"ถ้าคุณยังดื้อดึงจะเอาคานรับน้ำหนักตรงนี้ออกโดยไม่ดูโครงสร้างหลัก ผมเกรงว่าตึกนี้คงได้กลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความอวดดีของอินทีเรียสาวชื่อดังแทนที่จะเป็นแกลเลอรีนะครับ, คุณรินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดจางๆ ดังขึ้นทันทีที่ธีร์ก้าวพ้นขอบประตูเหล็กดัดของไซต์งาน ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกและกางเกงสแลคเข้ารูปเดินตรงดิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบตึง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองแปลนงานในมือของหญิงสาวด้วยความระอา
รินรดาเงยหน้าขึ้นจากกระดานรองเขียน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย เธอไม่ได้ถอยร่นเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา กลับยืนหยัดอย่างมั่นคงพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทไม่แพ้กัน
"ถ้าคุณสถาปนิกผู้เคร่งครัดยอมใช้สมองคิดนอกกรอบสักนิด ไม่ใช่เอาแต่ท่องจำตำราเรียนสถาปัตยกรรมเมื่อสิบปีก่อน คุณก็จะเห็นว่าการขยับคานออกสองนิ้วมันช่วยเพิ่มพื้นที่ Display ให้งานศิลปะดูหายใจได้สะดวกขึ้นค่ะ... อ้อ ขอโทษที ลืมไปว่าคนเจ้าระเบียบอย่างคุณคงไม่เข้าใจสุนทรียศาสตร์แบบนี้หรอกมั้งคะ"
คำพูดที่ย้อนกลับมาอย่างไม่ยอมคนทำให้กรามแกร่งของธีร์ขบเข้าหากันแน่น เขาหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความเป็นระเบียบและน้ำหอมกลิ่นซีดาร์จางๆ จากตัวเขาลอยปะทะจมูกจนรินรดาต้องแอบสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว
ธีร์โน้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงขยับเข้ามาใกล้จนแทบชิด ปลายจมูกแทบจะชนกันหากเธอไม่เอนตัวหนี "ปากเก่งขึ้นนะครับ... ตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ หรือว่าคิดว่ามีเมฆินทร์คอยหนุนหลังอยู่ เลยกล้าต่อปากต่อคำกับผมแบบนี้?"
รินรดาชะงักไปนิด ประกายความไม่พอใจวาบผ่านดวงตาคู่สวย "เกี่ยวอะไรกับคุณเมฆินทร์คะ? นี่เป็นเรื่องงาน อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนเปื้อนได้ไหม ธีร์"
"ทำไมจะไม่ได้ ในเมื่อโปรเจกต์นี้ผมเป็นคนรับผิดชอบ และคุณ... ก็อยู่ใต้ความรับผิดชอบของผม" ธีร์สวนกลับเสียงเข้ม สายตาที่มองมาไม่ได้มีความรังเกียจเจืออยู่เลย แม้คำพูดจะดุเดือดแค่ไหน แต่แววตาของสถาปนิกหนุ่มกลับไหววับด้วยความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม "ผมบอกแล้วไงว่าตรงนั้นมันอันตราย ถ้าโครงสร้างทรุดลงมาตอนคุณยืนอยู่ตรงนั้น คิดเหรอว่าผมจะมีเวลามานั่งอุบัติเหตุช่วยคุณทุกครั้ง?"
น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังกระทันหันทำเอารินรดาถึงกับพูดไม่ออก เธอมองลึกลงไปในนัยน์ตาคู่คมนั้น และพบแต่ความกังวลที่จริงใจจนน่าตกใจ ความซึนเดระที่ปิดไม่มิดของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากสนามรบเป็นความเงียบงอบอุ่นชั่วขณะ ธีร์กะพริบตาถี่เมื่อรู้ตัวว่าเผลอหลุดปากพูดความรู้สึกที่แท้จริงออกไปมากเกินไป เขาเบือนหน้าหนี กระแอมกระไอมกลบเกลื่อนความเก้อเขินก่อนจะคว้าปากกาแดงในมือเธอมาถือไว้เอง
"เอาล่ะ... เลิกเถียงกันเรื่องไร้สาระได้แล้ว ถ้าไม่อยากให้งานเสร็จไม่ทันเดดไลน์ เรามีเวลาอีกแค่สามชั่วโมงในการสรุปจุดนี้" ธีร์เปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย มือหนาถือวิสาสะเอื้อมไปจับข้อมือเล็กให้ขยับตามเพื่อชี้ไปยังจุดที่ต้องแก้ไขร่วมกันบนแปลน "ตรงนี้... ถ้าเราไม่ถอดคานออก แต่ใช้วิธีเจาะช่องแสงซ่อนไฟ LED ด้านบนแทน คุณคิดว่าจะพอมล้างความอึดอัดที่คุณกังวลได้ไหมล่ะครับ?"
รินรดากะพริบตาปริบๆ สมองที่กำลังเตรียมพร้อมจะปะทะเมื่อครู่เปลี่ยนโหมดมารับข้อมูลแทบไม่ทัน เมื่อก้มลงมองแปลนที่เขาวาดแก้ให้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เธอก็ต้องยอมรับในใจว่า... ฝีมือของสถาปนิกคนนี้ไร้ที่ติจริงๆ
"เอ่อ... มันก็..." รินรดาอึกอัก ความโกรธหายไปหมดสิ้นแทนที่ด้วยความทึ่ง "มันก็ไม่ได้แย่ค่ะ... ออกจะดีกว่าแบบที่ฉันคิดไว้ซะอีก"
"แน่นอนครับ เพราะผมคือธีร์ ธราดล ไม่ใช่เด็กฝึกงานที่จะมาทำงานลวกๆ" ธีร์อดไม่ได้ที่จะหยอร์ดคำชมแกมยกตนขoกท่านตามนิสัยเดิม แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มขึ้นอย่างบางเบา รอยยิ้มที่หาดูได้ยากจนรินรดาเผลอมองค้างไปชั่วขณะ
"ค่ะพ่อคนเก่ง" เธออดหมั่นไส้ไม่ได้ แต่ก็ยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี "งั้นก็ตามนี้... เดี๋ยวฉันจัดการแก้สเปซตรงโซนรับรองแขกต่อให้คุณตรวจอีกรอบ"
"ดีมากครับ ร่วมมือกันแบบนี้ งานจะได้เดินหน้าสักที ไม่ใช่เอาแต่เถียงกันจนผมปวดหัว" ธีร์พูดเสียงนุ่มโดยไม่รู้ตัว มือที่ถือแปลนขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น ไหล่กว้างของเขาสัมผัสกับไหล่บางเบาอย่างแนบชิด ความร่วมมือครั้งแรกเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางกองแปลนพิมพ์เขียวและฝุ่นผงของไซต์งานที่กำลังจะถูกเนรมิตให้กลายเป็นผลงานชิ้นเอก
ทว่า... ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังก้มหน้าก้มตาถกเวยเรื่องดีเทลกระเบื้องปูพื้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมบทสนทนาก็ดังแทรกขึ้นตรงทางเข้า
"ผมบอกแล้วไงครับว่าคุณธีร์กับคุณรินรดาต้องกำลังทำงานกันอย่างขยขันแน่นอน... จริงไหมครับ?"
เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้ธีร์และรินรดาผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต ธีร์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบกับร่างสูงของเมฆินทร์ที่เดินยิ้มร่าเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้าง พร้อมกับช่างภาพสำนักพิมพ์ชื่อดังที่เดินตามหลังมาติดๆ เพื่อขอสัมภาษณ์พิเศษเบื้องหลังการทำงาน
ดวงตาคมของธีร์หรี่ลงเล็กน้อย รังสีความไม่พอใจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอย่างชัดเจน เมฆินทร์จงใจมาขัดจังหวะในเวลาแบบนี้... และสายตาที่คู่แข่งหนุ่มมองรินรดามันฟ้องชัดเจนว่ามีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่
"คุณเมฆินทร์... มาทำอะไรที่นี่ครับ?" ธีร์ก้าวขึ้นไปยืนบังหน้า-รินรดาโดยสัญชาตญาณ น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก
เมฆินทร์ยิ้มกริ่ม ส่งสายตาแพรวพราวมาให้หญิงสาวด้านหลังก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม
"ก็มาดูความคืบหน้าของโปรเจกต์... และมาพา *คนสำคัญ* ของผมไปทานข้าวกลางวันครับ พอดีผมนัดคุณรินรดาไว้แล้ว... หวังว่าสถาปนิกคนเก่งคงไม่ใจร้ายกักตัวเธอไว้หรอกนะครับ?"
สิ้นคำพูดนั้น ธีร์ก็หันขวับไปมองหน้ารินรดา ทันที ดวงตาทั้งคู่สบประสานกันในความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงกดดันระอุระทอก
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะครับ
แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก•ตอนที่ 11
จุดเปลี่ยนของความสัมพันธ์
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!