กลิ่นเหล็กออยล์จากกระบอกปืนเก็บเสียงสะท้อนชัดในโพรงจมูก มากกว่ากลิ่นอายความตายเสียอีก เมฆายืนนิ่งราวกับรูปปั้นสลักจากหินแกรนิต ปลายกระบอกสีดำด้านจ่อตรงตำแหน่งลิ้นปี่ ห่างจากเนื้อผ้าเชิ้ตสีเข้มเพียงไม่กี่นิ้ว หัวใจของเขาไม่ได้เต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวอย่างที่มนุษย์ปุถุชนพึงเป็น หากแต่เต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงและเยือกเย็น—จังหวะเดียวกับเมื่อยี่สิบปีก่อน ในคืนที่บ้านไม้ริมทะเลสาบอาบไล้ด้วยคราบเลือด
"ความลังเลไม่เคยเป็นคุณสมบัติของคนตระกูลเราเลยนะ... อัครพล" เมฆาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ซึ่งรอยสั่นพร่า ทว่าแฝงด้วยแรงกดดันที่ทำให้อุณหภูมิในห้องทำงานหรูหราลดฮวบลงทันตาเห็น
อัครพลหัวנסในลำคอ เสียงนั้นแหบต่ำและเต็มไปด้วยความพึงพอใจประหลาด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงทอประกายพินิจพิเคราะห์ ราวกับกำลังมองประติมากรรมชิ้นเอกที่ตนเองเป็นผู้ปั้นแต่งขึ้นมากับมือ นิ้วเรียวยาวที่วางอยู่บนไกปืนไม่ได้ออกแรงกดเพิ่ม แต่ก็ไม่ได้ผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย
"เติบโตขึ้นมาก... เมฆา" อัครพลลดปืนลงช้าๆ ความตึงเครียดในอากาศคลายตัวลงเพียงเล็กน้อย แต่บรรยากาศกลับยิ่งกดทับหนักหน่วงขึ้นเมื่อชายสูงวัยเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้สักทอง ทอดสายตาไปยังเอกสารคดีเก่าที่ถูกกางไว้ "นายคิดว่าการขุดคุ้ยเรื่องเมื่ออดีต จะช่วยให้นายหลุดพ้นจากเงาที่ฉันทาบไว้ได้งั้นหรือ?"
"ฉันไม่ได้ต้องการหลุดพ้น" เมฆาก้าวเท้าเข้าประชิด รักษาระยะห่างที่พร้อมจะเข้าประชิดตัวได้ทุกเสี้ยววินาที "ฉันแค่ต้องการลบมัน... ด้วยเลือดของคนที่สร้างมันขึ้นมา"
รินรดาซึ่งหลบอยู่หลังมุมชั้นหนังสือ แอบสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมมือที่กำลังชื้นเหงื่อ ในมือของเธอคือแฟลชไดรฟ์ตัวเล็กที่เพิ่งคัดลอกข้อมูลลับสุดยอดจากคอมพิวเตอร์แม่ข่ายของอัครพลมาได้หมาดๆ หัวใจของอดีตนักข่าวสาวเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำ สายตาคู่นั้นกวาดมองผ่านช่องว่างระหว่างสันหนังสือ สลับระหว่างแผ่นหลังกว้างของเมฆาและรอยยิ้มเยียบเย็นบนใบหน้าของอัครพล เธอย่อมรู้ดีว่าพวกเธอกำลังเล่นอยู่กับไฟบรรัลกัลป์ แต่สิ่งที่ทำให้เธอกลัวยิ่งกว่าความตาย คือการได้เห็นประกายแสงบางอย่างในแววตาของเมฆา—ประกายแสงแห่งความทรงจำที่กำลังกัดกินวิญญาณเขาจากภายใน
เพล้ง!
เสียงเศษแก้วแตกกระจายจากห้องโถงด้านนอกทำลายความเงียบงัน อัครพลขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาคมกวาดมองไปที่ประตูบานใหญ่ทันที
และในวินาทีที่ความสนใจของอัครพลเบี่ยงเบนไปเสี้ยววินาทีนั้นเอง... โลกทั้งใบของเมฆาก็พลันหมุนคว่ำ
ภาพห้องทำงานหรูหราสลายกลายเป็นควันสีเทา กลิ่นอายของไม้สักและกระดาษราคาแพงถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนรุนแรงของน้ำมันสนและควันไฟที่แสบตา เสียงกระสุนปืนในหัวไม่ได้เงียบหาย แต่ถูกทับถมด้วยเสียงกรีดร้องอันโหยหวนของหญิงผู้ให้กำเนิด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่วิ่งวนอยู่รอบตัวในความมืด และมือคู่หนึ่ง... มือที่สวมแหวนเงินเกลี้ยงเกลา ซึ่งผลักร่างเด็กชายตัวน้อยหลบลงไปใต้พื้นไม้กระดานผุๆ
*“อย่าส่งเสียง... ลูกพ่อ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามหายใจเด็ดขาด”*
เสียงกระซิบนั้นพุ่งทะลวงผ่านกาลเวลา กลับมาดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของเมฆา จนเขากุมขมับแน่นด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาแดงก่ำด้วยพิษไข้แห่งความทรงจำที่ไหลทะลักทลายเขื่อนกั้น
เมฆาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มือทั้งสองข้างจิกทึ้งเส้นผมของตนเองแน่น ภาพในอดีตฉายชัดเป็นฉากๆ เด็กชายในวันนั้นเห็นผ่านรอยแยกของพื้นกระดาน—รองเท้าหนังขัดมันคู่หนึ่งเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า ร่างไร้วิญญาณของมารดาถูกลากผ่านไป ทิ้งรอยเลือดเป็นทางยาว และเหนือร่างนั้นคือเงาของชายผู้ถือขวาน... เงาที่เขาก로서ฝังใจมาตลอดชีวิต
เงาที่ซ้อนทับกับใบหน้าของอัครพลในปัจจุบันอย่างสมบูรณ์แบบ!
"เมฆา!" รินรดาลืมตัวพุ่งพรวดออกมาจากที่ซ่อน ปรี่เข้าไปประคองร่างที่กำลังสั่นเทาของชายหนุ่ม เธอตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นเหงื่อกาฬไหลท่วมใบหน้าซีดเผือดของเขา "เกิดอะไรขึ้น? นายบาดเจ็บตรงไหน?"
อัครพลหันกลับมามองภาพเบื้องหน้า รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด เขาก้าวเข้าไปใกล้คนทั้งสอง ช้าๆ ราวกับผู้ล่าที่กำลังชมดูเหยื่อดิ้นรนในตาข่าย
"ดูเหมือนว่า... ประตูแห่งความทรงจำที่ฉันพยายามล็อกกุญแจไว้อย่างดี จะเริ่มผุพังลงด้วยน้ำมือของนายเองแล้วสินะ เมฆา" อัครพลย่อตัวลงใช้มือจับคางของชายหนุ่มให้เงยขึ้น บังคับให้เมฆาต้องสบตากับเขา "รู้สึกอย่างไรบ้างล่ะ? กับการได้ระลึกรู้ว่า... คนที่ฆ่าแม่ของแกในคืนนั้น ไม่ใช่ใครอื่นไกล..."
เมฆาเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาที่เคยว่างเปล่า บัดนี้ลุกโชนด้วยเพลิงแห่งความแค้นที่แผดเผาจนแทบไม่เหลือความเป็นมนุษย์ ภาพความทรงจำที่จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายถูกเติมเต็มทำให้ความจริงปรากฏชัดเจนยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน
ทว่า ก่อนที่อัครพลจะทันได้เอื้อiนเอ่ยคำพิพากษาประโยคถัดไป ประตูห้องทำงานไม้สักทองก็ถูกพังกระเด็นเข้ามาด้วยแรงมหาศาล!
ร่างของชายชุดดำร่างยักษ์คนหนึ่งลอยละลิ่วเข้ามานอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น พร้อมกับเงาร่างระหงของใครบางคนก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในความมืด ปืนสั้นติดลำกล้องในมือของเธอยกขึ้นเล็งตรงมาที่อัครพลอย่างไร้ความลังเล และเสียงหวานเย็นเยียบที่เอמהขึ้นทำเอาอัครพลถึงกับชะงักกึก
"ปล่อยเขาซะ... พ่อ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงความทรงจำอันมืดมิดนี้ด้วยกันครับ — เมทริกซ์ซีโร่
รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 6
รอยร้าวในความทรงจำ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!