"ถอยออกไป ริน"
เสียงของเมฆาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของอัครพล มันไม่ใช่คำสั่งที่อ่อนหวาน แต่มันคือการตัดสินใจที่เด็ดขาดที่สุดเท่าที่เขาเคยเอ่ยออกมาในคืนนี้ แสงไฟจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ถูกแฮกจนขึ้นแถบสีแดงสว่างวาบสะท้อนบนใบหน้าเคร่งขรึมของชายหนุ่ม เขาไม่ได้หันไปมองคู่หูที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่สายตากลับจดจ้องอยู่กับแป้นพิมพ์ตัวเลขดิจิทัลที่ฝังอยู่ในผนังหินอ่อนหลังโต๊ะทำงานตัวเขื่อง
รินรดากำดาบสั้นในมือแน่น เสียงลมหายใจของเธอสั่นสะท้านเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือความตื่นตระหนกที่พุ่งพล่านเมื่อเงาของอัครพลอาจจะปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูห้องนี้ได้ทุกวินาที "เมฆา... นายไม่มีเวลาแล้วนะ ถ้าเลขรหัสชุดนี้ผิดอีกครั้ง ระบบรักษาความปลอดภัยจะล็อกทั้งชั้น และเราสองคนจะถูกฝังอยู่ในนี้เหมือนหนูในกรง"
"ผมรู้" เขาตอบสั้นๆ นิ้วเรียวยาวพรมลงบนแป้นพิมพ์อย่างเชื่องช้า ทว่าหนักแน่น จังหวะการกดแต่ละครั้งราวกับเป็นการเต้นของหัวใจที่บีบคั้นอยู่ในทรวงอก ความทรงจำเกี่ยวกับคืนที่ครอบครัวของเขาต้องจบชีวิตลงย้อนกลับมาฉายชัดอีกครั้ง—กลิ่นควันไฟ ความร้อนระอุ และเสียงกรีดร้องที่ไม่มีวันจางหาย
"ริน จำได้ไหมที่นายเคยบอกว่าความจริงคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด" รินรดาถามพลางเหลือบมองทางเดินด้านนอกผ่านรอยแยกของประตู "นายกำลังจะเปิดมันออกจริงๆ หรือเปล่า หรือว่านายแค่กำลังพาเราไปสู่จุดจบ"
เมฆาหยุดมือทันที อากาศรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ เขาสูดหายใจลึก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลอยู่ในห้องนี้ช่างขัดกับสถานการณ์อันตรายเบื้องหน้า "ถ้าผมไม่เปิดมัน ความตายในอดีตก็จะเป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่ไร้ความหมาย แต่ถ้าผมเปิดมัน... ไม่ว่าจะเจออะไร อย่างน้อยผมก็ได้รู้ว่าผมสู้เพื่ออะไร"
เขากดหมายเลขชุดสุดท้ายด้วยความสั่นเทาของหัวใจ 8... 4... 1... 0... ปึก!
เสียงกลไกเหล็กกล้าเคลื่อนตัวประสานกันดังลั่นห้อง เหมือนเสียงกระดูกที่ถูกหัก บานเซฟนิรภัยขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่ในผนังค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นเพียงความมืดมิดภายในช่องว่างนั้น เมฆาไม่รอช้า เขาหยิบแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำเข้มออกมาทันที ทว่าสิ่งที่อยู่ใต้แฟ้มนั้นกลับไม่ใช่แค่เอกสาร แต่มันคือแผ่นบันทึกข้อมูลดิจิทัลขนาดเล็กที่สลักชื่อย่อของใครบางคนเอาไว้
"เจอแล้ว..." เสียงของเขาแหบพร่า
ทว่าก่อนที่เขาจะได้เปิดดูเนื้อหาภายใน เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่เสียงของรปภ.ที่รีบเร่ง แต่มันคือเสียงของคนที่มั่นใจว่าตนเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะเหมือนเสียงเคาน์ดาวน์ที่กำลังใกล้เข้ามาถึงจุดสิ้นสุด
รินรดาสะดุ้งเฮือก เธอถอยหลังมาชนไหล่ของเมฆา "เมฆา... มันมาแล้ว"
เมฆาหันกลับมา แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความมุ่งมั่นกลายเป็นความเย็นชาที่พร้อมจะแลกด้วยชีวิต เขาซ่อนแฟ้มนั้นไว้ในเสื้อแจ็กเก็ตก่อนจะคว้าแขนรินรดาแล้วดึงเธอเข้ามุมมืดหลังชั้นหนังสือขนาดใหญ่ แต่ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังจะหลบพ้นสายตา บานประตูห้องทำงานก็เปิดออกอย่างแผ่วเบาด้วยฝีมือของใครบางคนที่ยืนถือปืนเก็บเสียงไว้ในมือ
ร่างสูงโปร่งของอัครพลก้าวเข้ามาในห้อง เขาสวมชุดสูทเนี้ยบกริบราวกับเพิ่งกลับจากงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ มุมปากของเขายกยิ้มอย่างพึงพอใจราวกับรู้เห็นทุกอย่างมาโดยตลอด เขาไม่ได้มองหาใครเป็นพิเศษ แต่กลับเดินตรงไปที่หน้าโต๊ะทำงานแล้ววางแก้วไวน์ที่ถือติดมือมาด้วยลงบนนั้นอย่างใจเย็น
"การขโมยของในบ้านคนอื่นเป็นนิสัยที่ไม่น่ารักเลยนะ เมฆา" เสียงของอัครพลก้องกังวาน "แต่ก็นะ... ตระกูลของเธอมีนิสัยชอบรนหาที่ตายแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว"
เมฆากำหมัดแน่นภายใต้เงามืด เขาเกือบจะกระโจนออกไปหาศัตรู แต่รินรดาบีบมือเขาไว้แน่น สัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงที่ไม่อาจแก้ไขได้ หากพลาดเพียงนิดเดียว ทั้งข้อมูลและชีวิตของพวกเขาจะจบสิ้นลงตรงนี้
อัครพลหันหลังกลับมาทางชั้นหนังสือ ราวกับเขามองเห็นทะลุผ่านความมืดเข้ามาในดวงตาของเมฆา "ออกมาเถอะ สิ่งที่อยู่ในมือเธอ... มันไม่ใช่สิ่งที่เธอควรจะได้รับรู้ในตอนนี้หรอกนะ เพราะถ้าเธอยิ่งรู้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งต้องตายอย่างทรมานมากขึ้นเท่านั้น"
เขายกปืนในมือขึ้นจ่อไปยังทิศทางที่เมฆาซ่อนตัวอยู่ พร้อมกับลดระดับเสียงลงจนกลายเป็นกระซิบที่น่าสะพรึงกลัว "และที่สำคัญ... ข้อมูลชิ้นนั้นไม่ได้บอกความจริงเกี่ยวกับครอบครัวของเธอหรอกนะ แต่มันจะบอกเธอว่า... มือของใครที่ถือมีดเล่มนั้นจริงๆ ในคืนที่พวกมันตาย"
เมฆาเบิกตากว้าง หัวใจของเขาแทบจะหยุดเต้นเมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่อันตรายที่สุด เขาละมือจากรินรดาและก้าวออกมาจากเงามืดเผชิญหน้ากับศัตรูโดยตรง แต่มือของเขากลับคว้าเอาบางอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของอัครพลขึ้นมาแทนที่จะเป็นปืน
นั่นคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งถูกวางไว้... เป็นรูปของคนคนหนึ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นในฐานะของ "ผู้สมรู้ร่วมคิด" และใบหน้านั้น... คือคนที่เมฆาไว้ใจมากที่สุดในชีวิต
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางที่เต็มไปด้วยหยดเลือดและปริศนาในเงามืดครั้งนี้กับเมทริกซ์ซีโร่นะครับ
รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 22
หลักฐานชิ้นสุดท้าย
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!