รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 48

คืนก่อนการตัดสิน

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงกระดาษปึกหนาถูกโยقةลงบนโต๊ะไม้สักทองดัง *ตุบ* มันไม่ใช่เสียงของการกระทำที่รุนแรง หากแต่หนักหน่วงด้วยน้ำหนักแห่งความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน รินรดานิ่งเงียบ ดวงตาคู่คมกวาดมองเอกสารทางบัญชีและรายชื่อบัญชีม้าที่ถูกแกะรอยจนถึงรากเหง้า เอกสารเหล่านี้คือหยดเลือดหยดสุดท้ายที่พวกเขาใช้แลกมาด้วยการหลบซ่อนและการหายใจอย่างระมัดระวังตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ใต้แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เงาของเธอลากยาวทาบไปบนผนังห้องพักชั่วคราวที่เต็มไปด้วยแผนผังโยงใยความเชื่อมโยงของอาณาจักรอัครพล "เรามาไกลเกินกว่าจะถอยหลังแล้วนะครับ เมฆา" เสียงของรินรดาแหบพร่าเล็กน้อย ความเหนื่อยล้ากัดกินเรี่ยวแรงของเธอ แต่แววตายังคงแน่วแน่ไม่มีวันสั่นคลอน เมฆายืนพิงกรอบหน้าต่าง ปลายนิ้วเรียวยาวคีบบุหรี่ที่มอดไหม้ไปกว่าครึ่ง เขายังไม่ได้จุดมันตั้งแต่แรก ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านกระจกใสออกไปยังความมืดมิดของมหานครเบื้องล่าง แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าดูราวกับดวงดาวที่ไร้ความอบอุ่น ช่างคล้ายคลึงกับจิตใจของอัครพล ชายผู้มองเห็นชีวิตคนเป็นเพียงหมากบนกระดานที่พร้อมจะถูกปัดตกได้ทุกเมื่อ "ถอยไม่ได้ และไม่มีความจำเป็นต้องถอยอีกแล้วครับ ริน" เมฆาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกพยางค์หนักแน่นดั่งก้อนหินที่ถูกทุ่มลงบนผืนน้ำนิ่ง "พรุ่งนี้เวลานี้ เอกสารชุดนี้จะอยู่บนโต๊ะของอัยการสูงสุด และสำเนาอีกชุดจะกระจายไปยังสำนักข่าวทุกสำนักในประเทศ อัครพลจะไม่มีที่ให้ซ่อนตัวอีกต่อไป" "คุณมั่นใจแค่ไหนว่าเครือข่ายของเขาจะเข้าไม่ถึงตัวอัยการคนนั้น?" รินรดาลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ เธอเอื้อมมือไปแตะข้อศอกของชายหนุ่ม สัมผัสได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้ม "เขามีอำนาจเหนือกระบวนการยุติธรรมมาเป็นสิบปีนะเมฆา การที่เราเดินเข้าหาเสือโดยตรง... มันต่างอะไรกับการเอาเนื้อไปถวายปากมัน" เมฆาหันกลับมาสบตาเธอ แววตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงประกายไฟแห่งความแค้นที่ถูกควบคุมไว้ด้วยสติอันเยือกเย็น มือหนาวางทับลงบนมือของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา เป็นสัมผัสเดียวที่มอบความอบอุ่นท่ามกลางสงครามประสาทที่ยาวนานนี้ "ผมไม่ได้เอาเนื้อไปถวายเสือครับ ริน" เมฆายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "แต่ผมกำลังหย่อนระเบิดเวลาลงไปในถ้ำของมันต่างหาก หากพวกมันเลือกที่จะขยับ มันก็ต้องพินาศไปพร้อมกับหลักฐานเหล่านี้ แต่ถ้ามันนิ่งเฉย... มันก็จะค่อยๆ ตายอย่างช้าๆ ภายใต้ความหวาดระแวง" บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาหวิวแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอก ทั้งสองคนต่างรู้ดีว่า คืนนี้คือคืนสุดท้ายก่อนที่พายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ ทุกวินาทีที่กำลังจะผ่านพ้นไปมีความหมายเท่ากับความเป็นความตาย ความเงียบงันนี้ไม่ได้แปลว่าพวกเขากลัว แต่มันคือช่วงเวลาแห่งการรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนก้าวเข้าสู่สนามประลอง เมฆาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน เขาเปิดลิ้นชักชั้นในสุดหยิบกล่องไม้เก่าๆ ออกมา ข้างในบรรจุนาฬิกาพกสีทองโบราณเรือนหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เหลือรอดมาจากเหตุการณ์เพลิงไหม้บ้านของครอบครัวเขาเมื่อสิบห้าปีก่อน ฝาเปิดเผยให้เห็นรอยขีดAข่วนและเข็มนาฬิกาที่หยุดเดินไปตลอดกาล ณ เวลาที่ชีวิตของเขาพังทลาย "พ่อครับ..." เขากระซิบแผ่วเบาในลำคอ ดวงตาไหววับชั่วขณะก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดังเดิม "พรุ่งนี้... ความยุติธรรมที่พ่อรอคอยจะมาถึงเสียที" รินรดามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่จุกแน่นในอก เธอเข้าใจปมในใจของชายหนุ่มผู้นี้ดี ตลอดเวลาที่ผ่านมา เมฆาไม่ได้ต่อสู้เพื่ออำนาจหรือเงินทอง เขากำลังต่อสู้เพื่อทวงคืนเกียรติยศและดวงวิญญาณของคนที่เขารัก หญิงสาวขยับเข้าไปสวมกอดร่างสูงจากด้านหลัง ซบใบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างของเขา ปล่อยให้ความอบอุ่นจากร่างกายของเธอบรรเทาความหนาวเหน็บที่กัดกินหัวใจเขามาเนิ่นนาน "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันพรุ่งนี้ จำไว้เสมอนะครับว่าคุณไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพัง" รินรดากระซิบชิดแผ่นหลังของเขา เมฆานิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นกอบกุมมือของเธอที่โอบรอบเอวเขาไว้แน่น "ครับ ผมรู้... และเพราะมีคุณ ผมถึงยังยืนอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้" ทั้งสองผละออกจากกันด้วยความจำยอมเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะแผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ เมฆาขมวดคิ้วเล็กน้อย หน้าจอแสดงเบอร์แปลกที่ไม่ปรากฏ 0ร to 0รแต่รหัสพื้นที่ระบุชัดเจนว่าเป็นหมายเลขจากสำนักงานใหญ่ของหน่วยงานรัฐบาลระดับสูง เขากดรับและแนบหูทันทีโดยไม่ลังเล "สวัสดีครับ เมฆาพูด" เสียงปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ราวกับกำลังชั่งใจ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของเมฆาเย็นเฉียบลงทันที *"คุณเมฆาครับ... เอกสารที่คุณถืออยู่ครึ่งหนึ่งในตอนนี้ เกรงว่าจะเดินทางไปไม่ถึงโต๊ะอัยการหรอกนะครับ เพราะในขณะนี้... คนที่เก็บรักษาต้นฉบับอีกชุดแทนคุณ ได้กลายเป็นศพไปเรียบร้อยแล้ว"* เมฆานิ่งค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รินรดารับรู้ถึงความผิดปกติจากท่าทีของชายหนุ่ม เธอก้าวเข้าไปใกล้ด้วยความตื่นตระหนก *"และถ้าคุณอยากรู้ว่าใครคือศพคนนั้น..."* ปลายสายหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างเยือกเย็น *"เปิดประตูห้องของคุณตอนนี้สิครับ แล้วคุณจะได้ต้อนรับแขกคนสำคัญ... ผู้ซึ่งถือต้นฉบับชุดสุดท้ายมามอบให้คุณด้วยตัวเอง"* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ - เมทริกซ์ซีโร่
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%