“ถ้ามึงกล้าเหนี่ยวไก... ชีวิตของมึงและครอบครัวที่มึงรัก จะกลายเป็นเพียงเศษธุลีในประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครจดจำ”
เสียงของเมฆาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ ปลายกระบอกปืนของชายชุดดำที่จ่อขมับรินรดาสั่นไหวเล็กน้อย เมฆาไม่ได้ขยับตัว แต่ดวงตาของเขาดุดันราวกับสัตว์ป่าที่พร้อมจะกระโจนเข้าใส่ทุกเมื่อ ในเงามืดนั้น รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด หยดน้ำตาไหลอาบแก้มแต่มันไม่ใช่ความกลัว มันคือความโกรธแค้นที่ถูกพรากอิสรภาพ
“วางปืนลง” ชายชุดดำสั่งด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม พร้อมกับดันลำกล้องให้จมลึกลงไปในผิวเนื้อของรินรดา “มึงก็รู้ว่าท่านอัครพลต้องการอะไร... เอกสารนั่นอยู่ที่ไหน เมฆา?”
เมฆาแค่นยิ้มที่มุมปาก ทว่าดวงตากลับไร้ความรู้สึก “เอกสารที่พวกมึงตามหาน่ะเหรอ? มันไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่มันอยู่ในที่ที่ต่อให้พวกมึงคว้านท้องตัวเองออกมา ก็ไม่มีวันหาเจอ”
ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด อัครพลที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างออกไปในมุมมืดของห้องโถงกว้างใหญ่กลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาไม่ได้ห่วงว่าใครจะรอดหรือตาย แต่เขากำลังมอง 'คนของตัวเอง' ที่รายล้อมอยู่รอบข้าง สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาเลื่อนผ่านใบหน้าลูกน้องมือขวาที่ไว้ใจที่สุดอย่างสมชาย ซึ่งยืนนิ่งราวกับรูปปั้นผิดปกติ
อัครพลหรี่ตาลง ความหวาดระแวงที่ก่อตัวขึ้นราวกับเชื้อโรคร้ายเริ่มกัดกินความมั่นใจของเขา เขาจำได้ว่าแผนการคืนนี้มีเพียงเขาและสมชายเท่านั้นที่รู้ล่วงหน้า แต่ทำไมเมฆาถึงได้ไหวตัวทันราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะมีคนมาดักซุ่ม?
“หยุด...” อัครพลยกมือขึ้นห้ามคนของตนเอง เสียงของเขาเย็นเยียบจนบรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลงทันที
“ท่านครับ?” สมชายหันมาถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
อัครพลเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้สมชาย สายตาจ้องเขม็งไปที่รอยสักบนต้นคอของอีกฝ่าย “สมชาย... คืนนี้แกได้ติดต่อใครเป็นพิเศษไหม? ก่อนที่เราจะมาที่นี่”
สมชายชะงักไปครู่หนึ่ง จังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะเพียงเสี้ยววินาทีนั้น ไม่รอดพ้นสายตาของนักธุรกิจผู้เจนจัดในเกมอำนาจอย่างอัครพล “ผม... ผมแค่ตรวจสอบความเรียบร้อยตามคำสั่งท่านครับ”
“งั้นเหรอ?” อัครพลคว้าคอเสื้อของสมชายไว้แน่นแล้วกระชากเข้ามาใกล้ “แล้วทำไมเมฆาถึงรู้พิกัดที่เราซ่อนตัว? ทำไมมันถึงเตรียมแผนรับมือไว้ราวกับรอเราอยู่? ในเมื่อแผนนี้มีแค่เราสองคน”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง รินรดาเห็นจังหวะที่อัครพลไขว้เขว เธอส่งสายตาให้เมฆา เมฆาอาศัยช่วงเวลาที่ความสนใจของทุกคนพุ่งไปที่สมชาย พุ่งตัวเข้าปัดปืนของชายชุดดำที่จ่อรินรดาจนหลุดมือ เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดสนั่นก้องห้องโถง แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเพราะวิถีกระสุนพุ่งไปโดนแจกันราคาแพงจนแตกกระจาย
ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที อัครพลชักปืนพกคู่ใจออกมาจ่อหัวสมชายโดยไม่ลังเล “มึงขายกูใช่ไหม? มึงเอาข้อมูลไปขายให้มัน!”
“ผมเปล่าครับท่าน! ผมไม่ได้ทำ!” สมชายตะโกนลั่นใบหน้าซีดเผือด
ท่ามกลางความวุ่นวาย เมฆาดึงตัวรินรดาหลบเข้าไปหลังเสาหินขนาดใหญ่ เขาไม่ได้สนใจการห้ำหั่นกันเองของศัตรู แต่เขากำลังสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติยิ่งกว่า... บนพื้นหินอ่อนใกล้เท้าของเขา มีอุปกรณ์ขนาดจิ๋วที่กะพริบแสงสีแดงเบาๆ ซึ่งมันไม่ใช่เครื่องดักฟังของคนของอัครพล แต่มันคือเทคโนโลยีขั้นสูงที่เขาเคยเห็นในแฟ้มคดีลับของครอบครัว
เมฆาขมวดคิ้ว ความคิดในหัวแล่นพล่าน ‘นี่ไม่ใช่ฝีมืออัครพล หรือสมชาย... แต่มีมือที่สามที่ใหญ่กว่ากำลังเล่นเกมนี้อยู่’
เขากระซิบข้างหูรินรดา “เราถูกจัดฉาก ริน... คนที่อัครพลสงสัย ไม่ใช่คนทรยศ แต่เป็นหมากที่ถูกวางไว้เพื่อปั่นหัวเขา”
รินรดาเบิกตากว้าง “หมายความว่ายังไง?”
“หมายความว่า... ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ เราทุกคนกำลังถูกจับตามองโดยใครบางคนที่นั่งดูการฆ่าฟันนี้อย่างสนุกสนาน”
อัครพลในตอนนี้สติขาดผึ่ง เขายิงสมชายล้มลงกับพื้นด้วยความเดือดดาลก่อนจะหันกระบอกปืนมาทางที่เมฆาหลบอยู่ “ออกมา! ออกมาเดี๋ยวนี้! อย่าให้กูต้องรื้อที่นี่จนพัง!”
เมฆาถอนหายใจยาว เขารู้ดีว่าหากไม่ออกไป ตอนนี้ทั้งเขาและรินรดาจะถูกระเบิดที่อาจถูกซ่อนไว้ในห้องนี้เป่ากระจุย เขาตัดสินใจก้าวออกมาเผชิญหน้ากับอัครพล มือของเขายกขึ้นเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่ในมือซ้ายเขากำอุปกรณ์ขนาดจิ๋วนั้นไว้แน่น
“อัครพล... ถ้าแกอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่ทรยศแก ลองก้มลงมองที่พื้นข้างเท้าสมชายดูสิ” เมฆาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
อัครพลชะงัก เขาก้มลงมองตามคำบอก แล้ววินาทีนั้นเอง แสงสีแดงจากอุปกรณ์จิ๋วก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวค้างนิ่ง เสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากระบบรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์ก็เงียบลงทันที แทนที่ด้วยเสียงกลไกประตูนิรภัยของห้องโถงที่ปิดตายลงจากภายนอก
ประตูเหล็กกล้าเลื่อนปิดอย่างรวดเร็ว ขังทุกคนไว้ในกรงขังที่ไม่มีทางออก
“เกิดอะไรขึ้น!” อัครพลตะโกนลั่นพลางวิ่งไปที่ประตู แต่ระบบควบคุมที่ประตูขึ้นข้อความสีแดงฉานว่า *'Access Denied: System Override by User X'*
เมฆามองไปที่หน้าจอตรงประตูแล้วใจหายวูบ เขาจำโค้ดรหัสนั้นได้... มันคือรหัสลับที่พ่อของเขาเคยใช้ก่อนจะหายตัวไป
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังมาจากลำโพงทั่วห้องโถง ไม่ใช่เสียงของคนในห้องนี้ แต่เป็นเสียงที่คุ้นหูอย่างน่าประหลาด “ยินดีด้วย อัครพล... ที่เดินเข้ามาในกับดักสุดท้ายของตระกูลเมฆา”
เมฆาตัวแข็งทื่อ เขาหันไปมองรินรดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีคำตอบ เพราะเสียงที่ดังออกมาจากลำโพงนั้น... มันคือเสียงของพ่อเขาเอง ทั้งที่เขามั่นใจมาตลอดสิบปีว่าพ่อได้ตายไปแล้ว!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความลับในเงามืดนี้ด้วยกันนะครับ
เมทริกซ์ซีโร่
รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 30
ความหวาดระแวง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!