"ยกเลิกสัญญา? พูดบ้าอะไรของคุณเมฆินทร์!"
น้ำเสียงของรินรดาตวัดสูงขึ้นทันที ความโกรธเกรี้ยวพุ่งทะยานกลบความเหนื่อยล้าจากงานตลอดทั้งวัน เธอพุ่งตัวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานชั่วคราวในไซต์งาน ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว
เมฆินทร์เพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก เขาเก็บบัตรกระดาษแข็งใบเล็กใส่กระเป๋าเสื้อสูทอย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมนั่นยิ่งทำให้คนมองรู้สึกหงุดหงิดเป็นทวีคูณ "ผมไม่ได้พูดเล่นครับคุณรินรดา เอกสารส่งตรงจากบอร์ดบริหาร... และถ้าคุณยังจำเงื่อนไขในสัญญาได้ การที่ไซต์งานเกิดความเสียหายจากพายุที่กำลังตั้งเค้าตรงนี้ บวกกับความล่าช้า..."
"หยุดพูดจาไร้สาระแล้วไสหัวไปซะ!"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้น ตัดบทสนทนาของทั้งคู่โดยสิ้นเชิง
ธีร์ก้าวออกมาจากมุมมืดของโครงสร้างคอนกรีต ร่างสูงโปรดในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและรองเท้าเซฟตี้เดินตรงเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบกลับฉายแววอันตรายราวกับเสือหนุ่มที่กำลังปกป้องอาณาเขต มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนของรินรดาเบาๆ แต่หนักแน่น ดึงเธอก้าวถอยหลังให้พ้นรัศมีประชิดตัวของเมฆินทร์
"คุณธีร์..." รินรดาชะงักเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือที่กอบกุม แม้เขาจะตีหน้าขรึมใส่เธออยู่เสมอ แต่ยามวิกฤตเช่นนี้ แผ่นหลังกว้างของสถาปนิกหนุ่มกลับกลายเป็นโล่กำบังที่พึ่งพาได้อย่างน่าประหลาด
เมฆินทร์หรี่ตามองการกระทำนั้น รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏบนริมฝีปาก "โอ้... จับมือถือแขนกันซะด้วย น่าประทับใจจริงๆ ครับที่สถาปนิกมือหนึ่งกับอินทีเรียสาวฝีปากกล้า ยังมีอารมณ์มาสวีทกันในยามที่โปรเจกต์ร้อยล้านกำลังจะพังครืนลงมาต่อหน้า"
"ต่อให้โปรเจกต์นี้จะเหลือแค่เศษปูน คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาเหยียบที่นี่ ออกไปซะครับ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วใช้สิทธิ์เจ้าของพื้นที่จัดการคุณด้วยวิธีของผมเอง" ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาจนน่าขนลุก แรงบีบที่ข้อแขนของรินรดาผ่อนลงเปลี่ยนเป็นฝ่ามืออุ่นที่โอบประคองแผ่นหลังเธอไว้แทน
เมฆินทร์หัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่ห้อ "ปากดีให้ได้ตลอดรอดฝั่งเถอะครับคุณธีร์... หวังว่าตอนที่บอร์ดเรียกตัวคุณไปสอบสวนพรุ่งนี้เช้า คุณจะยังรักษาความมั่นใจนี้ไว้ได้"
สิ้นคำพูดของคู่แข่งตัวฉกาจ สายฝนห่าใหญ่ก็เทกระหน่ำลงมาจากท้องฟ้ามืดครึ้มอย่างไร้ความปรานี เสียงสายฝนกระทบโครงสร้างสังกะสีและพื้นคอนกรีตดังสนั่นกลบทุกสรรพเสียง เมฆินทร์หันหลังเดินกลับขึ้นรถคันหรูที่จอดรออยู่ท่ามกลางม่านน้ำ ก่อนจะเคลื่อนตัวหายลับไปจากไซต์งานอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงคำรามของสายฟ้า
ภายในโครงสร้างอาคารที่ยังสร้างไม่เสร็จ ลมพัดกรรโชกแรงจนฝนสาดส่องเข้ามาด้านใน อุณห็ภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว
รินรดายืนนิ่งอยู่กับที่ มือเรียวบางยกขึ้นกอดอกเพื่อคลายความหนาวเย็น ดวงตาคู่สวยมองออกไปยังสายฝนด้านนอก ความเครียดและกดดันสะสมจนขอบตาร้อนผ่าว เธอกัดริมฝีปากแน่นพยายามสะกดกลั้นความอ่อนแอไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าผู้ชายปากร้ายอย่างธีร์
"ยืนทื่ออยู่ทำไมครับ เดินมาหลบมุมนี้สครับ เดี๋ยวก็ปอดบวมตายพอดี"
น้ำเสียงห้วนๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง ธีร์ถอดเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวของตนเองออกอย่างไม่ลังเล ก่อนจะเดินเข้ามาคลุมไหล่ให้หญิงสาวอย่างเบามือ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายเจือกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ทำให้หัวใจที่กำลังสั่นไหวของรินรดากระตุกวูบ
"ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น..." รินรดาพึมพำเสียงเบา พยายามดึงเสื้อแจ็คเก็ตไว้แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธความอบอุ่นที่อีกฝ่ายมอบให้
"ปากเก่งตลอด" ธีร์ถอนหายใจยาว พลางทรุดตัวลงนั่งพิงเสาปูนซีเมนต์ขนาดใหญ่ ทอดสายตามองสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วง "มานั่งนี่ครับ อย่าไปยืนขวางทางลม"
รินรดาลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะยอมหย่อนตัวลงนั่งลงข้างๆ เว้นระยะห่างพอสมควร ความเงียบโรยตัวอยู่ครู่ใหญ่ มีเพียงเสียงฝนที่คอยบรรเลงบทเพลงน่าหดหู่
"คุณ... เชื่อเรื่องที่เมฆินทร์พูดเมื่อกี้ไหมคะ" ในที่สุดรินรดาก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมา เสียงของเธอบ่งบอกถึงความกังวลอย่างปิดไม่มิด "เอกสารยกเลิกสัญญา... มันจะเป็นจริงเหรอคะ โปรเจกต์นี้เราทุ่มเทกันมาตั้งนาน"
ธีร์ไม่ได้หันมามอง เธอเห็นเพียงสันจมูกโด่งเป็นคมและกรามที่ขบเข้าหากันแน่นภายใต้แสงสลัว
"ต่อให้บอร์ดบริหารจะบ้าจี้เซ็นยกเลิกจริง... ผมก็จะไม่ยอมให้มันจบแค่นี้หรอกครับ" ธีร์พูดเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความดุดันและเด็ดเดี่ยวอย่างชัดเจน "โปรเจกต์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจสำหรับผม แต่มันคือ... งานที่ผมตั้งใจทำ เพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง"
รินรดาหันไปมองเสี้ยวหน้าของสถาปนิกหนุ่มด้วยความแปลกใจ "พิสูจน์อะไรเหรอคะ?"
ธีร์นิ่งเงียบไปนาน จนรินรดาคิดว่าเขาคงจะไม่ตอบอะไรเสียแล้ว แต่อยู่ๆ ชายหนุ่มก็หันกลับมาสบตาเธอ แววตาคู่คมที่เคยดุดื้อและเย็นชา บัดนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างหาได้ยากยิ่ง
"คุณยังจำเมื่อห้าปีមុនได้ไหมครับ... ตอนที่เราเจอกันครั้งแรกที่งานประกวดแบบสถาปัตยกรรม"
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย สมองย้อนกลับไปในอดีต ภาพความทรงจำสีจางค่อยๆ ชัดเจนขึ้น "ห้าปีមុន? งานที่ผลงานของฉันถูกคัดค้านว่าใช้พื้นที่เปล่าประโยชน์น่ะเหรอคะ?"
"ใช่ครับ" ธีร์มุมปากกระตุกยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่ไม่มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย "วันนั้น... ผลงานของคุณเกือบจะถูกกรรมการปัดตกเพราะความหัวโบราณของพวกเขามีอำนาจเหนือกว่า แต่ผม... เป็นคนเดียวที่ลุกขึ้นแย้งกลางที่ประชุมว่า ดีไซน์ของคุณต่างหากที่มองการณ์ไกลที่สุด"
รินรดานิ่งงึดไป หัวใจเต้นผิดจังหวะ "คะ? คุณ... เป็นคนพูดเหรอวันนั้น? แต่ตอนนั้นคุณนั่งอยู่แถวหลังสุด ใส่สูทสีดำท่าทางน่ากลัว ฉันจำได้ว่าคุณไม่ได้พูดอะไรเลยนี่คะ"
"ผมไม่ได้พูดเสียงดังครับ... ผมแค่ส่งกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ ไปให้ประธานกรรมการ พร้อมกับเขียนเหตุผลสนับสนุนโปรเจกต์ของคุณ" ธีร์เล่าด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สายตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ "เหตุผลเดียวที่ผมทำแบบนั้น... ไม่ใช่เพราะความยุติธรรมหรอกครับรินรดา"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อใบหน้าของชายหนุ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำ
"แล้ว... เพราะอะไรล่ะคะ" เธอถามเสียงสั่นโดยไม่รู้ตัว
ธีร์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นออกจากกรอบหน้าให้อย่างแผ่วเบา ความซึนและปากร้ายทั้งหมดหายวับไปกับตา เหลือเพียงชายหนุ่มคลั่งรักที่เก็บความรู้สึกนี้มานานนับปี
"เพราะผมตกหลุมรัก... ดีไซเนอร์ที่ยืนเถียงกับกรรมการด้วยแววตาเด็ดเดี่ยวคนนั้น ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็นต่างหากล่ะครับ"
รินรดานิ่งค้างราวกับถูกสตาฟไว้ สมองขาวโพลน คำพูดทุกคำติดอยู่ที่ลำคอ หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่แตะอยู่ข้างแก้มแผ่ซ่านความร้อนผ่าวไปทั่วร่างกาย
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเปล่งเสียงใดๆ ออกมาจากความตกตะลึง
*เปรี้ยง!*
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับแสงสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาในอาคาร ทำให้ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวและผละออกจากกันตามสัญชาตญาณ
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาจากทางเข้าหลักของไซต์งาน ก็ทำลายบรรยากาศเงียบงันลงอย่างสิ้นเชิง
"คุณธีร์ครับ! คุณรินรดา! อยู่ข้างในนี้ไหมครับ!" เสียงตะโกนเรียกด้วยความร้อนรนของลูกน้องในทีมดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของคนหลายคนกำลังวิ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
ธีร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วดึงมือรินรดาให้ลุกขึ้นตามทันที
ทว่า... ก่อนที่ทีมงานจะเดินมาถึงมุมที่พวกเขายืนอยู่ ธีร์ก็โน้มตัวกระซิบข้างใบหูของหญิงสาวด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"เรื่องของเรา... ยังคุยกันไม่จบนะครับรินรดา พรุ่งนี้เช้า... เตรียมตัวรับคำอธิบายยาวๆ จากผมได้เลย"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางมาถึงตอนนี้ด้วยกันนะครับ
แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก•ตอนที่ 8
กำแพงที่เริ่มบางลง
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!