เสียงโลหะกระทบกันครั้งเดียวในความเงียบงัน... ชัดเจนและบาดลึกราวกับเสียงประกาศิตแห่งความตาย
เมฆาก้าวผ่านประตูเหล็กดัดบานใหญ่ที่ถูกพังทลายลงมาด้วยแรงระเบิดย่อมๆ กลิ่นดินปืนผสมกับกลิ่นอับของสนิมเหล็กตีเข้าจมูกทันที ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มไร้เงาความลังเล แววตาของเขาคมกริบดั่งใบมีดที่ผ่านการลับมาอย่างดี ในมือข้างขวาถือปืนพกสั้นติดเก็บเสียงที่ยังมีไอร้อนจางๆ ลอยกรุ่น
"นายท่านรอคุณอยู่นานแล้วครับ... เมฆา"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากความมืดตรงโถงบันไดวนอิตาลี ร่างของบอดี้การ์ดร่างยักษ์สามคนก้าวออกมาจากเงาเสาหินอ่อน มือซ้ายกุมอาวุธปืนพร้อมลั่นไก แต่ไม่มีความตื่นตระหนกในแววตาของพวกมัน... เพราะที่นี่คืออาณาจักรของอัครพล ป้อมปราการที่ไม่มีใครหน้าไหนเคยเหยียบย่างเข้ามาได้หากไม่ได้รับอนุญาต
เมฆาหยุดเดิน ปรายตามองชายฉกรรจ์ทั้งสามด้วยมุมปากที่กระตุกขึ้นเล็กน้อย—ไม่ใช่รอยยิ้ม แต่มันคือความเย้ยหยัน
"ฉันไม่ได้มาเพื่อดื่มน้ำชา" เมฆาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานไปทั่วโถงกว้าง "หลบไป ถ้าไม่อยากตายที่นี่"
ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุดในชั่วพริบตา รินรดาที่แอบซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ด้านนอกผ่านหน้าต่างกระจกสีบานยักษ์ หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอกำวิทยุสื่อสารในมือแน่นจนข้อพับนิ้วขาวซีด เธอรู้ดีว่านี่คือเดิมพันด้วยชีวิต หากเมฆาล้มลง ทุกหลักฐานที่เธอและเขารวบรวมมาตลอดหลายปีจะมลายหายไปในพริบตา
ฉับพลัน! เสียงปืนนัดแรกก็แผดเผาความเงียบ
ปัง!
กระสุนเจาะทะลุกระจกใสแตกกระจาย เมฆาเบี่ยงตัวหลบด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ แรงเหวี่ยงจากการเคลื่อนไหวทำให้ชายหนุ่มพุ่งเข้าประชิดตัวบอดี้การ์ดคนแรกได้อย่างไร้เสียง ศอกหนาซัดเข้าที่ลิ้นปี่อย่างแม่นยำ พร้อมกับเสียงก๊อบของกระดูกที่หักสะบั้นตามแรงกระแทก
การต่อสู้ในระยะประชิดดำเนินไปอย่างดุเดือดและไร้ความปรานี เมฆาเคลื่อนไหวราวกับเงาพราย หลบหลีกคมกระสุนและหมัดหนักหน่วงได้อย่างน่าทึ่ง เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงา สะท้อนกับแสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับราวกับงานศิลปะแห่งความตาย
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องทำงานชั้นบนสุดของคฤหาสน์ อัครพลนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความกังวล มือข้างหนึ่งถือแก้ววิสกี้ชั้นดี เคล้าคลอด้วยเสียงเพลงคลาสสิกที่ดังคลอเบาๆ จากเครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณ หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิดที่ฉายให้เห็นทุกย่างก้าวของเมฆา
"เด็กหนุ่มคนนั้น... ดื้อรั้นเสียจริง" อัครพลพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น สายตาจับจ้องภาพเมฆากำลังจัดการบอดี้การ์ดคนสุดท้ายด้วยการเตะตัดขาและกดล็อกคอจนสลบคาที่ "คิดว่าการพังประตูเข้ามาได้ จะทำให้เขากลายเป็นผู้ชนะงั้นหรือ"
อัครพลหยิบรีโมทคอนโทรลสีดำตัวเล็กขึ้นมา กดปุ่มสีแดงที่ซ่อนอยู่ใต้ลิ้นชักโต๊ะทำงานอย่างใจเย็น
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงก็กระพริบวาบไปทั่วทั้งคฤหาสน์ ประตูเหล็กนิรภัยหนาเตอะนับสิบบานเลื่อนลงปิดกั้นทุกเส้นทางทางเดินราวกับกรงขัง เมฆาที่กำลังก้าวขึ้นบันไดไปยังชั้นสองต้องชะงักฝีเท้า เมื่อพบว่าทางหนีทีไล่ถูกตัดขาดทั้งหมด
เสียงฝีเท้าจำนวนมาก... ดังระรัวมาจากเบื้องบนและเบื้องล่าง มันไม่ใช่เสียงของบอดี้การ์ดธรรมดา แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่มีวินัยและพร้อมสังหาร
เมฆายืนนิ่งอยู่กลางทางเดินมืดสลัว ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแม้จะผ่านศึกหนักมาหมาดๆ เขารู้ดีว่านี่คือแผนการต้อนรับที่อัครพลเตรียมไว้ให้ แต่อย่างน้อยที่สุด เขาก็ได้เข้ามาถึงใจกลางของรังเสือแห่งนี้แล้ว
ทว่า... ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมหลังเสียงสัญญาณเตือนภัย เสียงปรบมือเบาๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดที่ปลายทางเดินชั้นสอง
แปะ... แปะ... แปะ...
"ยินดีต้อนรับสู่กับดักของฉันนะ เมฆา"
เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าของบุคคลนั้นสะท้อนกับแสงไฟสลัวจนเห็นรอยยิ้มอันคุ้นเคย—รอยยิ้มที่เมฆาไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ - เมทริกซ์ซีโร่
รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 49
เปิดฉากปะทะ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!