สถาปนิกหน้าตายกับผู้กำกับสายป่วน•ตอนที่ 3

กาแฟแก้วนั้นที่เปลี่ยนมุมมอง

ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
กลิ่นอับชื้นของคอนกรีตผสมน้ำฝนหลังพายุฤดูร้อนโชยปะทะปลายจมูก ทว่าสิ่งที่เด่นชัดยิ่งกว่าคือความเงียบงันที่กดทับโครงสร้างเหล็กสูงสามชั้นของไซต์งานแห่งนี้จนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ "ถ้าคุณจะยืนกอดอกทำหน้าเป็นยักษ์วัดแจ้งแบบนั้นจนถึงเช้า ฉันเกรงว่าแบบแปลนตรงนี้คงจะงอกรากกลายเป็นป่าดงดิบไปเสียก่อนนะคะคุณผู้กำกับ" กวินตวัดสายตาขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนพิงเสาคานปูนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล น้ำเสียงราบเรียบแต่เจือความหงุดหงิดชัดเจน มือเรียวใต้ถุงมือผ้ายังคงง่วนอยู่กับการตรวจเช็คแนวท่อร้อยสายไฟที่ทีมงานช่างทิ้งงานไว้กลางคันก่อนฝนเทกระหน่ำเมื่อช่วงหัวค่ำ ถนนสายหลักน้ำท่วมขังจนรถเล็กผ่านไม่ได้ และนั่นคือเหตุผลโง่เง่าที่ทำให้สถาปนิกหน้าเนี๊ยบอย่างเขาต้องติดแหง็กอยู่กับผู้กำกับจอมกวนประสาทนานร่วมสามชั่วโมง ธามไม่ตอบทันที ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟนีออนดวงเดียวที่ใช้ต่อพ่วงกับเครื่องปั่นไฟชั่วคราวทอดมองร่างโปร่งที่ขยับตัวทำงานอย่างคล่องแคล่ว เสื้อเชิ้ตสีอ่อนชื้นเหงื่อแนบไปกับแผ่นหลังเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าของสัดส่วนที่คนมองมักเผลอจ้องนานเกินความจำเป็น ธามหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นก้องกังวานในความเงียบ "ผมไม่ได้ทำหน้าเป็นยักษ์สักหน่อย แค่กำลังใช้ความคิด... ว่าทำไมสถาปนิกแถวนี้ถึงดื้อตาใส ยอมลุยน้ำท่วมมาตรวจไซต์งานทั้งที่สั่งให้กลับไปพักตั้งนานแล้ว" ธามก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างกันถูกย่นย่อลงในพริบตา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นฝนลอยเข้าแตะจมูกกวิน "เป็นห่วงงาน หรือกลัวไม่ได้เจอหน้าผมกันแน่ล่ะครับคุณสถาปนิก" "เพ้อเจ้อ" กวินสวนกลับทันควันโดยไม่ยอมเงยหน้าหนี ใบיวหวานขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความฉุนเฉียวไม่ใช่ความเขินอาย "ถ้างานนี้พังเพราะความมักง่ายของคุณ ผมนี่แหละที่จะเอาไม้บรรทัดทีฟาดหัวคุณเป็นคนแรก ถอยไปค่ะ เกะกะ" ธามไม่ถอย หนแถมยังขยับเข้ามาจนแผ่นหลังของกวินชนเข้ากับเสาปูนเย็นเฉียบ มือหนายื่นออกไปวางทับบนโครงเหล็กกั้นด้านข้าง เป็นการกักตัวกลายๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่มีทางหนีพ้น ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของกวิน นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยความทะเล้นกวนประสาทเหมือนทุกที เหลือเพียงความจริงจังที่สั่นคลอนหัวใจคนมองอย่างประหลาด "ดื้อด้าน ปากเก่ง และไม่เคยยอมแพ้ใคร... สเปกผมเลยรู้ตัวไหม" คำพูดหน้าตายแต่สายตาร้อนแรงทำเอากวินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามดึงสติแล้วเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา "เลิกเล่นลิเกแล้วถอยไปซะ ถ้าไม่อยากโดนข้อหาล่วงเกินทางเพศ" ธามหลุดหัวเราะพรืด ยอมผถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหยิบแก้วกระดาษสีน้ำตาลเข้มสองแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานสนามยื่นมาตรงหน้า กลิ่นหอมกรุ่นของเอสเพรสโซ่คั่วเข้มผสมนมสดตีฟองเนียนละเอียดลอยแตะจมูก ท่ามกลางบรรยากาศชื้นแฉะและหนาวเหน็บ "อะ... เลิกทำหน้าเหมือนโดนบังคับกินยาขมสักที ผมไปรื้อค้นตู้หยอดเหรียญกับร้านสะดวกซื้อปากซอยที่น้ำยังไม่ท่วมมาได้แค่นี้ กาแฟลาเต้อุ่นๆ หวานน้อย แบบที่คุณชอบดื่มตอนงานยุ่งจนหัวฟู" กวินกะพริบตาปริบๆ มองแก้วกาแฟในมือของอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยบอกรสนิยมการดื่มกาแฟของตัวเองให้ธามฟังตั้งแต่เมื่อไหร่ หรืออีกฝ่ายแค่เดา... แต่ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ท่าทีเอาใจใส่แบบกะทันหันนี้มันช่างผิดวิสัยผู้กำกับปากเสียคนนี้เสียจริง มือเรียวรับแก้วอุ่นมาถือไว้ ความร้อนจากผิวแก้วส่งผ่านฝ่ามือเข้ามาช่วยบรรเทาความเย็นเยียบจากสายฝนเมื่อครู่ กวินหลุบตาลงมองผิวกาแฟที่สะท้อนแสงไฟนีออนเบาๆ "คุณไปรู้มาตอนไหนว่าผมชอบดื่มแบบนี้" "ความลับของกองถ่ายครับ" ธามยิ้มมุมปาก ทรุดตัวลงนั่งบนลังไม้ใกล้ๆ พลางดึงแก้วของตัวเองขึ้นจิบ "ทำงานกับคุณมาตั้งหลายโปรเจกต์ ถ้าผมยังไม่รู้ว่าสถาปนิกจอมเนี๊ยบคนนี้ชอบอะไรและเกลียดอะไรบ้าง ผมคงเป็นผู้กำกับที่ห่วยแตกที่สุดในโลกแล้วล่ะ" คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่กลับทิ้งน้ำหนักลงในความรู้สึกของกวินอย่างประหลาด กำแพงความหงุดหงิดที่สร้างไว้เริ่มสั่นคลอน กวินพิงสะโพกกับโต๊ะทำงาน ถือแก้วกาแฟอุ่นไว้แนบอก ถอนหายใจยาวเหยียดออกมาเบาๆ "คุณไม่เข้าใจหรอกธาม..." น้ำเสียงของกวินเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น ความอ่อนล้าที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าวเริ่มรั่วไหลออกมา "สำหรับคุณ งานภาพยนตร์คือการสร้างความฝัน มันฉาบฉวย สวยงาม และคนดูพร้อมจะปรบมือให้แม้ว่าฉากนั้นจะมีข้อผิดพลาด แต่สำหรับผม... งานออกแบบมันคือความรับผิดชอบที่พังไม่ได้ ถ้าเส้นนี้เอียงไปมิลลิเมตรเดียว หรือท่อนี้วางองศาผิดเพี้ยนไปนิดเดียว ตึกทั้งหลังอาจจะถล่มลงมาทับคนอื่นได้" ธามเงียบ ฟังทุกถ้อยคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบาง รอยยิ้มทะเล้นหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา เหลือเพียงความเข้าใจลึกซึ้งที่ฉายชัดในแววตา "แล้วเคยคิดบ้างไหม... ว่าบางทีคุณอาจจะแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวหนักเกินไป" ธามเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "คุณเก่งมากแล้วกวิน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบได้ตลอดเวลาหรอก แม้แต่ตึกที่แข็งแรงที่สุด ก็ยังต้องมีรอยต่อเพื่อยืดหยุ่นเวลามีแผ่นดินไหวเลย" กวินชะงัก เงยหน้าสบตากับคนพูด หัวใจที่เคยด้านชาต่อคำวิจารณ์ของคนรอบข้างกลับไหววูบอย่างรุนแรงกับคำพูดธรรมดาๆ ของผู้ชายคนนี้ ความกดดันจากครอบครัวที่ไม่เคยยอมรับงานออกแบบของเขา ความคาดหวังที่แบกรับไว้บนบ่า ทุกอย่างเหมือนถูกปลดเปลื้องลงทีละน้อยด้วยสายตาคู่นั้น บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเงียบสงบลง มีเพียงเสียงหยดน้ำฝนกระทบหลังคาแผ่นสังกะสีด้านนอกและความอุ่นของกาแฟในมือที่เชื่อมโยงความรู้สึกเข้าหากันอย่างเงียบเชียบ กวินเม้มปากเล็กน้อย กำลังจะอ้าปากเอ่ยคำขอบคุณสักคำเพื่อทำลายความเงียบที่เริ่มตลบอบอวลด้วยความหวานแปลกๆ ทันใดนั้นเอง—! *แอ๊ด... เสียงประตูเหล็กม้วนหน้าไซต์งานที่ถูกงัดเปิดออกดังสนั่นก้อง* แสงไฟฉายสว่างวาบสาดส่องเข้ามาตัดความมืด พร้อมกับร่างสูงโปรดิวเซอร์รุ่นพี่อย่าง 'ภัทร' ที่ก้าวเข้ามาพร้อมร่มคันใหญ่ในมือ และสีหน้าตกใจระคนแปลกใจเมื่อเห็นคนทั้งสองยืนประชิดกันในมุมมืดของไซต์งานดึกดื่นแบบนี้ "อ้าว... ดึกป่านนี้แล้ว สถาปนิกกับผู้กำกับยังมาสวีตตรวจงานกันอยู่เหรอเนี่ย" เสียงทุ้มของภัทรเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มกึ่งแซ่บกึ่งจับผิด กวินสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากมุมเสาแทบไม่ทัน แก้วกาแฟในมือเกือบหกเลอะเสื้อ ส่วนธามหรี่ตาลงเล็กน้อย ความหงุดหงิดฉายชัดขึ้นบนใบหน้าทันทีเมื่อแผนการส่วนตัวถูกขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ หวังว่ารี้ดเดอร์จะไม่เผลอกัดเล็บจนหมดม้วยนะฃะคะ เพราะตอนหน้ามีศึกชิงนาง... เอ๊ย ชิงสถาปนิกเดือดแน่ค่ะ! *(ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "หิมะแรกในโตเกียว" เสมอมานะคะ)*
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้าตายกับผู้กำกับสายป่วน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%