ความเงียบงันหลังเสียงเคาะประตูสามครั้งนั้น ไม่ได้สร้างความตกใจให้เมฆาเท่ากับการที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้า... ดับวูบลงเองโดยไม่มีปุ่มกด
แฟ้มข้อมูลลับของบริษัทอัครพลที่เขาเพิ่งเจาะเข้าระบบได้เมื่อเสี้ยววินาทีก่อน มลายหายกลายเป็นจอดำสนิท เหลือเพียงเงาสะท้อนใบหน้าเรียบเฉยของเขาเองที่ทาบทับอยู่บนกระจกใส เมฆายังไม่ขยับตัว เขารู้ดีว่าการหันหลังกลับไปเผชิญหน้าในทันทีคือการแสดงความตื่นตระหนก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกช้าๆ กลิ่นกาแฟดำที่เยียบเย็นบนโต๊ะทำงานผสมผสานกับกลิ่นฝนจางๆ จากนอกหน้าต่าง ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้าโดยไม่ได้รับอนุญาต
รินรดาก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มกระดาษหนาในมือ สีหน้าของเธอซีดเผือด แววตาสั่นระริกราวกับเพิ่งผ่านสนามรบมาหมาดๆ
"นายพลาดแล้ว เมฆา..." เสียงของเธอกระซิบแผ่วเบา ขณะที่สายตาเหลือบมองไปยังหน้าจอที่ดับสนิท "พวกมันรู้ตัวเร็วกว่าที่เราคาด... ไม่ใช่แค่รู้ว่าเรากำลังขุดคุ้ย แต่พวกมัน *รอ* ให้นายขุดมาตั้งแต่แรกแล้วต่างหาก"
เมฆาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อมือ—ร่องรอยจากคืนวันพิพากษาครอบครัวของเขาเมื่อสิบปีก่อน เขาย่างเท้าเข้าไปใกล้รินรดา กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านรอบตัวจนหญิงสาวต้องกลืนน้ำลายลงคอ
"ถ้าพวกมันอยากให้ฉันขุด แปลว่าหลุมศพที่พวกมันขุดรอไว้อยู่ลึกกว่าที่ฉันคิด" เสียงของเมฆาทุบทำลายความเงียบ มันราบเรียบ เย็นชา และเต็มไปด้วยแรงขับเคลื่อนอันดุร้ายที่ถูกสะกดไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งสงบ "บริษัทอัครพลไม่ได้เป็นแค่องค์กรบังหน้าเรื่องฟอกเงิน... มันคือสุสาน"
สัปดาห์ที่ผ่านมา เมฆาใช้เวลาทุกวินาทีในการแกะรอยเส้นทางการเงินของอัครพล ชายผู้ผูกขาดสัมปทานรายใหญ่ของเมือง ทว่า ยิ่งเข้าใกล้แก่นกลางมากเท่าไหร่ ความจริงก็ยิ่งบิดเบี้ยว ตัวเลขในบัญชีไม่ได้บ่งบอกแค่ผลกำไร แต่มันคือจำนวนชีวิตที่ถูกตีค่าเป็นมูลค่าหุ้น อัครพลไม่ใช่แค่นักธุรกิจมือสะอาดที่สังคมยกย่อง แต่เป็นสถาปัตยกรรมแห่งความอำมหิตที่สร้างขึ้นจากกระดูกของเหยื่อ
"ริน..." เมฆาเอ่ยเสียงต่ำขณะหันไปมองกระดานชนวนสีดำที่เขาใช้ปักหมุดความเชื่อมโยงต่างๆ "เอกสารชุดสุดท้ายที่เธอได้มาจากตึกบัญชาการอัครพลเมื่อคืนนี้ อยู่ไหน?"
รินรดาลังเล ชั่วเสี้ยววินาทีที่ดวงตาของเธอหลบวูบไปทางหน้าต่าง มันเพียงพอที่จะทำให้ประสาทสัมผัสของเมฆาตื่นตัวถึงขีดสุด เขาเอื้อมมือไปคว้าข้อแขนของเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักหน่วงพอที่จะหยุดยั้งลมหายใจของเธอ
"มีอะไรที่เธอยังไม่ได้บอกฉัน?" เมฆาเค้นเสียงถาม สายตาสีดำสนิทคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดา ราวกับจะควักเอาความลับทั้งหมดออกมาจากสมองของเธอ
"ฉัน... ฉันไม่ได้เอาเอกสารมา" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง หญิงสาวพยายามดึงมือออกแต่ไม่เป็นผล น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้น "เพราะมันไม่มีเอกสารตั้งแต่แรก เมฆา! คนที่นายกำลังสู้ด้วย... เขาไม่ใช่แค่นักธุรกิจที่มีอิทธิพล แต่เขาคือคนที่ *สร้าง* นายขึ้นมาในแบบที่เป็นอยู่ต่างหาก!"
ราวกับสายฟ้าฟาดผ่ากลางห้องทำงานอันมืดทึบ เมฆานิ่งง้างไปชั่วขณะ แรงบีบที่ข้อแขนของรินรดาคลายลงโดยอัตโนมัติ คำพูดนั้นพุ่งชนเข้ากลางหน้าอกของเขาอย่างจัง ความทรงจำในวัยเด็กที่เลือนราง ภาพเหตุการณ์ไฟไหม้บ้านและเสียงกระซิบก่อนสิ้นใจของพ่อแม่ผุดขึ้นมาในหัว สมองของเขารวนเรราวกับระบบคอมพิวเตอร์ที่ถูกไวรัสโจมตี
*สร้างขึ้นมาในแบบที่เป็นอยู่?*
ก่อนที่เมฆาจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่ม เสียงปรบมือเบาๆ แต่อัปลักษณ์และเยือกเย็นก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดของห้อง—มุมที่ควรจะมีเพียงเงาของตู้หนังสือเก่า
ทั้งเมฆาและรินรดารีบหันขวับไปมองพร้อมกัน
ร่างท้วมของชายวัยกลางคนในสูทสั่งตัดราคาแพงก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นราวกับลุงใจดี แต่ดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ รอยแผลเป็นเล็กๆ บริเวณมุมปากทำให้รอยยิ้มนั้นดูบิดเบี้ยวราวกับปีศาจสวมหน้ากาก
"ยินดีต้อนรับสู่การเติบโตนะ... ลูกชาย" อัครพลเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ขณะที่เขายกปืนเก็บเสียงกระบอกเล็กขึ้นมาเล็งตรงมาที่หน้าอกของเมฆาอย่างใจเย็น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสืบเสาะความมืดมิดนี้ไปด้วยกันครับ - เมทริกซ์ซีโร่
รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 5
เบื้องหลังม่านธุรกิจ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!