เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของเมฆินทร์ที่ดังลอยมาจากประตูระเบียง ไม่ได้ทำให้ธีร์รู้สึกระคายหูเท่ากับท่าทางสนิทสนมเกินงามที่ไอ้หนุ่มนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายนี้ใช้ทักทายรินรดา
"บังเอิญจังครับคุณริน... ผมผ่านมาแถวนี้พอดี เห็นไฟที่ไซต์งานยังเปิดอยู่เลยแวะมาดู ไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่อยากเจอที่สุดที่นี่"
เมฆินทร์ก้าวฉับๆ เข้ามาโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต รอยยิ้มพราวเสน่ห์บนใบหน้านั้นถูกส่งตรงให้หญิงสาวราวกับโลกนี้มีแค่เขากับเธอ
รินรดาขยับตัวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังอย่างชัดเจน เธอรู้ดีว่าผู้ชายคนนี้อันตรายแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อเขามักจะใช้รอยยิ้มการค้ามาบดบังสายตาเจ้าเล่ห์ที่จ้องจะฮุบโปรเจกต์และ... ฮุบทุกอย่างที่เป็นของธีร์
"ที่นี่เขตก่อสร้างส่วนบุคคลค่ะคุณเมฆินทร์ และถ้าฉันจำไม่ผิด เวลาดึกดื่นแบบนี้ไม่น่าจะใช่เวลามาตรวจงานนะคะ" รินรดาตอกกลับเสียงเรียบ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงออกถึงความไม่ต้อนรับอย่างถึงที่สุด
"สำหรับคนอื่นอาจจะดึกครับ แต่ถ้าเป็นเรื่องของคุณ... ผมว่างตลอด" เมฆินทร์ยิ้มกริ่ม ขยับเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าวโดยไม่สนใจว่าระยะห่างนั้นมันล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวมากแค่ไหน มือหนายื่นออกไปทำทีจะแตะข้อศอกเรียวเพื่อ "พยุง" ให้เธอลุกขึ้นจากกองวัสดุก่อสร้างที่เธอสะดุดล้มเมื่อครู่
แต่ทว่า...
*พรึบ!*
ร่างของรินรดาถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลจนเซถลั่นไปปะทะกับแผ่นอกกว้างของใครอีกคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนและบุคลิกเย็นชาที่คุ้นเคยทำให้อินทีเรียสาวสะดุ้งเฮือก
ธีร์นั่นเอง!
สถาปนิกหนุ่มหน้าดุฉุดแขนเรียวให้หลุดพ้นจากการคุกคามของเมฆินทร์อย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีตวัดมองมือที่ยื่นค้างเติ่งกลางอากาศของเมฆินทร์ด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
"ถ้าสายตามันสั้นจนมองไม่เห็นป้าย 'ห้ามบุคคลภายนอกเข้า' หน้าไซต์งาน ผมแนะนำให้ไปตัดแว่นใหม่นะครับคุณเมฆินทร์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยความเยียบเย็น ประโยคสุภาพแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง ธีร์ก้าวออกมาบังรินรดาไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณการปกป้อง แม้ใบหน้าจะยังคงบึ้งตึงและไร้รอยยิ้มสิ้นเชิงก็ตาม
เมฆินทร์ชักมือกลับ รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลงชั่วขณะก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มกวนประสาทตามเดิม "อ้าว... คุณธีร์ อยู่ด้วยหรอกเหรอครับเนี่ย ผมนึกว่าคุณตรวจงานเสร็จแล้วกลับไปนอนกอดแปลนบ้านซะอีก เห็นดึกดื่นค่ำคืนยังอยู่กันสองต่อสอง... ระวังนะคะ ระวังข่าวลือเรื่องสถาปนิกกับอินทีเรียจะเสียหายเอาได้"
"เรื่องของผมกับคุณรินรดา จะเสียหายหรือไม่อย่างไร คงไม่ใช่ธุระกงการอะไรที่คุณจะต้องมาใส่ใจ" ธีร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "และกรุณาออกไปจากพื้นที่ความรับผิดชอบของผมด้วย ก่อนที่ผมจะให้ รปภ. เชิญคุณออกไปจริงๆ"
บรรยากาศในห้องโถงกว้างที่กำลังปรับปรุงเต็มไปด้วยความตึงเครียด รินรดาลอบมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนคั่นกลางระหว่างเธอกับเมฆินทร์ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวเมฆินทร์ แต่เป็นเพราะความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอกเมื่อสัมผัสได้ถึงความปกป้องที่แฝงมากับความเกรี้ยวกราดของสถาปนิกปากร้ายคนนี้
เมฆินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ สายตาเจ้าเล่ห์กวาดตามองทั้งสองคนสลับกันไปมาด้วยความนึกสนุก "ใจร้อนจริงนะฃคุณธีร์... เอาล่ะ ในเมื่อเจ้าของบ้านเขาไม่อย้อนรับ ผมก็ไม่หน้าด้านพอจะอยู่ต่อหรอกครับ" เขาหันมาส่งยิ้มให้รินรดาอีกครั้ง "ไว้เราค่อยคุยกันใหม่นะฃครับคุณริน"
พูดจบ เมฆินทร์ก็หมุนตัวเดินสาวเท้าออกไปทางประตูระเบียงอย่างไม่รีบเรร้อน ทิ้งให้ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง
เมื่อเสียงฝีเท้าของแขกไม่ได้รับเชิญเงียบหายไป ธีร์ก็สะบัดหน้ากลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหลังทันที ใบหน้าคมคายบึ้งตึงสนิท ดวงตาสีเข้มฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด
"ส่วนเธอก็เหมือนกัน!" ธีร์เปิดฉากต่อว่าทันทีโดยไม่ให้รินรดาได้ทันตั้งตัว น้ำเสียงห้วนจัดบ่งบอกถึงความหัวเสียขั้นสุด "ซุ่มซ่ามเดินสะดุดนู่นสะดุดนี่จนเกือบโดนมันฉวยโอกาส สมองมีไว้ทำไมครับ หรือมีไว้ประดับกะโหลกเฉยๆ ถึงได้ยืนทื่อปล่อยให้ผู้ชายอื่นเขาแตะเนื้อต้องตัวตามใจชอบแบบนั้น!"
รินรดาที่กำลังซาบซึ้งกับความช่วยเหลือเมื่อครู่ ถึงกับหน้าชาด้วยความโกรธ เธอยันตัวขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของเขาแล้วจ้องหน้าสถาปนิกหนุ่มเขม็ง
"นี่คุณธีร์! พูดให้มันน้อยๆ หน่อยนะคะ!" รินรดาแหวใส่ เสียงหวานตวัดสูงด้วยความฉุนเฉียว "ฉันสะดุดเหล็กเส้นมันคืออุบัติเหตุ ใครจะไปรู้ว่าไอ้บ้านั่นมันจะโผล่มาจ๊ะเอ๋ตอนดึกๆ ล่ะคะ แล้วอีกอย่าง... ฉันก็ถอยออกมาเองได้ ไม่ได้ขอร้องให้คุณมาช่วยสักหน่อย!"
"อ๋อเหรอครับ? เมื่อกี้ถ้าผมไม่คว้าตัวไว้ ป่านนี้คงยืนให้มันลวนลามจนเคลิ้มไปแล้วมั้ง" ธีร์ยอกย้อนเสียงต่ำ ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ความหึงหวงที่ตีรวนอยู่ในอกถูกแปลงสภาพเป็นคำพูดเชือดเฉือนเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนรุ่มในใจ
"ปากเสีย!" รินรดาหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด เธอชี้หน้าเขาอย่างเหลืออด "คุณนี่มัน... ปากหมาไม่มีที่ติจริงๆ! ช่วยคนอื่นเขานี่ทำบุญร่วมกับชาติหน้าหรือไงคะ ถึงต้องแถมคำด่าทอแยๆ มาด้วยทุกครั้ง!"
"ก็ดีกว่าทำตัวโง่เง่าให้ผู้ชายฉวยโอกาสก็แล้วกัน!" ธีร์สวนกลับเสียงดังไม่แพ้กัน ร่างสูงก้าวเข้าประชิดตัวเธอด้วยความโมโห ดวงตาสองคู่จ้องประสานกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เคมีระอุความเกลียดชังที่ปนเปด้วยความเร่าร้อนพุ่งพล่านจนอากาศรอบตัวแทบจะลุกเป็นไฟ
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความคับแค้นใจ เธอยกมือขึ้นผลักอกกว้างของเขาเต็มแรงเพื่อถอยหนี แต่ทว่า...
*แคว่ก!*
แรงผลักที่มากเกินไปประกอบกับความไม่ทันระวัง ทำให้มือเรียวไปเกี่ยวเข้ากับกระดุมเสื้อเชيرตัวนอกของธีร์จนหลุดลุดรุ่ย เผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อแน่นขนัดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ร่มผ้าอย่างชัดเจน!
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
รินรดานิ่งค้าง มือยังคงคาอยู่ที่อกเสื้อของเขา ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าอุบัติเหตุบ้าๆ แบบนี้จะเกิดขึ้นซ้ำสองในคืนเดียว
ขณะที่ธีร์ชะงักกึก กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวหญิงสาวที่ลอยมาปะทะจมูกประกอบกับสัมผัสอุ่นร้อนที่ฝ่ามือเธอแนบอยู่บนอกเปลือยเปล่า ทำให้สถาปนิกหนุ่มผู้เจ้าระเบียบถึงกับลมหายใจสะดุด สมองที่เคยประมวลผลแปลนบ้านได้อย่างแม่นยำกลับว่างเปล่าลงชั่วขณะ
ดวงตาคมกริบก้มลงมองมือเล็กที่ยังคาอยู่บนอกตัวเอง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนขึ้นสบตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยบึ้งตึงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่ยากจะคาดเดา
"คิดจะปล้ำผมหรือไงครับ... คุณอินทีเรีย" ธีร์กระซิบชิดริมฝีปาก เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนหัวใจคนฟังกระตุกวูบ
รินรดารีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธออ้าปากจะเถียงกลับแต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียงใดออกมา
*กริ๊งงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธีร์ดังขึ้นทำลายความเงียบงันและบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกนั้นลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา
ธีร์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด ละสายตาจากใบหน้าหวานที่กำลังตื่นตื่น แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่เป็นเบอร์เร่งด่วนจากสำนักงานใหญ่... และข้อความแจ้งเตือนบางอย่างที่เด้งขึ้นมาพร้อมกัน ทำให้รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกหนุ่มทันที
เขากดรับสายโดยไม่ละสายตาไปจากรินรดาที่กำลังยืนหายใจหอบกระชั้น
"ว่าไง..." ธีร์กรอกเสียงทุ้มลงไป ก่อนจะนิ่งฟังคู่สนทนาครู่หนึ่ง แล้วมุมปากหยักก็ยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่หญิงสาวตรงหน้าด้วยประกายตาวาววับที่ซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้
"ดี... งั้นพรุ่งนี้เช้า เตรียมเอกสารทั้งหมดไว้ ผมจะเข้าไปจัดการเอง"
เขากดวางสาย แล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าช้าๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปหารินรดาที่ยืนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเขา
"มี... อะไรของคุณอีกคะ" รินรดาถามเสียงสั่น ระคนระแวง
ธีร์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจ้าเล่ห์ที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา
"เตรียมตัวเก็บกระเป๋า... ย้ายเข้ามาอยู่ที่ไซต์งานกับผมซะดีๆ ครับ" ธีร์กระซิบเสียงพร่า "เพราะพรุ่งนี้เช้า... ความลับทั้งหมดที่คุณพยายามปกปิดไว้ กำลังจะถูกเปิดโปงโดยฝีมือของคุณเอง"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความปากแข็งของสถาปนิกหนุ่มของเรา แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก•ตอนที่ 6
เมื่อความซึนทำงานผิดเวลา
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!