กลิ่นหอมบางเบาของชาอูหลงตากแห้งลอยอวลอยู่เหนือโต๊ะไม้จันทน์แกะสลักลวดลายเมฆมงคล ทว่าสำเนียงการสนทนากลับหาได้มีความรื่นรมย์ไม่
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร… จื่อหาน"
เสียงทุ้มต่ำเจือกระแสความระแวงระวังดังขึ้นจากบุรุษผู้สวมอาภรณ์ผ้าแพรปักดิ้นทองลายพยัคฆ์ซ่อนลาย องค์ชายรองเฟยหลงทอดพระเนตรสหายสนิทเบื้องพระพักตร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม เม็ดพระศกผุดพรายตามไรพระพักตร์แม้ในห้องอุ่นไร้ลมหนาว
หลิวจื่อหานไม่ตอบทันที เขายกถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ขึ้นจิบช้าๆ รสชาติฝาดเฝื่อนของใบชาตัดด้วยความหวานปลายลิ้นชักชวนให้ระลึกถึงความตายที่เคยลิ้มลองเมื่อชาติภพก่อน—ความตายที่รสชาติคล้ายคลึงกับยาพิษไร้สีไร้กลิ่นในจอกสุรางานเลี้ยงฉลองชัยชนะ ซึ่งแท้จริงแล้วคือทัณฑ์ประหารจากมือของอัครเสนาบดีเหวินและฮ่องเต้ผู้หลงมัวเมาในอำนาจ
"กระหม่อมเพียงแต่เห็นว่า… การเดินทางไปตรวจราชการที่เมืองลั่วหยางรอบนี้ องค์ชายไม่ควรใช้เส้นทางสายหลักผ่านหุบเขาผาอัสนีเพลิงพะยะค่ะ" จื่อหานวางถ้วยชาลงอย่างนุ่มนวล เสียงกระทบของเนื้อกระเบื้องกับโต๊ะไม้ดังราวกับเสียงเคาะระฆังเตือนภัยในยามวิกาล
เฟยหลงขมวดพระพักตร์มุ่น ทรงทราบดีว่าจื่อหานเพิ่งรอดพ้นจากอาการป่วยไข้อย่างหนักจนแทบสิ้นสติเมื่อหลายวันก่อน ทว่ายามนี้ นัยน์ตาคมกริบของอดีตแม่ทัพกลับปราศจากความเลื่อนลอย มีเพียงความล้ำลึกดุจก้นบึ้งของเหวลึกที่แม้แต่พระองค์ผู้เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ยังนึกหวั่นเกรง
"เส้นทางนั้นใกล้ที่สุด และใช้เวลาเดินทางน้อยที่สุด หากเราช้าไปแม้แต่วันเดียว พวกขุนนางฝ่ายใต้ในสภาวะโยกย้ายข้าราชการอาจชิงตัดหน้าเสนอชื่อคนของตระกูลเหวินเข้าคุมคลังเสบียงได้นะ… เจ้าก็รู้ว่าความมั่นคงของกองทัพพึ่งพางบประมาณส่วนนั้นเพียงใด"
"ความเร่งรีบคือมารร้ายของชัยชนะพะยะค่ะ" จื่อหานแย้มสรวลน้อยๆ รอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความเยือกเย็นจนน่ากลัว "หากเราใช้เส้นทางหลัก ย่อมเข้าทาง ‘พวกมัน’ ที่วางโครงข่ายมือสังหารไว้รอรับขบวนเสด็จอยู่แล้ว แต่หากเราเปลี่ยนไปใช้เส้นทางลัดผ่านหมู่บ้านหลบภัยตระกูลหลิวเดิม… แม้ทางจะขรุขระและใช้เวลาเพิ่มขึ้นสามวัน แต่อย่างน้อย องค์ชายก็ยังมีพระชนม์ชีพอยู่เพื่อไปถอนรากถอนโคนพวกมันในภายหลัง"
ห้องทรงพระอักษรตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของเปลวไฟในตะเกียงน้ำมันที่ไหววูบตามลมหายใจ
เฟยหลงทรงจ้องมองสหายรักเนิ่นนาน ความทะเยอทะยานที่เคยลุกโชนในพระเนตรค่อยๆ สงบลงเมื่อถูกต้อนด้วยเหตุผลอันเฉียบคมและหลักฐานเงียบงันที่จื่อหานรวบรวมมาได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วข้ามคืน—บัญชีลับรายชื่อขุนนางที่รับสินบนจากอัครเสนาบดีเหวิน ซึ่งถูกวางไว้บนโต๊ะตั้งแต่วินาทีแรกที่พระองค์เสด็จมาถึงจวน
"เจ้าเปลี่ยนไปมาก… จื่อหาน" สุรเสียงอ่อนลง เจือความหวาดหวั่นระคนชื่นชม "ราวกับว่าเจ้าเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง และฟื้นคืนชีพขึ้นมาพร้อมกับความแค้นที่สลักไว้บนกระดูก"
"กระหม่อมเพียงแต่ตื่นจากความฝันอันยาวนานพะยะค่ะ" จื่อหานลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โค้งคำนับอย่างงดงามตามธรรมเนียมราชสำนัก ทว่าแผ่นหลังนั้นเหยียดตรงดั่งสนทนง ท่ามกลางแสงสลัวยามสนธยาที่เริ่มคืบคลานเข้ามาปกคลุมระเบียงทางเดิน
ในใจของอดีตแม่ทัพ กงล้อแห่งโชคชะตาได้ถูกงัดให้หมุนกลับทิศทางด้วยมือคู่นี้แล้ว เบี้ยตัวแรกถูกเดินออกไปอย่างเงียบเชียบ ทว่ามั่นคง บัดนี้เหลือเพียงรอดูว่า… ฝั่งตรงข้ามบนกระดานหมากมหึมาแห่งราชสำนัก จะขยับตัวตอบสนองอย่างไรต่อความตายที่ถูกปฏิเสธ
ทว่า ในขณะที่จื่อหานกำลังจะเอ่ยทูลขอตัวลาเพื่อไปตรวจสอบการเตรียมสัมภาระสำหรับเส้นทางใหม่ เสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงเคาะประตูรั้วด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง ขัดจังหวะบรรยากาศอันตึงเครียดภายในห้อง
*ปัง! ปัง! ปัง!*
พ่อบ้านเฒ่าหลี่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้า เสียงหอบหายใจกระเส่าด้วยความตกใจกลัวจนตัวสั่นเทา
"เรียน… เรียนนายท่าน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" พ่อบ้านหลี่ละล่ำละลักละลอก "มีราชโองการด่วนที่สุดจากในวังหลวง… อัครเสนาบดีเหวินทูลเกล้าฯ ถวายฎีกากล่าวหาว่าท่าน… ท่านซ่องสุมกำลังพลและเตรียมก่อกบฏ!"
เฟยหลงทรงผุดลุกขึ้นจากพระเก้าอี้ทันที สีพระพักตร์เปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา
จื่อหานยังคงยืนนิ่งสงบ ดวงตาดำขลับหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้งอย่างเยือกเย็น—เร็วกว่าที่คาดไว้เสียอีก แต่อัครเสนาบดีเหวินคงไม่รู้เลยว่า… หลุมพรางที่ตาเฒ่าจิ้งจอกขุดรอไว้นั้น บัดนี้ได้กลายเป็นหลุมฝังศพที่เขาเตรียมไว้ต้อนรับผู้ส่งสารเองแล้ว
ก่อนที่ประตูห้องจะถูกพังเปิดออกโดยกองกำลังราชองครักษ์เสื้อแพรที่ยกมาล้อมจวน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ก็หยุดลงตรงหน้าเรือนพัก พร้อมกับเสียงประกาศก้องกังวานของขันทีคนสนิทแห่งตำหนักในที่ดังแทรกเข้ามาในความมืดมิด
"ราชโองการจากฝ่าบาท… ให้จับกุมตัวอดีตแม่ทัพหลิวจื่อหานและผู้สมรู้ร่วมคิด ไปสอบสวน ณ คุกหลวงทันที!"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและไขปริศนาแห่งแค้นไปกับ "มนตรากรรมสะท้อน" นะคะ
เจตจำนงสุดท้าย ก่อนทรายเม็ดสุดท้ายร่วงหล่น•ตอนที่ 2
เบี้ยตัวแรกที่ขยับ
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจตจำนงสุดท้าย ก่อนทรายเม็ดสุดท้ายร่วงหล่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
