กลิ่นสนิมเหล็กและฝุ่นผงปูนเก่าคละคลุ้งในโพรงจมูก ทันทีที่รองเท้าหนังของเมฆาก้าวข้ามธรณีประตูบานพับเหล็กที่ผุพัง เสียงเอี๊ยดอาร์ดโหยหวนดั่งเสียงกรีดร้องของโลหะสะท้อนก้องไปทั่วโครงสร้างคอนกรีตเปลือยเปล่าของโรงงานร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ที่นี่... ไร้ซึ่งเงาของผู้ที่นัดหมาย
หน้าจอสมาร์ตโฟนในมือสั่นเตือน ข้อความล่าสุดถูกส่งเข้ามาเมื่อสามนาทีที่แล้ว—*“อยากรู้ความจริงเรื่องคืนวันที่สิบห้า? เดินขึ้นไปชั้นสาม อย่าหันหลังกลับ”*—แสงสีฟ้าสะท้อนเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่ฉายแววระแวดระวัง เมฆาไม่ได้รู้สึกประหลาดใจ เขารู้ตัวตั้งแต่ก้าวลงจากรถแล้วว่านี่คือหมากตบตา แต่สิ่งที่เขาต้องยอมเดินเข้ามารับความเสี่ยง ก็เพื่อกระชากหน้ากากของคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเงาสีดำที่กัดกินชีวิตเขามาแรมปี
“มาช้ากว่าที่คิดนะ เมฆา”
เสียงทุ้มต่ำดังสะท้อนมาจากความมืดเบื้องบน ขัดจังหวะความคิดของเขา เมฆาหยุดฝีมือ สายตากวาดมองโครงเหล็กขึ้นสนิมและซากเครื่องจักรกลที่ถูกทิ้งร้างราวกับซากกระดูกไดโนเสาร์ในยุคโบราณ ทุกย่างก้าวที่เขยิบเข้าใกล้บันไดวน มีเสียงฝีเท้าเบาหวิวที่พยายามซ่อนเร้น แต่ประสาทสัมผัสของอดีตตำรวจนอกราชการอย่างเขาไม่มีทางพลาดร่องรอยเหล่านั้น
“อัครพลคงไม่ว่างถึงขนาดต้องมาต้อนรับฉันด้วยตัวเองหรอกกระมัง” เมฆาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความเกรงกลัว แต่แฝงด้วยความเย้ยหยันที่บาดลึก “หรือว่า... สุนัขรับใช้แถวนี้อยากลองชิมคมกระสุนก่อนเจ้านาย?”
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงปรบมือช้าๆ จะดังขึ้นจากระเบียงชั้นสอง ร่างเงาของชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากหลังเสาปูน ควันจางๆ จากมวนซิการ์ลอยฟุ้งตัดกับแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างที่แตกละเอียด
ไม่ใช่... นั่นไม่ใช่ลูกน้องระดับล่าง แต่เป็นมือขวาคนสนิทของอัครพล—‘พงศ์’ ผู้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดและเลือดเย็น
“ฉลาดสมกับเป็นลูกชายของสารวัตรผู้ล่วงลับ” พงศ์พ่นควันสีเทาออกทางจมูก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนมุมปาก “แต่ความฉลาดมักพาคนตายเร็วกว่าที่ควรจะเป็น นายคิดจริงๆ หรือว่าการเข้ามาเหยียบเขตของอัครพล จะทำให้อะไรๆ มันง่ายขึ้น?”
เมฆาไม่ตอบ เขาเพียงขยับตัวยืนในมุมที่ได้เปรียบ สายตาคมกริบกวาดสำรวจพื้นที่รอบด้าน สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว—ทางหนีทีไล่มีเพียงประตูเหล็กด้านหลังที่ตอนนี้ถูกล็อกตายจากด้านนอก หน้าต่างสูงจากพื้นเกินสี่เมตร และที่สำคัญ... เสียงฝีเท้าที่ดังแว่วมาจากมุมมืดรอบทิศทางบ่งบอกว่า เขาไม่ได้มาคนเดียว และพวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา
“รินรดาพยายามติดต่อฉันตั้งแต่เมื่อชั่วโมงก่อน เธอบอกว่าได้เอกสารชิ้นสำคัญเกี่ยวกับคดีฟอกเงินของบริษัทในเครืออัครพล... และบังเอิญเหลือเกินที่เบอร์ของเธอดันส่งพิกัดมาที่นี่ก่อนสัญญาณจะตัดไป” เมฆาจงใจโยนหินถามทาง สังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
รอยยิ้มบนใบหน้าของพงศ์กระตุกวูบไปชั่วเสี้ยววินาที—เพียงพอแล้วที่จะทำให้เมฆามั่นใจว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังตกอยู่ในอันตรายจริง
“แกกังวลเรื่องนักข่าวสาวคนนั้นเหรอ?” พงศ์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและชวนคลื่นไส้ “น่าเสียดาย... คนที่รู้มากเกินไป มักจะมีจุดจบแบบเดียวกันเสมอ ไม่ที่ก้นแม่น้ำ ก็ในกองเพลิง”
สิ้นเสียงคำราม พงศ์ดีดก้นบุหรี่ทิ้งลงพื้นและโบกมือเป็นสัญญาณ เงาดำร่างหนึ่งพุ่งวาบออกมาจากซากเครื่องจักรด้านซ้าย หมัดหนักหน่วงพุ่งตรงเข้าที่ใบหน้าของเมฆาอย่างรวดเร็ว
ด้วยสัญชาตญาณดิบ เมฆาเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว แรงลมจากการเหวี่ยงหมัดเฉียดแก้มไปเพียงมิลลิเมตร เขาไม่รอช้า ซัดศอกสวนเข้าที่ลิ้นปี่ของอีกฝ่ายเต็มแรงจนร่างนั้นทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งหลัก เสียงฝีเท้าอีกนับสายก็กรูเข้ามาจากทุกทิศทางราวกับฝูงหมาป่าที่ได้กลิ่นเลือด
การตะลุมบอนในความมืดเริ่มต้นขึ้น โลหะกระทบเนื้อ เหล็กกระแทกกับกระดูก เสียงหอบหายใจและเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดดังระงม เมฆาใช้ความคล่องตัวและการฝึกฝนอย่างหนักรับมือกับชายฉกรรจ์สามคนที่รุมล้อม เขาฟาดสันมือเข้าที่ต้นคอของคนแรก ปัดป้องมีดสั้นของคนที่สอง และเหวี่ยงร่างของคนที่สามกระแทกกับเสาปูนจนหมดสติ
แต่จำนวนคนที่มีมากกว่าทำให้ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินพลังชีวิต เลือดสีแดงสดไหลซึมออกจากรอยแผลที่โหนกแก้มและมุมปาก เมฆายืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อม สายตาจ้องเขม็งไปยังพงศ์ที่ยืนกอดอกมองดูความพินาศอยู่บนชั้นลอยด้วยความสนุกสนาน
“เก่งกาจสมคำร่ำลือ...” พงศ์พูดพลางดึงปืนพกสั้นติดเก็บเสียงออกจากซองหนังใต้เสื้อสูท “แต่คนฉลาดมักจะพลาดท่าให้กับความอวดดีเสมอ นายคิดว่านายเป็นฮีโร่ที่จะมาทวงความยุติธรรมให้ครอบครัวงั้นรึ? ตื่นได้แล้ว เมฆา... โลกนี้ไม่มีความยุติธรรม มีแต่ผู้ล่ากับผู้ถูกล่า”
กระบอกปืนสีดำสนิทเล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของเขา ระยะห่างไม่ถึงสิบเมตร ระยะที่ต่อให้หลบเร็วกว่านี้ก็ไม่มีทางพ้น เมฆากัดฟันแน่น มือข้างที่ซ่อนอยู่ด้านหลังค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสกับวัตถุเย็นเฉียบในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต—อุปกรณ์ตัดสัญญาณที่รินรดาแอบยัดใส่มือเขาก่อนที่เธอจะหายตัวไป
พงศ์เหนี่ยวไก ปลายนิ้วขยับพร้อมกับประกายไฟสีส้มที่วาบขึ้นจากปากกระบอกปืน—
*คลิก!*
ไม่ใช่เสียงปืนลั่น แต่เป็นเสียงตัดสัญญาณไฟฟ้าที่ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟนีออนเก่าแก่ที่กระพริบอยู่บนเพดานดับวูบลงพร้อมกันทุกดวง โรงงานทั้งหลังตกอยู่ในความมืดมิดสนิทไร้แสงจันทร์ เนื่องจากกลุ่มเมฆหนาทึบเคลื่อนตัวมาบังแสงดาว
ในความมืดที่ไร้การมองเห็น เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดวิ่งเข้ามาประชิดตัวเมฆาอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เสียงของศัตรู แต่เป็นเสียงกระซิบที่คุ้นเคยจนหัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความตกใจ
*“ก้มลง!”*
มือเรียวบางคว้าข้อมือของเมฆากระชากให้ล้มลงหมอบราบไปกับพื้นคอนกรีตทันที ก่อนที่กระสุนปืนนัดแรกจะเจาะทะลุกระจกหน้าต่างด้านหลังแตกกระจาย เสียงปืนรัวสนั่นติดต่อกันหลายนัดตามมาด้วยเสียงสบถอย่างหัวเสียของพงศ์ในความมืด
เมฆาสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยและไออุ่นจากตัวของรินรดาที่นอนแนบชิดอยู่ข้างกายในเงาสลัวของซากเครื่องจักร เธอยังไม่ตาย! และเธอกำลังใช้สถานการณ์ชุลมุนนี้พาเขาหนี
“คุณมาได้ยังไง...” เมฆากระซิบถามชิดริมหูของเธอ ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งการของพงศ์ที่เริ่มสั่งให้ลูกน้องจุดไฟค้นหา
รินรดาไม่ตอบเป็นคำพูด เธอเพียงยื่นสิ่งของชิ้นหนึ่งใส่มือของเขา—มันคือแฟลชไดรฟ์โลหะสีดำสนิทที่ยังอุ่นอยู่ และรอยยิ้มจางๆ ที่ประดับบนใบหน้าเปื้อนฝุ่นของเธอในความมืด
“ฉันไม่ได้มาช่วยคุณ...” รินรดากระซิบตอบ น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทจนน่ากลัว “แต่ฉันพาคุณมาดู... ว่าคนที่หักหลังพวกเราตัวจริงคือใคร”
ไฟฉายแรงสูงจากมือของลูกน้องพงศ์สาดส่องกวาดมายังซากเครื่องจักรที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่ แสงสีขาวสว่างจ้าใกล้เข้ามาทุกที พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ห่างจากพวกเขาไม่ถึงสองก้าว—เงาร่างที่เมฆาไม่มีวันลืม แม้กระทั่งในความฝัน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปด้วยกันครับ แล้วพบกันในตอนหน้า—เมทริกซ์ซีโร่
รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 7
กับดักลวงตา
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!