รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 29

ในห้องทำงานของปีศาจ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
“คุณกำลังเล่นเกมที่ไม่มีวันชนะ เมฆา... และที่สำคัญกว่านั้น คุณกำลังใช้เบี้ยที่ไม่มีวันได้คืน” เสียงทุ้มต่ำของอัครพลดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวที่กว้างขวางราวกับห้องโถงของปราสาท แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะดีไซน์เรียบหรูทอดเงายาวไปบนพื้นพรมราคาแพง เมฆานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มือทั้งสองประสานกันแน่นอยู่บนตักเพื่อซ่อนอาการสั่นเทาที่ปลายนิ้ว เขาพยายามคุมลมหายใจให้เป็นปกติ แม้หัวใจจะเต้นรัวราวกับกลองศึกที่รอเวลาแตกพ่าย ความเงียบหลังประโยคนั้นยาวนานพอที่จะทำให้เมฆาได้ยินเสียงเลือดไหลเวียนในขมับของตนเอง อัครพลไม่ได้เอนกายพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างที่ควรจะเป็น แต่เขากลับโน้มตัวมาข้างหน้า แววตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องทะลวงลึกเข้ามาในม่านตาของเมฆา เหมือนจะอ่านใจที่เขาสร้างป้อมปราการป้องกันไว้อย่างสุดกำลัง “ผมไม่เข้าใจที่คุณพูดครับ อัครพล” เมฆาเอ่ยเสียงเรียบ พยายามให้โทนเสียงมั่นคงที่สุด “เราตกลงกันแล้วไม่ใช่หรือครับว่าข้อมูลในแฟลชไดรฟ์นั่นคือทั้งหมดที่ผมมี” อัครพลหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความอบอุ่นและชวนให้ขนลุกเกรียว เขาหยิบปากกาหมึกซึมด้ามหรูขึ้นมาหมุนเล่นในนิ้วอย่างช้าๆ “การเจรจาธุรกิจที่มีค่าเดิมพันเป็นชีวิตคน ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเริ่มต้นด้วย ‘คำโกหก’ นะครับ” อัครพลวางปากกาลงกับโต๊ะหินอ่อนเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ราวกับเสียงนกหวีดที่ประกาศจุดจบของเกม “ผมส่งคนไปตรวจเช็คแฟลชไดรฟ์นั่นแล้ว ข้อมูลในนั้นมีค่าเท่ากับเศษกระดาษที่คุณใช้เช็ดปากหลังมื้อเย็นเท่านั้น และในเมื่อคุณเลือกจะเล่นเกมตื้นๆ กับผม... ผมก็คงต้องแสดงให้เห็นว่า การผิดสัญญาในห้องทำงานของผม มันมีราคาที่ต้องจ่ายสูงแค่ไหน” เมฆารู้สึกได้ถึงความเย็นวาบที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง เขาพลาดแล้ว... เขาประเมินความเฉลียวฉลาดของอัครพลต่ำเกินไป ข้อมูลที่เขาให้ไปเป็นเพียงกับดักที่เขาสร้างขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ แต่ดูเหมือนว่า 'ปีศาจ' ตรงหน้าคนนี้จะไม่ได้แค่ดูข้อมูล แต่เขาจ้องมองทะลุถึงเจตนาที่ซ่อนอยู่ “ถ้าคุณคิดว่านั่นคือทั้งหมดที่คุณจะได้จากผม” เมฆาสบตากลับอย่างไม่ลดละ แม้ความกลัวจะกัดกินจิตใจจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ “งั้นคุณก็น่าจะรู้ว่าคนที่ถือไพ่ตายจริงๆ คือใคร ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยน แต่ผมมาเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่ครอบครัวผมทิ้งไว้ มันมีค่ามากกว่าอำนาจที่คุณกำลังยึดถืออยู่” อัครพลชะงักไปชั่วครู่ มุมปากที่เคยเรียบเฉยกระตุกขึ้นเล็กน้อยคล้ายรอยยิ้มของนักล่าที่เริ่มสนุกกับเหยื่อที่ขัดขืน “คนตายไม่มีสิทธิ์ต่อรอง เมฆา คุณเองก็น่าจะรู้ดี... ครอบครัวของคุณก็เช่นกัน” “อย่าได้แตะต้องชื่อของพวกเขา!” เมฆาโพล่งขึ้น เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความโกรธที่อัดอั้นมานาน เขาลุกขึ้นยืนทันที แรงปะทะระหว่างอารมณ์กับเหตุผลในหัวตีกันจนแทบจะระเบิดออก อัครพลยังคงนั่งนิ่ง แววตาของเขาเปลี่ยนจากความสนุกสนานเป็นความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง เขาไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านกับท่าทีคุกคามของเมฆาแม้แต่น้อย เขากลับหยิบรีโมทคอนโทรลบนโต๊ะขึ้นมากดเบาๆ ม่านหน้าต่างขนาดใหญ่ที่ปิดสนิทค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นทัศนียภาพของเมืองยามค่ำคืนที่สว่างไสวด้วยแสงไฟ แต่สายตาของเมฆากลับไม่ได้หยุดอยู่ที่วิวทิวทัศน์เบื้องล่าง สิ่งที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาบานใหญ่ข้างหน้าต่างทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ ในเงามืดมุมห้องที่เขาไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน ร่างของใครบางคนถูกมัดไว้บนเก้าอี้ด้วยเชือกเส้นหนา ปากถูกปิดด้วยเทปกาวสีดำสนิท แม้แสงจะสลัวแต่เมฆาก็จำได้แม่นยำถึงชุดสีขาวที่คุ้นตาและดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกนั้น “รินรดา...” เมฆาพึมพำ ชื่อนั้นหลุดจากริมฝีปากด้วยความสิ้นหวัง อัครพลลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงใหญ่ของเขาดูเหมือนปีศาจที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อทุกเมื่อ เขาก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเมฆา กลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขากลายเป็นกลิ่นแห่งความตายที่อบอวลไปทั่วห้อง “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำขู่ของคุณ” อัครพลกระซิบข้างหูเมฆา น้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงด้วยคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธ “ผมมาที่นี่เพื่อยื่นข้อเสนอสุดท้าย... หากคุณต้องการให้ผู้หญิงคนนี้เดินออกจากห้องไปโดยที่ยังมีลมหายใจ สิ่งที่คุณต้องทำไม่ใช่การยื่นแฟลชไดรฟ์ปลอมๆ นั่น แต่คือการสารภาพความจริงทั้งหมดว่า ‘รอยจารึก’ ที่หายไปนั้น ถูกซ่อนไว้ที่ไหนในร่างกายของเธอ” เมฆาตัวแข็งทื่อ ความจริงที่เขาพยายามปิดบังมาตลอดชีวิตไม่ใช่เรื่องของธุรกิจ ไม่ใช่เรื่องของเงินทอง แต่คือการมีอยู่ของรอยสักปริศนาบนแผ่นหลังของรินรดา... รอยจารึกที่เป็นกุญแจสำคัญสู่ความลับที่ล่มสลายอาณาจักรของอัครพล ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของคนกลุ่มหนึ่งดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้อง ประตูถูกผลักเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับชายชุดดำร่างยักษ์สี่คนที่ก้าวเข้ามาปิดล้อมเมฆาไว้ อัครพลถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว พลางจัดปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมามองเมฆาด้วยสายตาผู้ชนะ “เวลาของคุณหมดลงแล้วครับเมฆา... จะเลือกรักษาความลับที่ไร้ค่า หรือจะรักษาชีวิตของผู้หญิงคนเดียวที่คุณเหลืออยู่” เมฆากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อจนเลือดซึม เขาหันไปสบตารินรดาที่กำลังร้องไห้อย่างไร้เสียงในเงามืด ขณะที่ปลายกระบอกปืนของชายชุดดำหนึ่งในนั้นถูกเล็งตรงมาที่ขมับของเธออย่างเลือดเย็น ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงบทนี้กับผมนะครับ เมทริกซ์ซีโร่ครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%