รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 41

ซ่อนในเงามืด

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงถอนหายใจยาวนานที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของเมฆา ไม่ได้บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าทางกาย หากแต่เป็นความหนักอึ้งของอากาศภายในห้องใต้ดินอับชื้นแห่งนี้ ที่ดูเหมือนจะสูญיบริสุทธิ์ไปจนหมดสิ้นแล้ว แสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟดวงเล็กสั่นไหวตามกระแสไฟฟ้าที่ไม่เสถียร ทอดเงายาวของเขาให้ทาบทับอยู่บนผนังปูนเปลือยที่กะเทาะหลุดร่อน ไม่มีทางหนี... และไม่มีที่ให้ถอยอีกแล้ว รินรดานั่งอยู่บนลังไม้เก่าๆ ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว ดวงตาของเธอไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่ผู้หญิงทั่วไปควรจะเป็นในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ตรงกันข้าม นัยน์ตาคู่นั้นกลับนิ่งสงบ แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ทำให้น่าทึ่ง เธอกำแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือแน่นจนปลายนิ้วขาวซีด เอกสารชิ้นสุดท้ายที่อาจเป็นกุญแจดอกเดียวในการกระชากหน้ากากของอัครพล แต่ในขณะเดียวกัน มันก็อาจเป็นเชือกที่ผูกคอพวกเขาทั้งคู่ให้ดิ่งลงสู่ก้นเหวเช่นกัน "เราอยู่ที่นี่ได้อีกไม่นานนักหรอก เมฆา" เสียงของรินรดากระซิบแผ่วเบา ราวกับเกรงว่าเสียงนั้นจะไปกระทบผนังแล้วสะท้อนกลับมาทำร้ายพวกเขาเอง "ลูกน้องของอัครพลไม่ได้โง่ พวกมันรู้ว่าเราไม่มีทางออกไปไหนพ้นเขตก่อสร้างนี้ รัศมีการค้นหาแคบลงทุกทีแล้ว" เมฆาไม่ตอบทันที เขายังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกริบมองลอดผ่านช่องหน้าต่างแคบๆ ที่ถูกปิดตายด้วยแผ่นไม้เก่า ออกไปยังลานจอดรถร้างด้านนอก เงาของรถยนต์ซีดานสีดำหลายคันเคลื่อนตัวเข้ามาจอดปิดล้อมทางออกทุกด้านอย่างเป็นระบบ ราวกับฝูงสุนัขล่าเนื้อที่ต้อนเหยื่อจนมุมในกรงขัง ความกดดันระดับสูงสุดแผ่ซ่านไปทั่วบรรยากาศ ความเงียบงันระหว่างพวกเขาน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าเสียงฝีเท้าหรือเสียงปืน เมฆารู้ดีว่าทุกย่างก้าวต่อจากนี้หมายถึงความเป็นความตาย เขาหันกลับมามองรินรดา ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกผิดที่ตีรวนขึ้นมาในอก "ผมขอโทษนะรินรดา" เสียงของเขาแหบพร่าแต่มั่นคง "ผมไม่น่าดึงคุณเข้ามาเสี่ยงในเรื่องนี้เลย ตั้งแต่แรก... คุณควรจะอยู่ให้ห่างจากความมืดของผม" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มุมปากหยักยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำบรรยาย "อย่าพูดแบบนั้นเลยเมฆา คุณก็รู้ว่าฉันเลือกเส้นทางนี้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่วันที่เราเริ่มขุดคุ้ยเรื่องความตายของครอบครัวคุณ เราไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว... เราคือลมหายใจเดียวกันในคดีนี้" คำพูดของเธอบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเมฆา ชายหนุ่มเม้มปากแน่น ความรู้สึกอัดอั้นตันใจพุ่งพล่านขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก เขาก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาว คุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน มือหนาเอื้อมไปกุมมือที่เย็นเฉียบของเธอไว้แน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านผิวสัมผัส ท่ามกลางความหนาเหน็บของความตายที่รายล้อม "ถ้าเราต้องจบลงตรงนี้..." เมฆาเอ่ยเสียงแผ่ว พลางจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "ความจริงเรื่องคืนนั้น... จะต้องถูกเปิดเผย ไม่ว่าอัครพลจะพยายามปิดปากพวกเรายังไงก็ตาม" "มันจะไม่จบแค่นี้" รินรดาบีบมือเขากลับอย่างหนักแน่น เพื่อส่งผ่านพลังใจที่เหลืออยู่ "เพราะฉันเชื่อว่า ความยุติธรรมอาจจะมาถึงช้า แต่จะไม่เคยหลงทาง... แม้ว่าในเงามืดนี้ เราจะมองไม่เห็นทางข้างหน้าเลยก็ตาม" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่บริเวณทางเดินด้านนอก ใกล้เข้ามาทุกที... ทุกที... เสียงเหล็กกระทบพื้นซีเมนต์ดังแกรกกราก ตามด้วยเสียงหัวเราะทุ้มต่ำและเย็นเยียบของใครบางคนที่ยืนอยู่หลังประตูห้องใต้ดิน "เจอตัวแล้วล่ะ... เจ้าหนู" เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของลูกน้องปลายแถว แต่มันคือเสียงของคนที่พวกเขากลัวที่สุด เสียงของชายผู้กุมชะตากรรมของเมืองนี้ไว้ในกำมือ เมฆาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ร่างกายตึงเกร็งเตรียมพร้อมรับมือ เขาดึงรินรดามาหลบไว้ด้านหลัง พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบเหล็กเส้นยาวที่วางอยู่มุมห้องขึ้นมาเป็นอาวุธชิ้นสุดท้าย ดวงตาคมกริบจดจ้องไปที่บานประตูไม้เก่าๆ ที่กำลังถูกผลักให้เปิดออกอย่างช้าๆ แอ๊ด... เสียงบานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี๊ยบ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมและแววตาสมเพช แสงไฟสลัวสาดกระทบใบหน้านั้นให้เห็นเด่นชัด ไม่ใช่ใครอื่น... อัครพลยืนอยู่ตรงนั้นด้วยตัวเอง พร้อมกับรอยยิ้มที่แขวนอยู่บนมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า "คิดว่าจะซ่อนตัวอยู่ในรูหนูนี้ได้นานแค่ไหนกัน เมฆา?" อัครพลเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่น่าขนลุก เขากวาดสายตามองทั้งสองคนราวกับกำลังมองดูแมลงตัวเล็กๆ ที่ไม่มีทางหนีรอด "ความพยายามของแกน่ะน่าชื่นชมนะ แต่ก็น่าสมเพชในเวลาเดียวกัน รู้ไหมว่าการวิ่งหนีคนที่กุมอำนาจทุกอย่างในเมืองนี้ มันก็เหมือนการวิ่งเข้าหาหลุมศพของตัวเองเรื่อยๆ เท่านั้น" เมฆายืนนิ่ง ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความโกรธแค้นแผดเผาอยู่ในอก แต่เขารู้ดีว่าการบุ่มบ่ามตอนนี้มีแต่จะทำให้พังกันหมด เขารักษาสติและซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยที่สุด "อำนาจของคุณมันซื้อได้ทุกอย่าง ยกเว้นความจริงหรอก อัครพล" เมฆากล่าวลอดไรฟัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความดูแคลนที่ตั้งใจยั่วโมโห "ความจริงที่ว่า มือของคุณมันเปื้อนเลือดมามากแค่ไหน และวันหนึ่ง... มันจะกลายเป็นโซ่ตรวนที่ดึงคุณลงนรก" อัครพลหุบยิ้มลงทันที แววตาคมกริบฉายแววอำมหิตขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ "ความจริงงั้นเหรอ? น่าเสียดายนะเมฆา..." อัครพลเอื้อมมือไปหยิบบางสิ่งออกจากกระเป๋าเสื้อสูท ชูขึ้นให้ทั้งสองคนเห็นได้อย่างถนัดตา "เพราะในโลกนี้ คนที่ชนะคือคนที่เป็นคนเขียนประวัติศาสตร์ ไม่ใช่คนที่ตายไปแล้ว... และแกกำลังจะกลายเป็นแค่อดีตที่ไม่มีใครจดจำ" สิ่งที่อัครพลชูขึ้นในมือคือ ไดรฟ์ข้อมูลสำรองตัวสุดท้าย... ตัวที่เมฆาซ่อนไว้อย่างดีที่สุดในเซฟลับที่บ้านพัก หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความหวังทั้งหมดที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เมื่อพวกเขารู้ว่าความลับถูกค้นพบ และทางหนทีไล่ทั้งหมดถูกตัดขาดอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีทางรอด... ไม่มีทางออกอีกต่อไปแล้ว เมฆายืนอึ้ง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไดรฟ์นั้นถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ทำไมอัครพลถึงหาพบเร็วนัก? หรือว่า... มีหนอนบ่อนไส้? ก่อนที่เมฆาจะได้เอ่ยปากถามอะไรออกไป อัครพลก็โบกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องด้านหลังขยับเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับที่ชายในชุดดำคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงาดำด้านหลังอัครพล พร้อมรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก รอยยิ้มของคนที่พวกเขาไว้วางใจที่สุดมาตลอดทาง... เมฆาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด เมื่อเห็นใบหน้าของ "คนทรยศ" ที่ยืนอยู่เคียงข้างศัตรูอย่างชัดเจนในวินาทีนั้นเอง! เมฆาขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและบีบคั้นนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนต่อไปนะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%