"ถ้าคุณจะฆ่าผม ก็ขอให้ทำด้วยตัวเอง อย่าให้ต้องผ่านมือคนอื่นที่ฝีมืออ่อนหัดแบบนี้เลยครับ"
น้ำเสียงของเมฆาราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยการเยาะหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ เขายืนพิงผนังตึกเก่าในซอยเปลี่ยวที่แสงไฟนีออนกะพริบถี่ราวกับหัวใจที่ใกล้หยุดเต้น เลือดสีแดงฉานไหลซึมจากบาดแผลบริเวณสีข้างผ่านร่องนิ้วที่กดแน่นไว้ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างดั่งเปลวไฟที่เผาไหม้ประสาทสัมผัส แต่นัยน์ตาคมกริบของเขายังคงจ้องมองเงาร่างในความมืดเบื้องหน้าด้วยความนิ่งสงบผิดมนุษย์
รินรดายืนตัวสั่นเทาอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร มือของเธอที่กำปืนสั่นระริก กลิ่นยาสูบยี่ห้อพิเศษโชยฟุ้งอยู่ในอากาศ—กลิ่นที่เป็นเหมือนตราประทับบาปของคนที่เธอเคารพรักเสมือนพ่อ
"คุณเมฆา... คุณรู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่" เสียงของรินรดาแหบพร่า น้ำตาเอ่อคลอหน่วยตาที่แดงก่ำ
"ตั้งแต่กลิ่นควันบุหรี่นั่น" เมฆาแค่นยิ้ม มุมปากที่มีคราบเลือดเริ่มแห้งกรัง "มันไม่ใช่แค่กลิ่น แต่เป็น 'ร่องรอย' ที่ทิ้งไว้ให้เห็นว่า คนที่ผมเชื่อใจที่สุด คือคนที่ถือมีดจ่อคอหอยผมอยู่ตลอดเวลา"
ยังไม่ทันสิ้นคำ เงาร่างหนึ่งก็พุ่งตัวออกจากความมืดพร้อมมีดสั้นประกายวาววับ มันไม่ใช่รินรดา แต่เป็นชายชุดดำที่ซุ่มรอจังหวะอยู่ เมฆาพุ่งตัวหลบด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า แม้ร่างกายจะอ่อนแรงลงทุกขณะ แต่ไหวพริบยังคงเฉียบคม เขากระแทกศอกเข้าที่คอของคนร้ายจนมันเสียหลัก ก่อนจะใช้จังหวะนี้หมุนตัวถีบเข้าที่อกอย่างเต็มแรงจนร่างนั้นกระเด็นไปฟาดกับถังขยะเหล็กเสียงดังสนั่น
ทว่า ในวินาทีที่เมฆาจะก้าวตามไปเผด็จศึก เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังขึ้นแหวกความเงียบ
*ปัง!*
กระสุนไม่ได้ถูกยิงใส่ศัตรู แต่มันถากผ่านหัวไหล่ของเมฆาไปอย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้ร่างสูงเซถลาไปกระแทกกับกำแพงอิฐ เมฆาทรุดตัวลงทันที เลือดสีเข้มไหลนองราดรดพื้นทางเดินที่เป็นรอยคราบตะไคร่ ความหนาวเหน็บเริ่มคืบคลานเข้าสู่หัวใจ
"ทำไม..." เมฆาพึมพำขณะพยายามยันกายขึ้น ความมืดเริ่มพร่ามัวในสายตา
จากเงามืดท้ายซอย ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบก้าวออกมาอย่างใจเย็น กลิ่นยาสูบยี่ห้อเดียวกับที่รินรดาสัมผัสได้ลอยมากระทบจมูก กวินเดินเข้ามาหาเมฆาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาของเขาไร้ซึ่งความเมตตาที่เคยมีให้เห็นในวันวาน
"โลกนี้มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์นะเมฆา" กวินกล่าวพลางปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้อตนเอง "ตระกูลของคุณถือครองสิ่งที่อัครพลต้องการมานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาที่สมบัติชิ้นสุดท้ายจะต้องเปลี่ยนมือ... โดยที่คุณไม่ต้องรับรู้อะไรอีกต่อไป"
รินรดาพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้ากวินทันที มือที่ถือปืนสั่นระริกแต่ปลายกระบอกเล็งตรงไปที่ชายที่เธอเรียกว่าลุง
"หยุดเดี๋ยวนี้นะคะ! ถ้าคุณทำแบบนี้ ชีวิตคุณจะไม่เหลืออะไรเลย!" เธอตะโกนก้อง เสียงของเธอสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว
กวินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "รินรดา... เธอเป็นเด็กฉลาด แต่ความฉลาดของเธอกำลังจะฆ่าเธอเอง"
ในขณะที่กวินกำลังหันไปเผชิญหน้ากับรินรดา เมฆาใช้แรงเฮือกสุดท้ายคว้าเศษเหล็กข้างตัวขว้างใส่กวินจนเขาต้องเบี่ยงตัวหลบ ก่อนที่เมฆาจะอาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งเข้าใส่ศัตรูคนเดิมที่ยังนอนคู้ตัวอยู่ เขากระชากมีดจากมือคนร้ายมาถือไว้ในมือสั่นๆ ของตนเอง ลมหายใจเขาหอบถี่ รอยเลือดบนทางเดินเปรอะเปื้อนเป็นทางยาวดั่งสายธารแห่งความแค้น
"ลุงกวิน..." เมฆาเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบแห้งแต่หนักแน่น "ถ้าวันนี้ผมไม่ตาย... คนที่จะต้องหายไปจากโลกนี้ไม่ใช่ผม แต่เป็นลุง"
กวินชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะแสยะยิ้มพลางควักโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดปุ่มบางอย่าง เสียงสัญญาณฉุกเฉินดังขึ้นจากทั่วสารทิศ ไม่ใช่เสียงตำรวจ แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยของตึกอัครพลที่อยู่ถัดไปไม่กี่บล็อก
"นายคิดว่าตัวเองรอดไปได้จริงๆ เหรอ" กวินมองนาฬิกาข้อมือด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน "ตอนนี้ทั้งเมืองถูกปิดตาย... และคนของอัครพลกำลังมุ่งหน้ามาที่นี่ เพื่อเก็บงานที่ค้างคาให้จบ"
รินรดาหันมามองเมฆาด้วยสายตาแตกสลาย เธอรู้ดีว่าคำพูดของกวินไม่ใช่คำขู่ลอยๆ เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ที่ดังกระหึ่มเข้ามาใกล้จากทั้งสองฝั่งของซอยทางเดิน บ่งบอกชัดเจนว่าพวกเขาถูกต้อนเข้าสู่มุมอับที่ไม่มีทางออก
เมฆากัดฟันแน่น ความเจ็บปวดจากบาดแผลฉกรรจ์รุมเร้าจนแทบประคองสติไม่อยู่ แต่เมื่อเขาเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากหลังรถคันหรูที่จอดขวางทางออก—ชายผู้ที่เมฆาจำได้แม่นยำว่าเป็นมือขวาคนสนิทของอัครพล—เขาก็รู้ทันทีว่าเกมนี้เดิมพันด้วยชีวิต
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ชายชุดดำคนนั้นกำลังจะลั่นไกใส่ร่างที่บาดเจ็บของเมฆา ลำแสงเลเซอร์สีแดงจุดเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นที่หน้าผากของมัน และเสียงกระซิบที่เย็นเยียบกว่าน้ำแข็งก็ดังขึ้นจากอาคารร้างเบื้องบน
"ถ้าขยับอีกก้าวเดียว... สมองแกได้กลายเป็นโกโก้ครั้นช์แน่"
ทุกคนหยุดกึก เมฆาเงยหน้าขึ้นมองไปยังเงาทมิฬบนชั้นดาดฟ้าที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านเงามืด รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าที่เปื้อนเลือดของเขา ในขณะที่กวินหน้าซีดเผือดเพราะรู้ดีว่าใครกันที่เป็นคนกุมไพ่ตายใบสุดท้ายนี้อยู่
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยเลือดและปริศนาในค่ำคืนนี้กับผม เมทริกซ์ซีโร่ นะครับ
รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 19
รอยเลือดบนทางเดิน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!