รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์•ตอนที่ 44

ความล้มเหลวของอัครพล

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงกระแทกของแก้ววิสกี้คริสตัลลงบนโต๊ะไม้สักทองราคาแพงระยับไม่ได้ช่วยระงับความเดือดดาลในอกของอัครพลได้แม้แต่น้อย ของเหลวสีอำพันกระฉูดเปรอะเปื้อนขอบโต๊ะ ทว่าเจ้าของร่างท้วมใหญ่ในชุดสูทตัดเย็บพิเศษกลับไม่ใส่ใจที่จะปรายตามองมันด้วยซ้ำ ดวงตาเรียวเล็กที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นทองคำกำลังจ้องเขม็งไปยังนายตำรวจยศพันตำรวจโทผู้มีสีหน้าซีดเผือด นั่งตัวลีบอยู่บนโซฟาหนังฝั่งตรงข้าม "คุณกำลังจะบอกผมว่า... เงินสิบล้านบาทในกระเป๋าใบนั่น ไม่มีความหมายอะไรเลยอย่างนั้นหรือ, ผู้กำศักดิ์ดา?" น้ำเสียงของอัครพลราบเรียบ เย็นเยียบ และเต็มไปด้วยแรงกดดันชนิดที่ทำให้คนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง พันตำรวจโทศักดิ์ดา กลืนน้ำลายลงคอatหนืดๆ ฝ่ามือที่ชุ่มเหงื่อประสานกันแน่นบนตัก "ท่านครับ... ผมไม่ได้ตั้งใจจะปฏิเสธความหวังดีของท่าน แต่สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ครับ สารวัตรเวรคนใหม่ที่ทางกองปราบส่งลงมา... มันไม่ใช่คนที่จะซื้อได้ด้วยเงินสดหรือตำแหน่ง" "เงินซื้อไม่ได้ ก็หมายความว่าราคาต่ำเกินไป!" อัครพลแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่าจดจ้องเหยื่อ "อย่ามาใช้คำว่า 'อุดมการณ์' มาอ้างกับผม ศักดิ์ดา โลกนี้ไม่มีใครที่ไม่ตีราคาเป็นตัวเลขหรอก แกก็รู้ดี" "แต่มันไม่ใช่เรื่องเงินครับท่าน..." ศักดิ์ดารีบละล่ำละลักปฏิเสธ ใบหน้าซีดเซียวสั่นเทา "ไอ้เด็กหนุ่มที่ชื่อเมฆานั่น... มันไม่ได้ใช้เงินซื้อตำรวจ แต่มันใช้หลักฐาน... หลักฐานที่สามารถลากคอพวกเราไปเข้าคุกได้ตลอดชีวิต! สารวัตรเพชรมันเห็นแฟ้มเอกสารชุดนั้นในคืนนี้เอง มันถึงกับหน้าถอดสีและปฏิเสธเงินของผมต่อหน้าต่อตาแถมยังขู่จะออกหมายจับผมด้วยซ้ำถ้าผมยังดึงดันจะยัดเยียดสินบนให้!" บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าเงียบงัดลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว อัครพลนิ่งค้างไปชั่วขณะ รอยยิ้มเยาะหยันที่เคยประดับบนริมฝีปากเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงแววตาดุดลึกที่ฉายประกายอันตรายออกมาอย่างปิดไม่มิด ความล้มเหลวในการซื้อตัวตำรวจครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเสียหน้า แต่หมายถึงรอยร้าวในกำแพงอำนาจที่เขาสร้างมานานนับทศวรรษกำลังถูกกะเทาะออกทีละน้อย หากหลักฐานชุดนั้นตกถึงมืออัยการ ความพินาศย่อมมาเยือนอาณาจักรธุรกิจสีเทาของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะเดียวกัน ที่มุมหนึ่งของห้องสมุดเก่าแก่ท้ายซอยเงียบสงบ เมฆากำลังยืนมองภาพถ่ายเก่าๆ ของครอบครัวที่ติดอยู่บนผนัง แสงไฟสีส้มสลัวสาดกระทบใบหน้าด้านข้างที่เรียบเฉย แววตาของเขาลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความคิดอันซับซ้อน รินรดาก้าวเข้ามาใกล้โดยปราศจากซุ่มเสียง หญิงสาวส่งแก้วกาแฟอุ่นๆ ให้ชายหนุ่ม พร้อมกับเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล "ศักดิ์ดาติดสินบนสารวัตรเพชรไม่สำเร็จ... ข่าววงในรายงานมาแบบนั้น" รินรดากล่าว พลางทอดสายตามองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม "เท่ากับว่าอัครพลเริ่มรู้ตัวแล้วว่าเราไม่ได้เล่นตามเกมของเขาอีกต่อไปแล้วนะเมฆา นายคิดว่าก้าวต่อไปของตาแก่นั่นจะเป็นอะไร?" เมฆารับแก้วกาแฟมาถือไว้ ปลายนิ้วสัมผัสความอุ่นที่แผ่ซ่านออกมา ชายหนุ่มยังคงไม่หันกลับมามอง ทว่ามุมปากหยักลึกกลับยกขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย "มันจะลนลาน... และเมื่อคนระดับอัครพลลนลาน เขากจะเริ่มทำผิดพลาด" เมฆาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง "การซื้อตำรวจล้มเหลว แปลว่าเขาเหลือทางเลือกไม่มากนัก ถ้าเขาไม่หลบหนีออกนอกประเทศ ก็ต้องส่งมือสังหารมาปิดปากพวกเราให้เร็วที่สุดก่อนที่สำนวนคดีจะถูกส่งฟ้องศาล" รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวแล่นริ้วเข้ามาในใจชั่วขณะ แม้เธอจะผ่านสมรภูมิข่าวสารมาโชกโชน แต่การเผชิญหน้ากับผู้มีอิทธิพลระดับประเทศที่หลังพิงฝาเช่นนี้ มันคือเกมเดิมพันด้วยชีวิตอย่างแท้จริง "แล้วเราจะรอก1ให้มันเดินเกมมาก่อนอย่างนั้นเหรอ?" "เปล่าเลยริน..." เมฆาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะไม้เสียงดังสนั่นเบาๆ ชายหนุ่มค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว "เราจะไม่รอให้เขาเป็นคนเลือกสนามรบ... คืนนี้ เราจะไปเคาะประตูบ้านของอัครพลด้วยตัวเอง" คำพูดนั้นทำให้รินรดาลอบสูดหายใจเข้าลึก ความกล้าหาญและความบ้าบิ่นในตัวเมฆามักจะมาบรรจบกันในยามวิกฤตเสมอ ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากท้วงติงถึงแผนการที่อันตรายเกินไป เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะจากด้านนอกห้อง ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศที่ถูกกดทับจนแทบหยุดหายใจ ในยามวิกฤตเช่นนี้ ไม่มีใครควรจะรู้พิกัดที่ซ่อนตัวของพวกเขา แต่นี่กลับมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นในยามวิกาล เมฆาสส่งสัญญาณมือให้รินรดาก้าวถอยไปยืนในมุมมืด พลางเอื้อมมือไปปลดล็อกซองปืนพกใต้เสื้อสูทอย่างเงียบเชียบที่สุด ชายหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้บานประตูไม้เก่า ชำระลòngความลังเลทั้งหมดออกไปจากจิตใจ ก่อนจะกระชากเปิดประตูออกกว้างอย่างรวดเร็วเพื่อเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องสายตากลับทำให้เมฆาถึงกับเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง ร่างของชายชราในชุดสูทปอนๆ ยืนค่อมตัวหอบหายใจรวยรำอยู่หน้าธรณีประตู ใบหน้าอาบด้วยคราบเลือด และที่ลำคอมีรอยแผลลึกเฉือนด้วยของมีคม "ท่านสารวัตร..." รินรดาร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อจำหน้าผู้มาเยือนได้ สารวัตรเพชร... ตำรวจน้ำดีที่เพิ่งปฏิเสธเงินสินบนของอัครพลไปหมาดๆ บัดนี้กำลังทรุดตัวลงซบกับพื้นห้อง พร้อมกับเอื้อมมืออันสั่นเทาควชายเสื้อสูทของเมฆาไว้แน่น ดวงตาที่ใกล้จะปิดสนิทจดจ้องมองหน้าชายหนุ่มด้วยความหวเฮือกสุดท้ายก่อนจะพรั่งพรูคำพูดที่ทำให้เลือดในกายของเมฆาเย็นเฉียบ "มัน... มันรู้ตัวเร็วกว่าที่เราคิด..." สารวัตรเพชรกระอักเลือดออกมาคำโต ก่อนจะกล่าวประโยคสุดท้ายด้วยเสียงอันแผ่วเบา "ระวังตัวไว้... ทีมสังหาร... มาถึง... ตั้งแต่..." ร่างของนายตำรวจใหญ่ฟุบลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น ลมหายใจขาดห้วงไปต่อหน้าต่อตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวที่ปกคลุมไปทั่วห้อง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงกระจกหน้าต่างบานใหญ่ด้านหลังห้องก็แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับแสงประกายไฟสีส้มวาบขึ้นจากตึกฝั่งตรงข้าม—ลำแสงเลเซอร์สีแดงจุดเล็กๆ ปรากฏขึ้นทาบทับอยู่บนหน้าอกของเมฆาอย่างแม่นยำ! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ - เมทริกซ์ซีโร่
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รหัสลับโลกเสมือน: จุดดับเมทริกซ์สูญพันธุ์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%