แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก•ตอนที่ 10

คำด่าที่แปลว่าห่วง

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"ถ้าคุณยังใช้สายตาแบบนั้นมองหน้าผมอีกครั้งเดียว เมฆินทร์... ผมจะถือว่าคุณกำลังหาเรื่องใส่ตัวในไซต์งานของผม" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้ดังมากนัก แต่มันเพียงพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบตัวบริเวณมุมจัดแสดงวัสดุตกแต่งภายในเย็นเยียบลงถนัดตา ธีร์ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างรินรดากับเมฆินทร์ด้วยท่าทีราศีกดดัน สถาปนิกหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแกร่ง ขยับตัวบังร่างบางของอินทีเรียสาวไว้มิดชิดราวกับเหยี่ยวหวงกัง เมฆินทร์หัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่ห้อ ดวงตาคมกราบแพรวพราวฉายแววสนุกสนาน เขายังคงรักษารอยยิ้มมุมปากที่แสนจะกวนประสาทไว้ได้เป็นอย่างดี แม้จะเผชิญหน้ากับรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของสถาปนิกเจ้าระเบียบ "ใจเย็นน่า คุณธีร์ ผมแค่ทักทายคุณรินรดาตามประสาคนเคยร่วมงานกัน... หรือว่าหวงก้างจนเกินงามล่ะครับเนี่ย?" เมฆินทร์เลิกคิ้วท้าทาย ปรายตามองข้ามไหล่หนาไปยังหญิงสาวที่ยืนเม้มปากแน่นอยู่ด้านหลัง รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิงไปกับเหตุการณ์เมื่อครู่กลับคืนมา เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะยอมยืนหลบหลังผู้ชายให้คนอื่นมาดูแคลน อินทีเรียสาวก้าวเท้าฉับๆ ออกมาเผชิญหน้า เคียงข้างร่างสูงของธีร์ด้วยใบหน้าที่เชิดขึ้นเล็กน้อย "ขอบคุณสำหรับความเป็นห่วงค่ะคุณเมฆินทร์ แต่พอดีว่าฉันจัดการเรื่องงานในส่วนของฉันเรียบร้อยดี และไม่มีความจำเป็นต้องรบกวนให้ใครมาช่วยเคลียร์ปัญหาอีก... เชิญคุณไปตรวจดูโซนของทางฝั่งโน้นน่าจะเหมาะกว่านะคะ" น้ำเสียงหวานแต่เฉียบคมตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า เมฆินทร์ไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่ใส่ใจนักก่อนจะยอมหมุนตัวเดินจากไปพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ทิ้งเชื้อไฟความหงุดหงิดไว้ในใจของสถาปนิกหนุ่ม ทันทีที่แผ่นหลังของคู่แข่งลับตาไป ธีร์ก็หันขวับกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างกาย ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความไม่สบอารมณ์ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม "เก่งนักนะ... ปากคอเราเนี่ย ชักจะเก่งขึ้นทุกวันจนน่าจับมาตีให้เข็ด" ธีร์บ่นพึมพำด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดระคนเป็นห่วง แต่เลือกที่จะใช้คำพูดประชดประชันกลบเกลื่อนความรู้สึกที่แท้จริง "ฉันก็แค่พูดความจริงค่ะ แล้วนี่คุณมีปัญหาอะไรอีก เดินมาทำเสียงดุใส่ฉันอยู่ได้ พื้นที่ตรงนี้ก็เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ฉันจะคุยกับใครมันก็เรื่องของฉัน..." รินรดายังไม่ทันจะเถียงจบประโยค ธีร์ก็ก้าวประชิดตัวเข้ามาจนเธอต้องผถอยหลังไปชนกับชั้นวางวัสดุเบาๆ แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้ลมหายใจของเธอติดขัด ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอชะงักไม่ใช่ความใกล้ชิดอันตรายนี่ หากแต่เป็นฝ่ามือหนาที่ยื่นมาแตะเข้าที่หน้าผากของเธออย่างรวดเร็ว "นี่คุณ! ทำบ้าอะไรเนี่ย" เธอร้องอุทานด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อจู่ๆ ก็ถูกรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว "เงียบปากแล้วอยู่นิ่งๆ สิครับ..." เสียงดุๆ ของธีร์เบาลงกว่าเดิมเล็กน้อย ทว่าแววตาที่มองมากลับเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด นิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มสัมผัสผิวแก้มเนียนแผ่วเบาก่อนจะเลื่อนขึ้นมาทาบหลังมือกับหน้าผากมนของเธออีกครั้ง รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมกระหน่ำเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ความโกรธเคืองเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปสิ้นเมื่อได้เห็นประกายความกังวลที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้นของเขา "ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้... ยังมีหน้ามาทำปากเก่งเถียงผมฉอดๆ อยู่อีกเหรอครับรินรดา" ธีร์เอ่ยตำหนิด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความระอา แต่ลึกซึ้งกินใจ "ทำงานหักโหมจนไข้ขึ้น หรือว่าสมองคุณมันมีแต่รอยหยักของแปลนดีไซน์จนลืมไปแล้วว่าตัวเองก็มีร่างกายเนื้อหนังที่ต้องพักผ่อนเหมือนชาวบ้านเขา" "ฉัน... ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แค่อากาศมันร้อน..." เธอยังคงพยายามดื้อดึง ปัดมือเขาออกเบาๆ แม้ว่าพิษไข้เริ่มเล่นงานจนสมองตื้อตันและเรียบเรียงคำพูดไม่ค่อยถูกแล้วก็ตาม "โกหkไม่เนียนเลยสักนิด หน้าซีดเป็นไก่ต้มขนาดนี้ยังจะปากแข็ง" ธีร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเหนื่อยหน่ายกับความดื้อรั้นของเธอ เขารู้สึกหงุดหงิดตัวเองเหลือเกินที่มักจะใจอ่อนและพ่ายแพ้ให้กับความเข้มแข็งปลอมๆ ของผู้หญิงคนนี้ทุกที แทนที่จะต่อoปากต่อคำกันต่อ ธีร์กลับตัดสินใจทำในสิ่งที่รินรดาคาดไม่ถึง เขาคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้มั่น ออกแรงดึงเบาๆ ให้เดินตามออกมาจากมุมอับของโซนจัดแสดง ท่ามกลางสายตาของคนงานและทีมงานบางส่วนที่หันมามองด้วยความสงสัย "นี่คุณจะพาฉันไปไหนเนี่ย ปล่อยนะ คนอื่นมองกันใหญ่แล้ว!" รินรดาพยายามยื้อข้อมือตัวเองกลับ พร้อมกับใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอาย ไม่ใช่เพราะพิษไข้ แต่มือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้นั้นมันอบอุ่นและแน่นหนาจนสลัดไม่หลุด "ถ้าไม่อยากให้คนอื่นมองมากกว่านี้ ก็หุบปากแล้วเดินตามมาเงียบๆ ครับ" ธีร์เอ่ยเสียงเข้มโดยไม่ยอมหันกลับมามอง แต่ฝ่ามือที่กุมข้อมือเธอกลับไม่ได้ออกแรงบีบจนเจ็บ มีแต่ความทะนุถนอมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันนั้น เขาพาเธอเดินเลี่ยงผู้คนมายังห้องพักผ่อนส่วนตัวประจำไซต์งาน ซึ่งเป็นห้องกระจกติดแอร์เย็นฉ่ำ ปลอดผู้คนและมีความเป็นส่วนตัวสูง ธีร์ผลักประตูให้เธอเดินเข้าไปก่อนจะก้าวตามเข้าไปแล้วจัดการล็อกกลอนทันที เสียงประตูกร็อกเบาๆ ทำให้รินรดาสะดุ้งเฮือก หันกลับมามองหน้าเขาด้วยความตื่นตระหนก "ล็อกประตูทำไมคะเนี่ย?" "ถ้าไม่ล็อก เดี๋ยวก็มีพวกงานงอกเข้ามาวุ่นวายอีกสิครับ" ธีร์ตอบหน้าตาเฉย เดินตรงไปหยิบกระติกน้ำร้อนและแก้วกระดาษบนโต๊ะทำงานมุมห้อง ก่อนจะจัดการรินน้ำอุ่นส่งให้เธอ "ดื่มซะ อย่าให้ผมต้องบังคับมากกว่านี้" รินรดารับแก้วน้ำมาถือไว้ด้วยมือสั่นเทาเล็กน้อย ไออุ่นจากแก้วแผ่ซ่านเข้ามาถึงฝ่ามือ แต่ความอบอุ่นที่มากกว่ากลับมาจากสายตาของคนที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ตรงหน้า สายตาที่เต็มไปด้วยความดุ... แต่กลับฉายชัดถึงความห่วงใยจนเธ้ารู้สึกจุกอยู่ในอก "ขอบคุณค่ะ..." เธอกระซิบแผ่วเบา ยกแก้วขึ้นจิบน้ำอุ่นช้าๆ ธีร์มองท่าทางพยศที่อ่อนลงของเธอแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาว เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ ปรับระดับสายตาให้เสมอ1กับเธอ มือหนายื่นออกไปอังหน้าผากเธออีกครั้งเพื่อเช็กอุณหภูมิอย่างถือวิสาสะ รินรดานิ่งค้าง ลลมหายใจสะดุดกึกเมื่อใบหน้าคมคายของสถาปนิกหนุ่มอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมเจือจางผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการทำงานกลางแดดของเขายิ่งทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ "ไข้ขึ้นสูงขนาดนี้ ยังจะกล้าปฏิเสธอีกเหรอครับรินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก ดวงตาสีนิลคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าเธอด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก "คุณเก่งกับทุกคน... แต่ทำไมถึงใจร้ายกับสุขภาพตัวเองนักหึ?" คำต่อว่าที่เจือด้วยความห่วงใยแบบไม่ปิดบังทำเอารินรดาพูดไม่ออก เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอเบาๆ ความเหนื่อยล้าสะสมตลอดสัปดาห์ทำให้กำแพงที่เธอสร้างไว้พังทลายลงในพริบตา "ฉันแค่อยากให้งานมันออกมาสมบูรณ์แบบ..." เสียงเธอกลับสั่นเครือโดยไม่ตั้งใจ ธีร์มองหยาดน้ำตาคลอเบ้าในดวงตากลมโตนั้น หัวใจของคนปากร้ายกระตุกวูบอย่างแรง ความโกรธที่เคยมีมลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในอก เขาเอื้อมมือไปเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้วเนียนให้อย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายคามือ "งานช้าไปสักวันสองวัน โลกไม่แตกหรอกครับ..." ธีร์ระบายลมหายใจเบาๆ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน "แต่ถ้าคุณเป็นอะไรไป... คนที่โลกแตก อาจจะเป็นผมต่างหาก" รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจหยุดเต้นไปชั่ววินาทีกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของสถาปนิกเจ้าระเบียบ ทว่า ก่อนที่เธอจะได้เอื้อนเอยคำถามใดๆ ออกไป เสียงเคาะประตูกระบะกระจกด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ ตามด้วยเสียงทุ้มของลูกน้องคนสนิทที่ตะโกนเข้ามาขัดจังหวะ "พี่ธีร์ครับ! ทางวิศวกรโครงสร้างมีเรื่องด่วนต้องให้ตัดสินใจหน้างานตอนนี้เลยครับ!" ธีร์สบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย ใบหน้าคมคายฉายแววหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเวลาสำคัญ เขายืดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทว่าก่อนจะหันหลังเดินไปเปิดประตู มือหนาก็ยื่นมาคว้ามือเธอขึ้นไปกุมไว้แน่นอีกครั้ง พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงจริงจังที่ข้างหู "นั่งพักตรงนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด... เคลียร์หน้างานเสร็จเมื่อไหร่ ผมจะกลับมาคิดบัญชีกับคนดื้ออย่างคุณต่อยาวๆ แน่ครับ" ฟีนิกซ์สีทองขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%