"ถ้านายยังไม่หยุดวิ่ง... ฉันจะยิงที่ขาข้างที่ถนัดที่สุดของนายแทนนะ เมฆา"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของอัครพลดังสะท้อนผ่านเครื่องขยายเสียงจากเฮลิคอปเตอร์สีดำทะมึนที่บินต่ำเหนืออาคารพาณิชย์ย่านใจกลางเมือง เสียงใบพัดตีอากาศดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะฉีกกระชากความเงียบงันของค่ำคืนนี้ให้มอดไหม้ เมฆาที่กำลังก้มตัวหลบอยู่หลังถังขยะเหล็กขึ้นสนิมในซอกตึกแคบๆ ขบกรามแน่นจนสันกรามปูดนูน ลมหายใจของเขาหอบถี่และติดขัด กลิ่นไอเสียของรถยนต์ผสมกับกลิ่นขยะเน่าเสียในตรอกชวนให้อาเจียน แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกหนาวเหน็บที่แล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลัง
เขารู้ดีว่าอัครพลไม่ได้ขู่ คำพูดของผู้ชายคนนั้นคือคำสั่ง และคำสั่งคือสิ่งที่ต้องกลายเป็นความจริงเสมอ
เมฆาล้วงเข้าไปในกระเป๋าแจ็คเก็ต หยิบโทรศัพท์มือถือที่แตกละเอียดขึ้นมาดู หน้าจอสีดำสนิทไร้สัญญาณตอบรับ รินรดานัดเขาไว้ที่สถานีรถไฟร้างห่างจากจุดนี้ไปอีกสามกิโลเมตร แต่นี่ไม่ใช่การเดินทางธรรมดา นี่คือการเต้นรำกับความตายท่ามกลางสายตานับพันคู่ที่จับจ้องมาจากมุมมืดของกล้องวงจรปิดทั่วเมือง
"ยังหรอก... ฉันยังไม่ยอมจบที่นี่" เมฆาพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะตัดสินใจก้าวเท้าออกไปจากเงาของตึก
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีเทาเข้มดังไล่หลังมาติดๆ พวกมันไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็น 'สุนัขล่าเนื้อ' ของอัครพลที่ได้รับคำสั่งมาให้เก็บกวาดให้สะอาดที่สุด เมฆาอาศัยความชำนาญพื้นที่ซอกซอยที่เขาเคยสำรวจไว้ในอดีต เบี่ยงตัวหลบเข้าหลังตู้คอนเทนเนอร์เก่าๆ ก่อนจะฉวยโอกาสคว้าท่อเหล็กข้างตัวเหวี่ยงเข้าใส่ข้อพับขาของชายคนแรกที่เลี้ยวเข้ามา
*ปึก!*
เสียงท่อเหล็กกระทบกระดูกดังสนั่น ชายคนนั้นล้มลงไปกองกับพื้นพร้อมเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด เมฆาไม่รอให้คนอื่นเข้ามาเสริม เขาคว้าปืนพกที่หลุดจากมือศัตรูขึ้นมาแล้วเหนี่ยวไกขึ้นฟ้าหนึ่งนัดเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนจะอาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งตัวออกไปทางบันไดหนีไฟของตึกฝั่งตรงข้าม
หัวใจของเขาเต้นรัวเหมือนกลองรบ ร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลเริ่มประท้วง แต่เมฆาไม่มีสิทธิ์อ่อนแอ เขาเห็นภาพถ่ายใบหนึ่งในสมุดบันทึกที่เขายึดมาได้จากเซฟของอัครพล... ภาพครอบครัวของเขายืนยิ้มอยู่หน้าบ้านหลังเก่า ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นเถ้าถ่าน ความแค้นที่สั่งสมมานับสิบปีคือเชื้อเพลิงเดียวที่หล่อเลี้ยงให้เขายังคงหายใจอยู่
เขาวิ่งผ่านดาดฟ้าตึก ข้ามไปยังตึกแถวที่ติดกัน แสงไฟจากสปอร์ตไลท์ของเฮลิคอปเตอร์กวาดผ่านตัวเขาไปเพียงไม่กี่นิ้ว ราวกับเขากำลังเล่นซ่อนหากับมัจจุราช
"นายหนีไปได้ไม่ไกลหรอก เมฆา" อัครพลที่นั่งอยู่ในรถลีมูซีนคันหรูที่จอดรออยู่ท้ายซอย พึมพำผ่านโทรศัพท์ดาวเทียม "เมืองนี้คือตารางหมากรุกของฉัน และนายก็เป็นแค่เบี้ยที่กำลังเดินไปสู่ตาจน"
เมฆากระโดดลงมาบนหลังคารถบรรทุกที่วิ่งผ่านไปพอดี แรงกระแทกทำให้เขารู้สึกจุกจนแทบอาเจียน แต่เขาก็ยังคงมุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่นัดหมายไว้ ความเงียบในย่านชานเมืองเริ่มเข้ามาแทนที่เสียงจอแจในตัวเมือง ความมืดมิดของคืนนี้เป็นทั้งมิตรและศัตรู
ในที่สุดเขาก็ถึงสถานีรถไฟร้าง สภาพอาคารทรุดโทรมจนแทบดูไม่ได้ เมฆาพุ่งตัวเข้าไปในโถงผู้โดยสารที่เต็มไปด้วยฝุ่น เขากวาดสายตามองหารินรดา แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
ไม่ใช่รินรดาที่ยืนอยู่ตรงกลางโถง แต่มันคือเก้าอี้ไม้ตัวเดียวที่วางอยู่กลางห้อง บนเก้าอี้มีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลวางอยู่ และข้างๆ แฟ้มนั้นคือโทรศัพท์มือถือที่กำลังส่งเสียงดัง 'ติ๊ด' เป็นจังหวะเดียวกับหัวใจของเขา
เมฆาเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับด้วยมือที่สั่นเทา
"ถึงแล้วสินะ..." เสียงของอัครพลดังขึ้นจากปลายสาย แต่มันไม่ใช่เสียงที่เย็นชาเหมือนทุกครั้ง มันกลับเจือไปด้วยความขบขัน "รู้ไหมทำไมฉันถึงปล่อยให้นายวิ่งมาถึงนี่?"
"แกต้องการอะไรกันแน่?" เมฆาตะคอกถาม
"ฉันต้องการให้นายเห็นสิ่งที่รินรดาพยายามปกปิดนายมาตลอดสิบปีไงล่ะ" อัครพลหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "เปิดแฟ้มนั้นดูสิ... แล้วนายจะรู้ว่าคนที่ลงมือเผาบ้านของนายจริงๆ น่ะ ไม่ใช่คนในตระกูลของฉัน แต่เป็นคนข้างกายที่นายไว้ใจที่สุดต่างหาก"
มือของเมฆาสั่นสะท้านขณะที่เขาเปิดแฟ้มออก หน้ากระดาษเอกสารทางการที่ดูเก่าแก่เผยให้เห็นบันทึกการโอนเงินจำนวนมหาศาล และรายชื่อผู้สมรู้ร่วมคิด... รายชื่อแรกที่ปรากฏอยู่บนเอกสารฉบับนั้น ทำให้โลกทั้งใบของเมฆาพังทลายลงในทันที
มันไม่ใช่ชื่อของอัครพล... แต่มันคือชื่อของ 'พ่อ' เขาเองที่ร่วมมือกับใครบางคนที่เขาคาดไม่ถึงที่สุด
เงาตะคุ่มๆ หนึ่งก้าวออกมาจากมุมมืดของสถานีพร้อมกับเสียงตบมือแผ่วเบา เมฆาหันไปมองทันที และสิ่งที่เขาเห็นทำเอาเขากลืนน้ำลายไม่ลง... เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ศัตรูที่เขาตามล่ามาตลอดชีวิต แต่คือคนที่เพิ่งจะยื่นมือมาช่วยเขาเมื่อคืนนี้เอง
"ไง... เมฆา" เสียงนั้นเย็นเยียบและคุ้นเคยอย่างประหลาด "ดูเหมือนเกมไล่ล่าของนาย จะเดินทางมาถึงจุดจบที่น่าสมเพชที่สุดแล้วนะ"
เมทริกซ์ซีโร่ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดหักเหที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในบทนี้ด้วยกันนะครับ
รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 40
เกมไล่ล่า
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!