“คุณโกหกผมมาตลอด อัครพล”
เสียงของเมฆาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของอัครพล แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะทอดยาวเป็นเงาประหลาดบนผนังห้องที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะราคาแพง เขาวางแฟ้มเอกสารปกหนังสีเข้มลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ด้วยจังหวะที่หนักแน่นพอจะเรียกสติของคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งได้
อัครพลเพียงแค่เลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาของเขาเรียบเฉยประดุจผิวน้ำในยามไร้ลม เขาขยับเนคไทให้เข้าที่ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังนิ่มๆ “ความจริงเป็นสิ่งที่น่าเบื่อที่สุดในโลกใบนี้เมฆา ถ้าคุณอยากได้ยินความจริง คุณต้องเตรียมใจไว้ให้ดีว่ามันอาจจะทำลายทุกอย่างที่คุณเชื่อมั่นมาตลอดชีวิต”
รินรดายืนตัวแข็งอยู่หลังบานประตูที่เปิดแง้มไว้เพียงเล็กน้อย หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะได้ยินเสียงสะท้อนของมันก้องอยู่ในหู เธอไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่ภาพที่เห็นผ่านช่องว่างของประตูทำให้ขาของเธอก้าวไม่ออก หลักฐานในแฟ้มเล่มนั้น—เอกสารที่เธอพยายามตามหามาตลอดนับตั้งแต่พ่อของเธอเสียชีวิตไปอย่างมีเงื่อนงำ—บัดนี้มันกำลังวางอยู่ตรงหน้าคนที่เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของเธอ
เมฆาแค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่สวมถุงมือหนังสีดำค่อยๆ เปิดแฟ้มออกเผยให้เห็นภาพถ่ายสีซีดจางของชายวัยกลางคนคนหนึ่ง ซึ่งรินรดาจำได้ดีว่าเป็นพ่อของเธอ “คุณไม่ได้แค่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่คุณคือคนที่เซ็นอนุมัติเงินก้อนสุดท้ายที่ถูกโอนเข้าบัญชีลับก่อนที่พ่อผม... และพ่อของรินรดาจะหายตัวไป”
อัครพลหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มันไม่ใช่เสียงหัวเราะแห่งความขบขัน แต่เป็นเสียงที่แฝงไปด้วยความสมเพช “คุณคิดว่าตัวเองเป็นนักสืบที่กำลังก้าวเข้าใกล้ความจริงงั้นหรือ? หึ... คุณก็แค่ตัวหมากตัวหนึ่งที่เดินเข้าสู่กับดักที่ถูกวางไว้นานแล้ว”
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกจนเจ็บปวดที่ขั้วปอด เธอเอื้อมมือไปคว้าที่จับประตูด้วยมือที่สั่นเทา พยายามจะผลักออกไปเผชิญหน้า แต่ทว่าสายตาของเธอกลับเหลือบไปเห็นบางอย่างบนโต๊ะทำงานของอัครพล—ซองจดหมายสีเหลืองซีดที่เปิดอ้าอยู่ มีรูปถ่ายของเธอในอิริยาบถต่างๆ ทั้งตอนที่เดินอยู่หน้าสถานีตำรวจ ตอนที่แอบเข้าไปในโกดังร้าง และตอนที่เธอกำลังกอดเมฆาในวันฝนตก
มือของเธอชะงักค้าง ความเย็นยะเยือกแล่นปราดไปทั่วกระดูกสันหลัง
“คุณรินรดา...” เสียงแหบพร่าของอัครพลดังขึ้นโดยที่เขาไม่ได้หันมามองประตู “จะยืนฟังอยู่ตรงนั้นอีกนานไหมครับ? หรืออยากจะเดินเข้ามาฟังส่วนที่น่าสนใจที่สุดเสียที?”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานนั้นจนแทบหายใจไม่ออก เมฆาหันขวับไปมองที่ประตู แววตาของเขาฉายความตกใจปนความกังวลอย่างปิดไม่มิด รินรดาตัดสินใจผลักประตูเข้าไปอย่างเต็มแรง เธอเดินเข้าไปยืนเคียงข้างเมฆาด้วยสีหน้าที่พยายามควบคุมให้เรียบเฉยที่สุด แม้ในใจจะพังทลายลงไปแล้วก็ตาม
“คุณทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร?” รินรดาถามเสียงสั่น “คุณแย่งทุกอย่างไปจากครอบครัวฉัน พ่อฉันเคยไว้ใจคุณ!”
อัครพลลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงใหญ่ของเขาดูน่าเกรงขามและกดดัน รอยยิ้มที่ดูใจดีในยามปกติบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ดูแปลกแยก “คำว่าไว้ใจมันไม่มีค่าในโลกของธุรกิจหรอกครับรินรดา พ่อของคุณไม่ใช่ผู้เคราะห์ร้าย แต่เขาคือคนแรกที่เริ่มเล่นเกมนี้ก่อนใคร เพียงแต่เขาเล่นไม่เก่งเท่าผมเท่านั้นเอง”
“อย่ามาโกหก!” เมฆาตวาด พร้อมกับหยิบปืนออกมาจากใต้เสื้อสูท จ่อไปที่หน้าอกของอัครพลทันที “บอกมาว่าเงินก้อนนั้นถูกโอนไปที่ไหน และใครคือคนที่ออกคำสั่งฆ่าพวกเขาทั้งสองคน!”
“คุณจะยิงผมงั้นหรือเมฆา?” อัครพลเดินเข้ามาหาปากกระบอกปืนอย่างใจเย็น เขากล้าหาญหรือว่าเขากำลังดูถูกชีวิตของตัวเองกันแน่? “ถ้าคุณลั่นไกตอนนี้ ความลับที่เหลือทั้งหมดจะตายไปพร้อมกับผม และคุณจะไม่มีวันรู้เลยว่า คนที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ แล้วไม่ใช่ตัวผม... แต่เป็นคนที่คุณไว้ใจมากที่สุดต่างหาก”
รินรดาเบิกตากว้าง “หมายความว่ายังไง?”
อัครพลยื่นมือไปแตะปลายกระบอกปืนของเมฆาแล้วค่อยๆ ดันมันลงต่ำ “ลองหันไปมองที่หน้าต่างห้องนั้นดูสิครับ... ใครบางคนที่กำลังรอให้พวกคุณฆ่ากันเอง เพื่อที่เขาจะได้เก็บกวาดทุกอย่างให้สะอาดหมดจดในตอนจบ”
เมฆาและรินรดาหันไปมองตามทิศทางที่อัครพลบ่งชี้ ที่หน้าต่างฝั่งตรงข้ามในอาคารร้างซึ่งห่างออกไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร แสงจากเลเซอร์สีแดงจุดหนึ่งกำลังจับจ้องมาที่หน้าผากของเมฆาอย่างนิ่งสนิท
ก่อนที่เมฆาจะได้ทันทำอะไร รินรดากระโจนเข้าผลักตัวเขาให้หลบพ้นวิถีกระสุน เสียงปืนดังสนั่นกึกก้องไปทั่วห้อง กระจกหน้าต่างที่ด้านหลังของพวกเขาแตกกระจายละเอียดเป็นผุยผง อัครพลล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ฟังดูบ้าคลั่งในความมืดมิด
ทว่าในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะดับวูบลง รินรดาก็สังเกตเห็นสร้อยคอที่หลุดออกมาจากคอเสื้อของอัครพลขณะที่เขาล้มลง มันคือสร้อยล็อกเก็ตสีเงินแบบเดียวกับที่เธอเคยเห็นในห้องทำงานของ "ลุงกวิน" เพื่อนสนิทคนเดียวของพ่อเธอ คนที่คอยช่วยเหลือและอุปการะเธอมาตลอดสิบปีที่ผ่านมา
เมฆาคว้าตัวรินรดาไว้แน่นในขณะที่แสงเลเซอร์จุดนั้นยังคงกวาดวนไปมาในห้องอย่างหิวกระหาย “ริน... รีบหนีไป!”
รินรดานิ่งค้าง ลมหายใจขาดห้วง เมื่อเธอนึกขึ้นได้ว่ากลิ่นน้ำหอมที่โชยมากับลมพัดผ่านหน้าต่างในจังหวะที่กระสุนเฉียดผ่านนั้น มันคือกลิ่นยาสูบยี่ห้อพิเศษ... ยี่ห้อเดียวกับที่ลุงกวินสูบเป็นประจำทุกวัน
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้นะครับ เมทริกซ์ซีโร่ครับ
รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 18
ความจริงที่น่าตกใจ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!