"ถ้าคุณก้าวออกไปจากประตูบานนั้น เมฆา... คุณก็ไม่มีวันได้กลับมาเป็นคนเดิมอีกแล้ว"
เสียงของรินรดาแผ่วเบา หากแต่มันหนักแน่นดุจก้อนหินที่ถ่วงอยู่ในใจผม เธอไม่ได้ยืนขวางทาง ผมไม่ได้ยินเสียงสะอื้น แต่ในความเงียบงันของห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารคดีที่ยังไขไม่ออก ผมรับรู้ได้ถึงความร้าวรานที่ส่งผ่านสายตาของเธอ
ผมไม่ได้หันกลับไปมอง ปลายนิ้วสัมผัสที่ด้ามปืนเย็นเฉียบที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อแจ็กเก็ต ความสับสนที่เคยมีอยู่เบาบางลง เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวที่เยือกเย็น ผมสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของความตายและกระดาษเก่าๆ อบอวลอยู่ในมวลอากาศ
"คนเดิมที่ว่า คือคนที่ไม่รู้ว่าใครฆ่าพ่อแม่ตัวเองน่ะหรือครับ ริน" ผมเอ่ยตอบ น้ำเสียงของผมราบเรียบจนน่าใจหาย "ผมเหนื่อยกับการวิ่งหนีเงาของอัครพลมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่เงาจะต้องเป็นฝ่ายล่าบ้าง"
"มันคือการฆ่าตัวตายชัดๆ!" คราวนี้เสียงของเธอสั่นเครือ "คุณกำลังเดินเข้าถ้ำเสือโดยไม่มีอาวุธที่มากพอ อัครพลไม่ได้มีแค่เงิน เขามีทั้งกองทัพใต้ดินและกฎหมายในมือ"
ผมหมุนตัวกลับไปมองเธอ รินรดายืนกอดอก มือของเธอจิกแขนตัวเองจนซีดเผือด ดวงตาที่เคยฉายแววความเชื่อมั่นในความยุติธรรมบัดนี้เต็มไปด้วยความหวั่นเกรง ผมเดินเข้าไปหาเธอช้าๆ หยุดลงตรงหน้า ก่อนจะเอื้อมมือไปปัดเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนี้เป็นการลา ไม่ใช่การปลอบประโลม
"เพราะผมรู้ว่าผมสู้ไม่ได้ด้วยวิธีปกติ ผมถึงต้องไปอยู่ที่นั่น... ในจุดที่เขาทะนงตนที่สุด ในจุดที่เขามองว่าตนเองเป็นพระเจ้า" ผมเว้นจังหวะ สายตาของเราประสานกัน "รินครับ ถ้าคืนนี้ผมไม่กลับมา จงเอาแฟลชไดรฟ์ที่ผมซ่อนไว้ในช่องลับใต้โต๊ะไปมอบให้ตำรวจปราบปรามทุจริต... ไม่ใช่สถานีตำรวจในเขตนี้ แต่เป็นที่ส่วนกลางที่อัครพลเอื้อมมือไปไม่ถึง"
"เมฆา อย่าพูดเหมือนสั่งเสีย..." เธอเม้มปากแน่น พยายามกลั้นหยาดน้ำตา
"มันไม่ใช่การสั่งเสียครับ มันคือการวางแผน... แผนการสุดท้ายที่ผมจะเดิมพันด้วยชีวิต"
ผมเดินเลี่ยงเธอออกมา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและแผ่นหลังที่แน่วแน่ เสียงฝีเท้าของผมดังก้องไปตามทางเดินแคบๆ ของอาคารชุดที่เริ่มทรุดโทรม กลิ่นความชื้นของเมืองในยามวิกาลปะทะใบหน้าเมื่อผมผลักประตูออกสู่ถนนใหญ่ ผมไม่ได้เรียกแท็กซี่ ไม่ได้แอบแฝงตัว แต่ผมเลือกที่จะเดินตรงไปที่ 'เดอะ พลอท' คฤหาสน์ใจกลางเมืองที่ถูกขนานนามว่าเป็นป้อมปราการส่วนตัวของอัครพล
แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาสะท้อนเข้าตาผมเป็นระยะ ใจกลางเมืองที่เคยดูมีชีวิตชีวา บัดนี้กลับดูเหมือนเวทีละครที่รอคอยการล่มสลาย ผมรู้ดีว่านับตั้งแต่วินาทีที่ผมย่างกรายผ่านประตูรั้วเหล็กดัดของคฤหาสน์หลังนั้น กล้องวงจรปิดทุกตัวจะจับภาพผม อัครพลจะรู้ทันทีว่า 'หนู' ที่เขาสนุกกับการไล่ล่ามาตลอดหลายเดือน กำลังเดินเข้าไปให้ถึงตัวเขาด้วยตัวเอง
ระยะทางที่เหลือน้อยลงทุกที ผมหยุดยืนหน้าประตูรั้วขนาดมหึมา ทหารยามสองนายในชุดสูทสีดำสนิทเดินตรงเข้ามาหาผม มือของพวกมันวางอยู่ที่โคนเสื้อแจ็กเก็ตอย่างระแวดระวัง
"ถอยไป" ผมเอ่ยเสียงเรียบ "บอกเจ้านายของพวกคุณว่า เมฆามาตามทวงหนี้ที่ค้างคาไว้"
"มึงบ้าไปแล้วหรือเปล่า?" หนึ่งในนั้นหัวเราะในลำคอ พร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัว เตรียมจะคว้าคอเสื้อผม
ผมไม่รอให้มันทำเช่นนั้น ผมเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก ก่อนจะใช้สันมือกระแทกเข้าที่จุดประสาทใต้คางของมัน ชายคนนั้นล้มลงไปกองกับพื้นในทันที อีกคนชักอาวุธปืนออกมา แต่ก่อนที่นิ้วของมันจะแตะไก ผมก็พุ่งเข้าใส่และกดข้อมือมันไว้แน่น
"บอกเขา..." ผมกระซิบข้างหูมันขณะที่กดแรงลงบนข้อต่อกระดูก "ว่าคืนนี้ เลือดจะล้างมลทินที่พวกแกทำไว้กับครอบครัวฉัน"
ผมก้าวผ่านร่างของยามเข้าไปในเขตก่อสร้างที่เป็นเสมือนอาณาจักรลับของอัครพล ท่ามกลางเสียงเครื่องจักรที่ยังคงทำงานในยามดึก สายตาของผมจ้องมองไปยังตัวอาคารหลักที่เปิดไฟสว่างจ้าอยู่เพียงห้องเดียวบนชั้นบนสุด ที่นั่น... คือจุดที่อัครพลยืนอยู่
ในขณะที่ผมกำลังจะก้าวขึ้นบันไดวนเพื่อบุกขึ้นไปหาเป้าหมาย เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังล้อมรอบตัวผม ผมไม่ได้หันไปมองเพราะรู้ดีว่าใครกำลังเดินเข้ามา แต่เสียงตบมือเบาๆ ที่คุ้นเคยกลับทำให้ผมต้องหยุดชะงัก
"ความกล้าหาญมักจะมาคู่กับความโง่เขลาเสมอ เมฆา" เสียงอัครพลดังขึ้นจากทางด้านหลัง เขาไม่ได้เดินมาคนเดียว รอบกายเขาเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์นับสิบที่เล็งปลายกระบอกปืนมาที่จุดตายบนร่างกายผม
ผมค่อยๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับชายผู้เป็นต้นเหตุของความวินาศสันตะโรในชีวิตผม เขายืนสูบซิการ์อย่างใจเย็น ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็นและทรงอำนาจ แสงไฟจากสปอร์ตไลท์เหนือหัวส่องให้เห็นประกายความอำมหิตในดวงตาคู่นั้น
"ผมไม่ได้มาเพื่อแลกหมัดกับพวกสุนัขรับใช้ของคุณหรอกครับ อัครพล" ผมยิ้มตอบ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เขาต้องหรี่ตาลง
ผมล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง แล้วหยิบรีโมทขนาดเล็กออกมา ผมไม่ได้ถือปืน แต่สิ่งที่อยู่ในมือนั้นทำให้สีหน้าของอัครพลเปลี่ยนไปทันที เขาชะงักกึก ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปในชั่วพริบตา เมื่อเขาสังเกตเห็นไฟสีแดงกะพริบที่ปลายรีโมท
"แกทำอะไร..." เสียงของเขาสั่นพร่าเป็นครั้งแรก
"ผมไม่ได้วางระเบิดที่นี่หรอกครับ แต่นี่คือสัญญาณที่จะส่งข้อมูลทั้งหมดที่ผมมี... รายชื่อบัญชีลับ ข้อมูลการฟอกเงิน และบันทึกการสั่งฆ่าของแก ไปยังสำนักข่าวทุกแห่งและสำนักงานตำรวจสากลพร้อมกันภายในสิบวินาที" ผมกดนิ้วลงบนปุ่ม "เรามาดูกันว่า ถ้าคืนนี้ผมตาย ใครจะลงไปสมน้ำหน้าแกอยู่ในนรกก่อนกัน!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนบีบคั้นนี้ไปพร้อมกับผม เมทริกซ์ซีโร่ ครับ
รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 26
ทางเลือกสุดท้าย
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!