แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก•ตอนที่ 7

รอยร้าวในไซต์งาน

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงโลหะกระแทกกันสนั่นหวั่นไหวตามด้วยเสียงกรีดร้องของผู้รับเหมาและฝุ่นควันสีเทาที่ตลบอบอวลไปทั่วบริเวณชั้นสามของโครงสร้างอาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ คือภาพที่ดึงสติของทุกคนให้ขาดผึ่ง "เฮ้ย! หลบไป!" เสียงทุ้มต่ำตวาดลั่นพร้อมกับแรงกระชากอย่างแรงจนร่างของรินรดาเซถลาหลุดจากรัศมีของคานเหล็กน้ำหนักหลายร้อยกิโลกรัมที่ร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่น ฝุ่นผงปูนคละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าสิ่งแรกที่หญิงสาวรับรู้ไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการล้ม แต่เป็นอ้อมแขนแข็งแกร่งที่โอบรัดเอวบางไว้แน่นจนจมอกของอีกฝ่าย รินรดาหอบหายใจถี่รัว หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับใบหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึงจนแทบจะเป็นยักษ์มาร ดวงตาคมกราบของสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบฉายแววเกรี้ยวกราดระคนหวาดวิตกอย่างปิดไม่มิด "คุณเป็นบ้าอะไร ถึงยืนทื่อเป็นเสาหินตรงนั้น!" ธีร์ตวาดใส่ด้วยความโมโห มือหนายังคงตรึงร่างบางไว้แนบตัวราวกับกลัวว่าปล่อยแล้วเธอจะหายวับไปกับตา "ถ้าผมคว้าคุณไม่ทัน ป่านนี้คุณคงไปนอนคุยกับรากไทรใต้ซากปูนนั่นไปแล้ว!" "ฉัน..." รินรดาอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปชั่วขณะไม่ใช่เพราะคำด่า แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่ยังคงแนบอยู่บริเวณเอว และกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ ที่ลอยเข้าจมูกจนชวนใจสั่น "ฉันแค่จะเข้าไปดูรอยต่อของเสา..." "รอยต่อบ้าบออะไร! ไซต์งานกำลังจะพังลงมาอยู่แล้ว!" ธีร์ขัดขึ้นเสียงแข็ง สีหน้าเคร่งเครียดจนสันกรามขยับ "ผมสั่งห้ามเข้าเขตโซน C ไม่ใช่หรือไง หรือหูคุณมีปัญหาถึงไม่ได้ยินคำสั่งของผม" "ฉันไม่ได้หูหนวกและไม่ได้โง่!" รินรดาเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนด้วยความไม่ยอมแพ้ แม้ขาทั้งสองข้างจะยังสั่นเทาจากเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อครู่ "ฉันเห็นรอยร้าวที่คานตั้งแต่วเมื่อวานแล้ว และถ้าคุณไม่มัวแต่เดินตรวจงานแบบขอไปที คุณก็น่าจะเห็นว่าเหล็กเสริมมันได้มาตรฐานหรือเปล่า ไม่ใช่มาโทษฉันอยู่ฝ่ายเดียว!" บรรยากาศรอบตัวออ่นยวบลงด้วยความตึงเครียด ผู้รับเหมาและคนงานที่ยืนออกันอยู่รอบๆ ต่างพากันกลืนน้ำลายเอื้อม มองหน้าสถาปนิกและอินทีเรียดีไซเนอร์ที่กำลังเปิดศึกปะทะคารมกันกลางกองฝุ่น ธีร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความพยศ "นี่คุณยังจะมาเถียงผมอีกเหรอ? ดูสภาพรอบตัวสิครับคุณรินรดา โครงสร้างตรงนี้กำลังจะทรุดตัวลงมาเพราะความประมาทของผู้รับเหมาที่คุณแนะนำมาเองไม่ใช่หรือไง" คำพูดนั้นสะกิดใจรินรดาเข้าอย่างจัง หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาในอกเมื่อหันไปมองซากคานที่หักงอ เมฆินทร์เป็นคนแนะนำผู้รับเนื้องานกลุ่มนี้มา เธอพยายามช่วยการันตีฝีมือ แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะกลายเป็นหายนะที่เกือบเอาชีวิตเธอและคนอื่น "ฉัน..." รินรดาหลบสายตา เสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงวูบหนึ่ง "ฉันไม่คิดว่ามันจะแย่ขนาดนี้..." ธีร์มองท่าทางที่เปลี่ยนไปของหญิงสาว ความโกรธเกรี้ยวในอกเมื่อครู่พลันถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ มือที่จับแขนเรียวบางคลายออกช้าๆ แต่ยังคงยืนบังร่างเธอมิดจากซากปรักหักพังที่อาจร่วงลงมาซ้ำ "เลิกทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ได้แล้วครับ" น้ำเสียงของธีร์อ่อนลงเล็กน้อยอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ประโยคต่อมาจะยังคงความปากร้ายตามสไตล์ "เก็บน้ำตาไว้ใช้ตอนงานแก้แบบดีกว่า เพราะถ้าเราไม่ช่วยกันกู้โครงสร้างตรงนี้คืนมา สัญญาโปรเจกต์นี้ได้ฉีกทิ้งลงถังขยะแน่" รินรดาเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาที่ฉายความดื้อรั้นเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น "ใครจะร้องไห้กันคะ ฉันแค่วิเคราะห์สถานการณ์ต่างหาก... ว่าแต่คุณเถอะ มีแผนอะไรไหมล่ะ สถาปนิกมือหนึ่ง" ธีร์มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ทรงเสน่ห์ ชั่วขณะหนึ่งดวงตาคู่นั้นประกายความเจ้าเล่ห์ออกมา "ก็ตามผมมาสิครับ ถ้าไม่อยากยืนเป็นเป้านิ่งให้ปูนหล่นใส่หัวอีกรอบ" ว่าแล้วร่างสูงก็คว้าข้อมือเล็กให้เดินตามฝ่าท่ามกลางซากปรักหักพัง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและการทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อเริ่มขึ้น แม้ปากจะยังคงกัดกันไม่เลิก แต่สองมือกลับประสานและช่วยกันประเมินความเสียหายได้อย่างแม่นยำ ธีร์ทำหน้าที่คำนวณจุดรับน้ำหนักและสั่งการคนงานอย่างเฉียบขาด ขณะที่รินรดาใช้ความละเอียดอ่อนในการสำรวจรอยร้าวและหาทางค้ำยันชั่วคราวเพื่อไม่ให้โครงสร้างส่วนอื่นทรุดตัวตาม ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความกดดัน ในที่สุดคานเหล็กและเสาหลักที่เอียงกระเท่เร่ก็ถูกค้ำยันไว้อย่างแน่นหนาด้วยเสาเหล็กชั่วคราว รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนลังไม้ใกล้ๆ ปาดเหงื่อที่ไหลซึมตามกรอบหน้าอย่างหมดแรง เส้นผมที่เคยรวบไว้หลุดลุ่ยไม่เป็นทรง ธีร์เดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า ยื่นขวดน้ำแร่เย็นจัดให้โดยไม่พูดอะไร "ขอบคุณค่ะ" รินรดารับมาเปิดดื่มอึกๆ ด้วยความกระหาย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนค้ำหัวอยู่ "ไม่คิดว่าคุณจะมือไวขนาดนั้น... ตอนที่ดึงฉันไว้" ธีร์ชะงักไปนิด แสร้งทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจางๆ "ผมแค่ไม่อยากให้ไซต์งานของผมต้องเปื้อนเลือดคนอวดเก่งต่างหากครับ" "นี่คุณ!" รินรดาค้อนขวับ หยิบกระดาษทิชชูขว้างใส่หน้าอกอีกฝ่ายอย่างหมั่นไส้ "ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ชาตินี้จะมีใครเขารักคุณลงไหมเนี่ย" ธีร์คว้าก้อนกระดาษที่ตกลงบนตักขึ้นมา ดวงตาคมกริบหันกลับมามองเธอนิ่ง ขยับเข้าไปใกล้จนรินรดาต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจเจ้ากรรมเต้นไม่เป็นจังหวะ "จะมีใครรักหรือเปล่าไม่รู้..." ธีร์โน้มใบลงกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพรายจนขนลุกซู่ "แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้มีคนแถวนี้กำลังใจเต้นแรงเพราะผมอยู่... จริงไหมครับคุณอินทีเรีย" รินรดาลอบกลืนน้ำลายฝืดคอ ใบหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู กำหมัดแน่นด้วยความเขินอายแต่ปากยังแข็ง "ใครใจเต้น... บ้า หลงตัวเองที่สุด!" ก่อนที่รินรดาจะได้สวนกลับอะไรไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงปรบมือดังขึ้นจากทางด้านหลังของโครงสร้างที่พังเสียหาย "โอ้โห ภาพบาดตาบาดใจอะไรอย่างนี้ครับเนี่ย เกือบตายกันทั้งที ยังมีอารมณ์มาสวีทกันอีกเหรอครับ คุณธีร์ คุณรินรดา" ทั้งสองชะงัก หันขวับไปมองตามเสียง ร่างสูงโปรดของเมฆินทร์ก้าวออกมาจากเงานอกโซนอันตราย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าคมคาย ทว่าดวงตาเรียวรีกลับไม่ได้ยิ้มตามเลยแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองซากความเสียหายรอบตัวก่อนจะหยุดที่มือของธีร์ที่ยังคงวางอยู่ใกล้เอวของรินรดา ธีร์หรี่ตาลง รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกจากร่างทันที ชายหนุ่มดึงรินรดามาหลบไว้ด้านหลังเล็กน้อยด้วยท่าทีแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของอย่างชัดเจน "คุณมาทำอะไรที่นี่ เมฆินทร์" ธีร์เอ่ยเสียงเรียบ เย็นเยียบจนน่ากลัว "เขตนี้ยังไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้า" เมฆินทร์หัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ "อ้าว ก็ผมเป็นห่วงโปรเจกต์นี้นี่ครับ... โดยเฉพาะคุณรินรดา ได้ข่าวว่าเกิดอุบัติเหตุใหญ่โต ผมเลยต้องรีบมาดูให้เห็นกับตาว่า ยัง 'ปลอดภัย' ดีอยู่หรือเปล่า" รินรดาขยับตัวจะก้าวออกไปเผชิญหน้า แต่ทว่า... จู่ๆ เมฆินทร์ก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากกระเป๋าเสื้อสูท ชูขึ้นให้ทั้งสองคนเห็นเด่นชัด "แต่ดูจากความเสียหายแล้ว..." เมฆินทร์ยิ้มเหี้ยม เกินกว่าที่ใครจะคาดคิด "เกรงว่าโปรเจกต์นี้ คงไม่มีโอกาสได้ไปต่อแล้วล่ะครับ เพราะผมเพิ่งได้รับเอกสารแจ้งยกเลิกสัญญาจากทางบอร์ดบริหาร... เมื่อห้านาทีก่อนนี้เอง" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งฟิน ทั้งลุ้น และชวนจิกหมอนแบบนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%