ได้มาจากศัตรูที่พังประตูเข้ามา แต่มันพุ่งตรงมาจากมุมมืดหลังชั้นหนังสือเก่าที่เขานั่งอยู่ ทันทีที่เสียงสั่งการจบลง เสียงปืนเก็บเสียงดัง ‘พึ่บ’ สั้นๆ สองครั้งซ้อน ร่างของชายชุดดำสองคนหน้าประตูทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นราวกับหุ่นเชิดที่ถูกตัดสายชัก เมฆาไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าหาชายชุดดำคนที่สามที่กำลังชะงักด้วยความงุนงง สันมือของเขาฟาดเข้าที่ลำคอของมันอย่างแม่นยำก่อนจะกระแทกหัวมันเข้ากับวงกบประตูจนสลบเหมือด ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วและเงียบเชียบจนแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจ ความเงียบกลับมาปกคลุมห้องสมุดร้างอีกครั้ง กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ เริ่มกระจายตัว เมฆาหันขวับไปทางมุมมืดนั้นทันที มือขวาของเขากำปืนแน่น เล็งไปยังเงาร่างที่ยังคงยืนนิ่งถืออาวุธยาวในท่าทางที่มั่นคงดุจหินผา “ใคร?” เมฆาเค้นเสียงถาม นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปที่มือของบุคคลปริศนา นิ้วชี้ที่วางอยู่บนไกปืนของเธอนั้นสวมแหวนหัวกะโหลกสีเงิน… วงเดียวกับที่พ่อของเขาเคยสวมติดนิ้วจนวาระสุดท้าย “ถ้าอยากตายก็ก้าวเข้ามาอีกก้าวสิ” เสียงหวานแหบพร่าแต่แฝงความเด็ดขาดดังออกมาจากเงามืด “แต่ถ้าอยากรู้ว่าทำไมแหวนวงนี้ถึงมาอยู่บนนิ้วฉัน... ก็วางปืนลงซะ” ร่างนั้นก้าวออกมาจากมุมมืด แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคาสาดกระทบใบหน้าเรียวสวยที่ดูเหนื่อยล้า แต่แววตานั้นกลับวาวโรจน์ด้วยความทะนง รินรดาลดอาวุธลงครึ่งหนึ่ง แต่สายตายังคงจ้องจับผิดเมฆาทุกกระเบียดนิ้ว เธอไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่เขาเคยเห็นในแฟ้มประวัติของอดีตนักข่าวสืบสวนที่หายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อน “รินรดา?” เมฆาทวนชื่อด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ “คุณควรจะตายไปพร้อมกับคดีของอัครพลแล้วไม่ใช่เหรอ?” รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ใบหน้าของเธอมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปาก “ความตายมันเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยเกินไปสำหรับคนที่รู้ความจริงมากเกินไป เมฆา... พ่อคุณไม่ได้ทิ้งแค่สมบัติไว้ให้คุณหรอกนะ แต่เขาทิ้ง ‘คำสาป’ ไว้ด้วย” เธอโยนกุญแจดอกหนึ่งมาให้เขา มันตกลงบนพื้นไม้ดัง ‘เคร้ง’ เมฆาก้มลงมอง กุญแจดอกนั้นสลักตราสัญลักษณ์ประหลาดที่เขาจำได้ดีจากรอยสักบนหลังมือของศพที่เขาเคยเจอในห้องเก็บศพเมื่อสัปดาห์ก่อน “อัครพลกำลังจะขุดรอยจารึกนั่นขึ้นมา” รินรดาก้าวเข้ามาใกล้จนเมฆาสัมผัสได้ถึงไอเย็นจากตัวเธอ “และคนที่อยู่ในชุดดำพวกนี้ ไม่ใช่ลูกน้องของมัน... แต่เป็น ‘เงา’ ของพ่อคุณที่ส่งมาเพื่อเก็บกวาดงานที่เขายังทำไม่สำเร็จ” เมฆาชะงัก มือที่ถือปืนสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความสับสนที่ถาโถมเข้ามาราวกับพายุ “พ่อฉันตายไปแล้ว เขาจะส่งเงามาได้ยังไง? คุณโกหก!” “ตายจริงเหรอ?” รินรดายิ้มเย็น สายตาของเธอเลื่อนไปมองที่ประตูห้องที่ถูกพังเข้ามา “ถ้าเขาตายไปแล้วจริงๆ แล้วทำไมศพที่พ่อนายฝังไว้ในหลุมเมื่อยี่สิบปีก่อน ถึงเพิ่งถูกขุดขึ้นมาเมื่อคืนนี้ด้วยน้ำมือของลูกน้องคนสนิทของอัครพลล่ะ?” เมฆารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ข้อมูลที่รินรดาหยิบยื่นให้มันขัดแย้งกับทุกสิ่งที่เขาเชื่อมาตลอดชีวิต หากพ่อของเขาไม่ได้ตายจริงๆ แล้วสิ่งที่เขาเฝ้าตามหาตลอดหลายปีที่ผ่านมาคืออะไร? “ไปกับฉัน” รินรดาสั่งพลางก้าวไปที่หน้าต่าง “ถ้าไม่อยากให้ปมปริศนาที่พ่อนายผูกไว้ กลายเป็นบ่วงรัดคอเราทั้งคู่ตายไปเสียก่อน” ทว่าก่อนที่เท้าของเมฆาจะก้าวตามไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มใหญ่ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของชายชุดดำกลุ่มเดิม แต่มันคือเสียงรองเท้าคอมแบทที่ก้าวอย่างเป็นจังหวะพร้อมเพรียงกันเหมือนกองทัพ รินรดาชะงักทันที เธอเบิกตากว้างเมื่อเห็นแสงสีแดงจากเลเซอร์นับสิบจุดพุ่งผ่านรูโหว่ของกำแพงเข้ามาจับที่หน้าอกของเมฆา “ซวยแล้ว...” รินรดาพึมพำ “อัครพลไม่ได้มาเอง แต่มันส่ง ‘หน่วยกวาดล้าง’ มา...” เมฆาหันไปมองกุญแจบนพื้น ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่ตอนนี้สีหน้าเปลี่ยนจากความเด็ดขาดเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ในวินาทีที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปคว้ากุญแจ แสงไฟสปอร์ตไลท์ขนาดใหญ่ก็สาดส่องเข้ามาจากหน้าต่างหน้าห้องจนตาพร่า เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังผ่านเครื่องขยายเสียงเข้ามาจากภายนอกอาคาร “ออกมาเถอะ เมฆา... ยิ่งนายขัดขืนมากเท่าไหร่ รอยจารึกบนแหวนวงนั้นก็จะยิ่งเปลี่ยนสีเป็นสีเลือดเร็วขึ้นเท่านั้น” เมฆาหัวใจเต้นรัวเมื่อได้ยินชื่อตัวเอง ความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ถูกสั่นคลอนด้วยความโกรธแค้น เขาหันไปหารินรดาที่ตอนนี้ดึงมีดพกออกมาจากเข็มขัด “คุณรู้เรื่องแหวนนี่ดีกว่าที่พูด... รินรดา... แหวนวงนี้มันไม่ใช่ของพ่อฉันคนเดียวใช่ไหม?” รินรดาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะมองตรงมาที่ตาเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเวทนา “มันคือแหวนของคนที่ทรยศต่ออัครพลทุกคน... และโชคร้ายที่บนแหวนวงนั้น สลักชื่อของผู้ถือครองคนสุดท้ายไว้... ซึ่งตอนนี้ ชื่อที่ปรากฏบนนั้น ไม่ใช่ชื่อของพ่อนาย แต่มันคือชื่อของนาย... เมฆา” เมฆาก้มลงมองแหวนในมือ รอยสลักที่เขาคิดว่าเป็นแค่ลายประดับ เริ่มปรากฏอักขระสีแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเส้นเลือดที่กำลังสูบฉีดภายใต้เนื้อโลหะเย็นเฉียบนั้น! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเมฆา แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - เมทริกซ์ซีโร่
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%