กลิ่นสนิมเหล็กและคราบน้ำมันเครื่องคละคลุ้งในโพรงจมูก รสชาติเค็มปร่าของเหงื่อและฝุ่นผงผสมปนเปกันอยู่ใต้ลิ้น เสียงรองเท้าหนังบดขยี้เศษกรวดและเศษกระจกดัง *‘กรอบแกรบ’* อยู่ห่างออกไปเพียงเอื้อมมือ แสงไฟฉายสีขาวโพลนกวาดผ่านช่องว่างระหว่างซากจักรเย็บผ้าอุตสาหกรรมเก่าคร่ำคร่า มันสาดเลยใบหน้าของเมฆาไปเพียงไม่ถึงคืบ ทิ้งไอความร้อนจางๆ และเงาดำทมิฬที่ทาบทับลงบนแผ่นหลังของเขา
หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวกระหน่ำราวกับกลองศึก ทว่าใบหน้ากลับนิ่งสนิท ไร้ซึ่งรอยตื่นตระหนก เขารู้จักเงาร่างนั้นดี… รองเท้าคัทชูขัดมันวาวที่เหยียบย่างอย่างมั่นใจ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมควันบุหรี่จางๆ ที่ลอยมาแตะจมูก มันคือกลิ่นเดียวกับที่ติดอยู่บนเอกสารลับวันนั้น—วันที่ครอบครัวของเขาถูกเผาไหม้กลายเป็นจุลพร้อมกับโรงงานแห่งนี้เมื่อสิบปีก่อน
*‘สารวัตรเดชา’*
มือขวาของอัครพลผู้กุมอำนาจมืดเบื้องหลังซากปรักหักพังนี้
“แปลกแฮะ… เมื่อกี้ฉันเห็นเงาไหวๆ ตรงนี้” เสียงแหบพร่าทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย ร่างในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าซากเครื่องจักรที่เมฆาซ่อนตัวอยู่ ปลายรองเท้าหนังอยู่ห่างจากปลายรองเท้าผ้าใบของเขาไม่ถึงคืบ เมฆากลั้นหายใจ นิ้วมือขวาเกี่ยวเข้ากับไกปืนพกในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตอย่างแนบเนียน สายตาส3คมกริบค่อยๆ เหลือบมองเงาสะท้อนบนคราบน้ำมันที่พื้น เตรียมพร้อมรับมือกับการปะทะที่อาจแลกด้วยชีวิต
ทว่า ก่อนที่ปลายกระบอกปืนของสารวัตรเดชาจะก้มลงมาส่องผ่านซากเครื่องจักร—
*‘เพล้ง! เคร้งงง!’*
เสียงเหล็กขนาดใหญ่ร่วงหล่นกระแทกพื้นดังสนั่นหวั่นไหวมาจากมุมมืดอีกด้านของโกดัง ตามด้วยเสียงร้องอุทานตกใจของลูกน้องพงศ์ที่วิ่งตามเสียงนั้นไป “เฮ้ย! ใครวะ! ตรงนั้นมีคน! ตามไป!”
แสงไฟฉายวูบวาบสาดส่องเบี่ยงเบนทิศทางไปอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก้าววิ่งห่างออกไปทางปีกซ้ายของโรงงานอย่างลهاลาน สารวัตรเดชาชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองตามเสียงนั้นด้วยความระแวง ก่อนจะสะบัดเสียงสั่งการด้วยความหงุดหงิด “อย่าให้มันหนีไปได้! รื้อทุกซอกทุกมุม!”
เสียงฝีเท้าของนายตำรวจมืออาชีพก้าวตามสมุนออกไปจนกระทั่งความเงียบสงบเริ่มโรยตัวกลับมาอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงเสียงหยดน้ำฝนที่รั่วซึมจากหลังคาดัง *‘ติ๋ง… ติ๋ง…’* เป็นจังหวะ
เมฆายังคงไม่ขยับเขยื้อน เขารู้ดีว่าความประมาทเพียงเสี้ยววินาทีอาจหมายถึงความตาย แต่ในขณะที่เขากำลังจะผุดลุกขึ้นเพื่อสำรวจสถานการณ์ มือเรียวเย็นเฉียบข้างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาตะปบปิดปากและดึงรั้งร่างของเขาให้ถอยรูดเข้าไปในซอกมุมที่ลึกและมืดทึบยิ่งกว่าเดิม
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กปะปนกับกลิ่นฝุ่น… รินรดา
เธอแนบตัวชิดติดกับแผ่นหลังของเขา ลมหายใจของหญิงสาวหอบสะท้อนถี่รัวจนแผ่นอกกระเพื่อมแนบกับสะบักของเขา แม้ในความมืดสลัว เมฆาก็ยังสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเด็ดเดี่ยวของอดีตนักข่าวสาว เธอเพิ่งใช้ท่อนเหล็กเก่าขว้างออกไปเพื่อดึงดูดความสนใจและช่วยชีวิตเขาจากเงื้อมมือของสารวัตรเดชาเมื่อครู่
เมฆาค่อยๆ ยกมือขึ้นแกะมือของเธอที่ปิดปากเขาออกอย่างนุ่มนวล เขาหันกลับไปสบตาเธอนิ่งในความสลัว สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ไมเอ่ยออกมาเป็นคำพูด
“คุณบ้าหรือไง?” รินรดาเอמהเสียงกระซิบเบาหวิว ชิดริมฝีปากจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน “ถ้าพวกมันหันกลับมาเมื่อกี้ คุณคงกลายเป็นรังผึ้งไปแล้ว”
“แล้วคุณเอาอะไรคิด ถึงโยนเหล็กออกไปล่อพวกมัน?” เมฆาย้อนถาม เสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้อารมณ์ แต่แววตาไหววับ “คุณกتกำลังเอาชีวิตมาทิ้งด้วย”
“ฉันไม่อยากเห็นใครตายต่อหน้าต่อตาอีก… โดยเฉพาะคุณ” รินรดาตอบกลับทันควัน ดวงตากลมโตเป็นประกายแน่วแน่ท่ามกลางความมืด ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความดื้อรั้นและจริงจังที่ทำเอาเมฆาต้องเบือนหน้าหนี
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เมฆาเดินเดี่ยวบนเส้นทางแห่งการแก้แค้นมาโดยตลอด เขาเชื่อมั่นเพียงแค่สัญชาตญาณ คมกระสุน และความโดดเดี่ยว การมีใครสักคนเข้ามา ‘ร่วมเป็นร่วมตาย’ ในสมรภูมิที่เดิมพันด้วยชีวิตเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิด—และไม่เคยต้องการ
แต่วินาทีนี้… ไออุ่นจากร่างกายของหญิงสาวที่แนบชิดอยู่ข้างกาย กำลังสั่นคลอนกำแพงน้ำแข็งที่เขาใช้เวลาสร้างมาเป็นแรมปี
“พวกมันไม่ได้มาแค่เพื่อตรวจความเรียบร้อย” เมฆาเปลี่ยนเรื่อง สายตาทอดมองผ่านรอยแตกของผนังปูนออกไปสู่ลานกว้างด้านนอก ที่ซึ่งรถตู้สีดำสนิทสามคันเพิ่งแล่นเข้ามาจอดสนิท ประตูรถเปิดออกพร้อมกับร่างของชายในชุดสูทสั่งตัดพิเศษที่ก้าวลงมา—อัครพล
แสงไฟจากหน้ารถสาดกระทบใบหน้าคมคายที่ประดับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ เขากวาดสายตามองซากโรงงานราวกับเป็นเจ้าของอาณาจักรที่กำลังจะแผ่ขยายอำนาจ
“พวกมันกำลังจะขนย้ายอะไรบางอย่าง” รินรดากระซิบ สอดสายตามองตาม “เอกสารชุดสุดท้ายที่พ่อฉันพยายามสืบ… น่าจะอยู่ที่นี่”
เมฆากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความแค้นสุมอกจนร้อนผ่าวราวกับมีถ่านแดงๆ แผดเผา ความทรงจำในคืนวันเพลิงไหม้ผุดขึ้นมาในหัว ซากศพของพ่อแม่ กลิ่นเนื้อไหม้ และเสียงหัวเราะเยาะเย้ยในความมืด ทุกอย่างเชื่อมโยงมาสู่จุดนี้ จุดเริ่มต้นและจุดจบ
“เราต้องเข้าไปข้างในตู้คอนเทนเนอร์คันนั้น” เมฆาตัดสินใจเด็ดขาด น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความลังเล “นั่นคือทางเดียวที่เราจะเข้าไปถึงชั้นใต้ดินที่ซ่อนเซิร์ฟเวอร์หลักของอัครพล”
รินรดามองหน้าชายหนุ่มครู่หนึ่ง เธอยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความบ้าบิ่นและความมุ่งมั่น “ฉันไม่เคยปฏิเสธงานยากอยู่แล้ว… นำทางสิ เมฆา”
ทั้งคู่เคลื่อนตัวไปตามเงาดำของซากโครงสร้างเหล็กอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ อาศัยจังหวะที่ลูกน้องของอัครพลกำลังกระจายกำลังตรวจค้นพื้นที่รอบนอก ลัดเลาะเข้าสู่ด้านหลังของรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์คันใหญ่ที่จอดเดินเครื่องรออยู่
เมฆาใช้มีดพกสั้นงัดกุญแจล็อกตู้คอนเทนเนอร์อย่างชำนาญ เสียงกลไกโลหะดีดตัวดัง *‘คลิก’* เบาหวิว ประตูเหล็กบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นความมืดมิดภายใน
ทว่า… ก่อนที่เมฆาจะก้าวเท้าเข้าไปข้างใน รินรดากลับคว้าแขนเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนเขาต้องชะงัก
ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก จ้องมองเลยผ่านไหล่ของเขาไปยังผนังด้านในสุดของตู้คอนเทนเนอร์
เมฆาขมวดคิ้ว หันขวับกลับไปมองตามสายตาของเธอ…
แสงไฟแฟลชจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งสว่างวาบขึ้นจากมุมมืดภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่ควรจะว่างเปล่า เผยให้เห็นร่างของชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้พับ ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ใต้เงาหมวกแก๊ป ทว่าดวงตาคู่นั้น… ดวงตาที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลา แต่กลับคมกริบและเปี่ยมด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน กำลังจ้องตรงมาที่พวกเขา
และที่สำคัญที่สุด… บนโต๊ะตรงหน้าชายชราผู้นั้น มีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่า วางทับอยู่บนโครงกระดูกมนุษย์ชิ้นเล็กๆ ที่จัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบราวกับเครื่องบูชา
เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยทักทายขึ้นเบาๆ จากความมืด ท่ามกลางบรรยากาศที่หนתเยือกจนขนหัวลุก
“ยินดีต้อนรับ… ลูกชายของฉัน และลูกสาวของแก”
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในเงาดำแห่งความลับนี้ด้วยกันครับ - เมทริกซ์ซีโร่
รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 8
พันธมิตรที่ไม่คาดฝัน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!