“อย่าเพิ่งเปิดไฟล์นั่น ถ้าไม่อยากตายตั้งแต่อยู่ในห้องเก็บของนี้”
เสียงของเมฆาแหบพร่า ทว่าเฉียบขาดดั่งคมมีดที่จ่ออยู่บนลำคอ รินรดาชะงักนิ้วที่กำลังจะเคาะแป้นพิมพ์ แสงสีฟ้าจากหน้าจอแล็ปท็อปเครื่องจิ๋วสะท้อนเข้ากับดวงตาที่วาวโรจน์ของเธอ บรรยากาศในห้องใต้ดินของคฤหาสน์อัครพลไม่ได้มีแค่กลิ่นอับของอิฐเก่า แต่มันอบอวลไปด้วยกลิ่นของสนิมและความกลัว
“เมฆา... นายดูตัวเลขพวกนี้สิ” รินรดาหันมามองเขา เสียงของเธอสั่นระริกไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความตื่นเต้นที่เธอกำลังกุมคอหอยของปีศาจเอาไว้ “นี่ไม่ใช่แค่การฟอกเงินธรรมดา แต่มันคือการเปลี่ยนเลือดให้กลายเป็นเงิน มันคือการโอนถ่ายทรัพย์สินที่มาจากโครงการรัฐผ่านมูลนิธิบังหน้า... นี่มันมหาศาลเกินกว่าที่ฉันจะจินตนาการไว้”
เมฆาไม่ตอบ เขาเดินสำรวจไปรอบห้อง มือหยาบกร้านลูบไล้ไปตามผนังคอนกรีตที่เย็นเฉียบ สายตาของเขาไม่ได้อยู่ที่หน้าจอ แต่อยู่ที่ความผิดปกติของรอยต่อระหว่างผนังกับพื้นห้อง ‘จังหวะ’ ของฝุ่นที่เกาะอยู่บนพื้นนั้นไม่เป็นธรรมชาติ มีรอยครูดที่บ่งบอกว่าบางสิ่งถูกเลื่อนผ่านไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ถอยออกมา” เขาออกคำสั่งพลางดึงรินรดาให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยแรงที่มากกว่าปกติ
“ทำไม? ข้อมูลพวกนี้คือสิ่งที่เราตามหามาตลอดสามเดือน ถ้าเราส่งไฟล์นี้เข้าเซิร์ฟเวอร์สำรอง ข่าวหน้าหนึ่งพรุ่งนี้เช้าจะเป็นชื่อของอัครพล... และจุดจบของเขา”
“ถ้าส่งไปตอนนี้ คนที่จะเป็นจุดจบคือเรา” เมฆาจ้องลึกเข้าไปในตาของรินรดา “เธอยังไม่เข้าใจหรือไง? ข้อมูลชุดนี้มีลายเซ็นดิจิทัลที่ถูกฝังไว้ด้วยระบบติดตาม อัครพลไม่ได้เก็บความลับนี้ไว้ในที่ที่เข้าถึงง่ายขนาดนั้น เขาวางกับดักไว้... ห้องนี้ไม่ใช่ที่เก็บเอกสาร แต่มันคือ ‘กรง’ ที่ออกแบบมาเพื่อดักหนูที่บังเอิญฉลาดเกินไป”
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองดูข้อมูลบนหน้าจออีกครั้ง ก่อนจะตระหนักได้ว่ากราฟตัวเลขที่พุ่งสูงขึ้นนั้น แท้จริงแล้วคือรหัสลับที่เปลี่ยนไปทุกๆ ห้านาทีหากไม่มีการป้อนกุญแจถอดรหัสที่ถูกต้อง
“นายรู้ได้ยังไง” เธอกระซิบ ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน
“เพราะคนทำระบบนี้... คือคนที่ฆ่าพ่อฉัน”
เมฆาหยิบอุปกรณ์ขนาดเล็กเท่าเหรียญบาทออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันคืออุปกรณ์รบกวนสัญญาณที่เขาสร้างขึ้นมาเอง เขาแปะมันไว้ที่ใต้โต๊ะทำงานของอัครพล ทันใดนั้น ไฟในห้องก็กะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับลงสนิทเหลือเพียงความมืดมิดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก
ในความมืดที่เงียบงัน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าดังขึ้นจากโถงทางเดินภายนอก มันไม่ใช่ฝีเท้าของยามหน้าห้อง แต่เป็นเสียงจังหวะของรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบพื้นหินอย่างเป็นจังหวะจะโคน—จังหวะของผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้
เมฆาดึงรินรดาหลบเข้าไปในมุมมืดหลังชั้นวางแฟ้มเหล็ก ทั้งคู่หยุดหายใจ หัวใจของเมฆาเต้นแรงจนเขารู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่หน้าอก เขาขยับปากพูดโดยไร้เสียง ‘อย่าหายใจแรง’
อัครพลก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นซิการ์ราคาแพงลอยมากระทบจมูก เขาไม่ได้เปิดไฟ แต่เขากลับฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอ มือของเขาเลื่อนไปแตะที่สวิตช์บางอย่างที่ซ่อนอยู่หลังผนัง ทันใดนั้น ห้องทั้งห้องก็สั่นสะเทือน พื้นดินใต้เท้าของพวกเขากำลังเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นโพรงลึกที่ซ่อนอยู่ใต้ดินลึกลงไปอีกชั้น ซึ่งเต็มไปด้วยตู้เซฟเหล็กกล้านับร้อยตู้ที่เรียงรายราวกับรังมด
“หนูตัวเล็กๆ เข้ามาในกรงของฉันอีกแล้วสินะ” อัครพลกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แฝงด้วยรอยยิ้มที่มองไม่เห็นในความมืด “พวกแกคิดว่าข้อมูลที่ฉันทิ้งไว้ให้บนจอเป็นความลับงั้นเหรอ? เปล่าเลย... มันเป็นแค่เหยื่อล่อ”
เมฆาบีบมือรินรดาแน่น เขาเห็นเงาของอัครพลก้มลงมองหน้าจอที่ยังคงเปิดค้างไว้ พลันนั้นเอง สายตาของอัครพลก็หันมาทางมุมมืดที่พวกเขาซ่อนอยู่
“ออกมาเถอะเมฆา... ลูกชายที่น่าสงสารของนพดล ฉันรอคอยวันนี้มานานพอๆ กับที่คุณพ่อของเธอพยายามจะทำลายฉันนั่นแหละ”
วินาทีนั้น รินรดาตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด เธอคว้าปืนพกที่เหน็บอยู่ที่เอวออกมา แล้วเล็งไปที่เงาดำนั้น ทว่าก่อนที่เธอจะเหนี่ยวไก เสียงกระซิบจากเมฆาก็ขัดขึ้น
“อย่า...”
แต่ไม่ทันแล้ว เธอกดไกปืน เสียงปังดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วห้องใต้ดิน ทว่าสิ่งที่ล้มลงกลับไม่ใช่ร่างของอัครพล แต่เป็นตู้เซฟขนาดใหญ่ที่ถูกผลักลงมาจากชั้นลอยด้านบน เสียงโลหะปะทะพื้นดินดังสนั่นจนฝุ่นควันตลบอบอวล
ในความโกลาหลนั้น แสงไฟสว่างวาบขึ้น อัครพลไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้น... เขาหายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะที่ดังก้องผ่านลำโพงซ่อนผนัง พร้อมกับเสียงกลไกที่กำลังล็อกประตูทุกบานในห้องใต้ดินนี้ไว้อย่างแน่นหนา
“ขอให้สนุกกับ ‘ของขวัญ’ ชิ้นสุดท้ายนะ เมฆา”
หน้าจอบนโต๊ะเปลี่ยนเป็นข้อความสีแดงฉาน: *‘ระบบทำลายตัวเองจะเริ่มทำงานใน 60 วินาที’* และในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังเข้าครอบงำ เมฆาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ร่วงลงมาจากตู้เซฟที่พังทลายลงมา มันคือสมุดบันทึกสีดำเล่มเก่าที่หน้าปกประทับตรา ‘ความลับของตระกูลอัครพล’... ทว่าที่หน้าปกนั้น กลับมีรูปถ่ายของ ‘แม่ของเมฆา’ แปะอยู่ด้วยคราบเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท
เขามองดูเวลาที่นับถอยหลัง แล้วหันกลับมามองรินรดาที่ตัวสั่นเทา... นี่ไม่ใช่แค่การฟอกเงิน แต่มันคือกับดักที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อต้อนให้เมฆาต้องเลือกระหว่างความจริงที่อยากรู้ หรือลมหายใจที่เหลืออยู่เพียงนาทีเดียว
เมฆาคว้าสมุดเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดูเพียงหน้าเดียว ก่อนจะเบิกตากว้าง... สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่รายการบัญชี แต่เป็นชื่อของคนทรยศที่เขารู้จักดีที่สุดในชีวิต!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยจารึกอันมืดมิดในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ครับ
- เมทริกซ์ซีโร่
รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 9
ความลับใต้ดิน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!