“ถ้าคิดจะทรยศเจ้านายตัวเองด้วยการมาหาผมที่นี่ ก็ควรเตรียมคำแก้ตัวให้ดีกว่านี้หน่อยนะครับ คุณวิชัย”
เมฆานั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีเข้มภายในห้องทำงานที่มืดสลัว แสงไฟจากหลอดนีออนภายนอกหน้าต่างสาดเข้ามาเป็นจังหวะกะพริบถี่ๆ ตามความชื้นของอากาศยามค่ำคืน เขาไม่ได้เงยหน้ามองแขกผู้มาเยือนที่ยืนเกร็งอยู่ตรงมุมมืดของห้อง สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่แฟ้มเอกสารเก่าคร่ำคร่าบนโต๊ะไม้เนื้อแข็ง
วิชัย ชายวัยกลางคนผู้เป็นมือขวาที่อัครพลไว้วางใจที่สุด ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เสียงลมหายใจของเขาหนักหน่วงจนน่าอึดอัด มือที่ถือกระเป๋าหนังเอกสารสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อวางมันลงบนโต๊ะ
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทรยศใคร” วิชัยเอ่ยเสียงแหบพร่า “ผมมาที่นี่เพื่อหยุดหายนะที่จะเกิดขึ้นกับคนทั้งเมือง... และตัวผมเองด้วย”
เมฆาปิดแฟ้มเอกสารลงช้าๆ เสียงดัง ‘ปึก’ ที่ฟังดูคล้ายเสียงตัดสินโทษประหาร เขายืดตัวตรงแล้วประสานมือเข้าหากัน ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความวิตกของวิชัย
“หายนะงั้นหรือ?” เมฆาเค้นหัวเราะในลำคอ “คุณรับใช้คนแบบอัครพลมานานเกินกว่าจะลืมไปว่ามือของตัวเองแปดเปื้อนมามากแค่ไหน ทำไมจู่ๆ ถึงเพิ่งนึกอยากเป็นคนดีขึ้นมาล่ะครับ หรือว่ารอยร้าวในอาณาจักรของเจ้านายคุณมันใหญ่เกินกว่าที่คนอย่างคุณจะอุดรอยรั่วได้ไหว?”
“คุณไม่เข้าใจหรอกเมฆา” วิชัยก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น แสงไฟสลัวเผยให้เห็นเหงื่อซึมตามไรผม “สิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้... มันไม่ใช่แค่ธุรกิจ มันคือการล้างบาง ใครที่ขวางทางไม่ว่าจะเป็นหุ้นส่วนเก่าหรือคนในครอบครัว เขาพร้อมจะถอนรากถอนโคนทิ้งทั้งหมด ผมเห็นรายชื่อคนกลุ่มถัดไปที่จะต้องหายไป... และชื่อคุณกับคุณรินรดาก็อยู่ในลำดับต้นๆ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เมฆาไม่เปลี่ยนสีหน้า แต่ทว่าประกายตาของเขากลับวูบไหวเพียงชั่วครู่เมื่อได้ยินชื่อของรินรดา
ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของอาคารสำนักงาน รินรดากำลังยืนหลบอยู่หลังเสาต้นใหญ่ เธอแอบฟังบทสนทนาผ่านอุปกรณ์ดักฟังขนาดเล็กในมือ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ข้อมูลที่วิชัยนำมานั้นคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เธอเฝ้าตามหามาตลอดสามเดือน แต่ความรู้สึกบางอย่างในใจเธอกลับร้องเตือนว่า นี่อาจเป็นกับดักที่แยบยลที่สุดของอัครพล
เธอขยับตัวออกห่างจากมุมมืดอย่างระมัดระวัง แต่ทว่าพื้นไม้ปาร์เก้ที่เก่าคร่ำกลับส่งเสียง ‘เอี๊ยด’ เบาๆ ท่ามกลางความเงียบสนิท
เมฆาชะงัก สายตาที่เคยมองวิชัยตวัดกลับมาทางประตูห้องในทันที ก่อนที่เขาจะหันไปพยักหน้าให้วิชัยเป็นเชิงบอกให้เงียบเสียงลง
“คุณมั่นใจแค่ไหนว่าข้อมูลในกระเป๋านี้เป็นความจริง” เมฆาถามขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เสียงของเขาเบาลงและแฝงไปด้วยความกดดัน
“ผมขโมยมันมาจากตู้เซฟส่วนตัวของเขาเมื่อสิบห้านาทีก่อน” วิชัยกระซิบ “ในนั้นมีบันทึกการโอนเงินทั้งหมด... รวมถึงหลักฐานการตายของครอบครัวคุณด้วย เมฆา... นี่คือสิ่งเดียวที่ผมมีเพื่อแลกกับความปลอดภัยของลูกเมียผม”
เมฆาเอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าหนังมาไว้ในมือ ทันใดนั้นประตูห้องทำงานก็เปิดผางออกโดยรินรดาที่ทนฟังต่อไม่ไหว เธอพุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“เมฆา! ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!” เธอตะโกนขึ้น “คนของอัครพลไม่ได้มีแค่คนเดียว มันไม่ได้มาคนเดียว... มันปิดล้อมตึกนี้ไว้หมดแล้ว!”
วิชัยหน้าซีดเผือดทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เขาทรุดลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง “มันรู้... มันรู้ว่าผมจะมาที่นี่ตั้งแต่ต้น”
ในจังหวะที่ความโกลาหลเริ่มก่อตัวขึ้น แสงเลเซอร์สีแดงจุดเล็กๆ ก็พาดผ่านหน้าอกของวิชัย ก่อนที่เสียงปืนเก็บเสียงจะดังขึ้น ‘ปึบ’ ร่างของวิชัยกระตุกเฮือกก่อนจะล้มฟุบลงกับพื้นพร้อมกับกองเลือดที่ค่อยๆ ขยายตัวเป็นวงกว้าง
เมฆาคว้าตัวรินรดาลงไปหลบหลังโต๊ะทำงานในเสี้ยววินาทีเดียวกัน กระจกหน้าต่างห้องทำงานแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ จากแรงปะทะของกระสุนปริศนาที่ระดมยิงเข้ามาไม่ขาดสาย
“ฟังผมนะริน” เมฆากระซิบข้างหูเธอขณะที่มือขวากดโทรศัพท์ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน “ในกระเป๋านี้มีทุกอย่างที่เราต้องการ แต่ทางออกเดียวของเราตอนนี้คือชั้นใต้ดิน...”
เขายังพูดไม่ทันขาดคำ ประตูด้านหน้าก็ถูกพังเข้ามาด้วยแรงมหาศาล ร่างของชายชุดดำสามคนก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ แต่สิ่งที่ทำให้เมฆาถึงกับเบิกตากว้างไม่ใช่จำนวนศัตรูที่อยู่ตรงหน้า
ทว่าคือบุคคลที่เดินตามหลังชายชุดดำเหล่านั้นเข้ามา... บุคคลที่เขาไม่คิดว่าจะเห็นในสถานการณ์นี้ และเป็นคนที่กุมความลับทั้งหมดของเขาไว้แต่แรกเริ่ม
นั่นคือ 'ดร. อานนท์' พ่อของรินรดา ที่กำลังเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบพลางถือปืนกระบอกเล็กเล็งตรงมาที่เมฆา
“พ่อ...” รินรดาครางชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือที่สุดในชีวิต
เมฆากัดฟันแน่น มือที่กำกระเป๋าเอกสารแน่นเริ่มเปลี่ยนทิศทางไปที่เอวของตนเอง ความจริงที่เขาพยายามไขว่คว้ามาตลอดกลับกลายเป็นสิ่งที่เขากำลังจะถูกทำลายทิ้งพร้อมกับคนตรงหน้า
การเดินทางอันยาวนานของทุกท่านร่วมกับผมมาถึงจุดเปลี่ยนที่บีบหัวใจที่สุดแล้วนะครับ ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมค้นหาความจริงไปกับผม เมทริกซ์ซีโร่ครับ
รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 31
รอยแยกในองค์กร
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!