"ถ้าคุณยังยืนกรานจะรื้อผนังฝั่งทิศตะวันตกออกโดยไม่ดูโครงสร้างรับน้ำหนักเดิม เกรงว่าตึกหลังนี้คงไม่ได้เปิดตัวในฐานะบูติกโฮเทลหรูหรา... แต่อาจจะกลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความสะินซื่อบื้อแทนนะครับ คุณพัชรพงศ์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทที่ดังขึ้นจากความมืดสลัวของห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดิน ทำให้รินรดาที่กำลังงەวแงะลิ้นชักเหล็กขึ้นสนิมสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับกลับไปมองร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตู แสงไฟนีออนสีส้มกระพริบติดๆ ดับๆ ขับเน้นใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรงของธีร์ให้ดูอันตรายและน่าหงุดหงิดในเวลาเดียวกัน
"แล้วใครใช้ให้คุณเดินมาแบบไม่มีเสียงล่ะคะ... เอ้ย! หมายถึง เดินมาแบบไม่มีมารยาทต่างหากเล่า!" รินรดาเผลอหลุดปากแก้ตัวเสียงดัง เธอรีบซ่อนม้วนกระดาษไขสีเหลืองกรอบที่เพิ่งดึงออกมาจากซอกลับไปไว้ด้านหลังตัวอย่างพิรุธ
ธีร์หรี่ตามองท่าทีนั้นทันที ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพยายามวิเคราะห์ทุกการเคลื่อนไหวของอินทีเรียสาวตัวแสบ เขาถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะสาวเท้าย่างสามขุมเข้ามาประชิดตัวด้วยความรวดเร็ว จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางเอกสารเหล็กเสียงดังโคร้ง
"นี่... ถอยไปเลยนะ คุณจะมาทำรุ่มร่ามแถวนี้ไม่ได้..."
"ผมไม่ได้รุ่มร่าม ผมแค่มารับของที่เป็นของผมคืน" ธีร์ยื่นมือยาวๆ ไปคว้าข้อมือเรียวเล็กไว้ได้อย่างแม่นยำ ปลายจมูกโด่งเป็นสันอยู่ห่างจากแก้มใสของเธอเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษเก่าและกาแฟดำเข้มข้นลอยมาแตะจมูกจนรินรดาต้องกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"ของอะไรของคุณคะ ฉันแค่หาแบบแปลนห้องโถงรับรอง..."
"แปลนที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงและเก็บซ่อนไว้ในลิ้นชักที่ไม่มีใครเปิดมาสิบปี... แปลนที่คุณกำลังถือไว้ข้างหลังนั่นไงครับ"
ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทแต่แฝงไว้ด้วยความกดดัน เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิดจนรินรดาต้องเบี่ยงหน้าหนี พวงแก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะเขินอาย... แต่เพราะความโกรธที่ถูกจับได้ต่างหาก!
"แปลนนี้มันมีปัญหาอะไรทำไมคุณถึงต้องซ่อนมัน?" รินรดาตัดสินใจงัดไม้แข็ง เธอเงยหน้าสบตาคมกริบของเขาตรงๆ ไม่ยอมหลบสายตา "โครงสร้างเก่าของตึกนี้... มันมีรอยร้าวที่เสาหลักโซน C ตั้งแต่สมัยก่อนรีโนเวตใช่ไหมคะ? แล้วทำไมในแบบแปลนปัจจุบันที่คุณส่งให้วิศวกรถึงไม่มีการเสริมคานรับน้ำหนักส่วนนั้น!"
บรรยากาศในห้องใต้ดินอับชื้นพลันเงียบงันลงทันที เสียงหึ่งของหลอดไฟนีออนดังชัดเจนขึ้นมาแทน
ธีร์ชะงักไปเล็กน้อย แววตาคมกริบไหววูบชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขาไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่กลับใช้มืออีกข้างดึงม้วนกระดาษไขเก่าคร่ำคร่าออกจากมือของเธอได้อย่างง่ายดาย ปลายนิ้วเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มสัมผัสโดนข้อมือของเธอเบาๆ ส่งกระแสความอุ่นร้อนแล่นริ้วไปทั่วผิวเนื้อ
"คุณรู้อะไรไหม รินรดา..." ธีร์กระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำของเขานุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาดจนน่ากลัว "ความอยากรู้อยากเห็นเกินหน้าที่... มันมักจะพาคนเราไปเจอเรื่องที่รับมือไม่ไหวเสมอ"
"ฉันเป็นอินทีเรียของโปรเจกต์นี้ ชีวิตของคนที่จะเข้ามาพักในโรงแรมนี้ฝากไว้กับความปลอดภัยของอาคารนะคะ ฉันไม่มีทางปล่อยให้คุณเอาชื่อเสียงมาเสี่ยงกับความมักง่ายแบบนี้แน่!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตเป็นประกายดื้อรั้นจนคนมองนึกอยากจะจับตีสักทีสองที
ธีร์มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ความรู้สึกหงุดหงิดที่เธอชอบรนหาที่ตายผสมปนเปไปกับความห่วงใยบ้าคลั่งที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชามาตลอดนับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงานด้วยกัน
"ถ้าผมบอกว่า... ที่ผมไม่ใส่คานเสริมลงไปในแปลนปัจจุบัน ก็เพราะผมต้องการรักษารูปทรงสถาปัตยกรรมดั้งเดิมของตึกนี้ไว้ให้สมบูรณ์ที่สุดล่ะ?" ธีร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย "และถ้าผมบอกว่า... ผมคำนวณจุดรับน้ำหนักใหม่ด้วยวิธีทางวิศวกรรมขั้นสูงที่ปลอดภัยกว่าที่คุณคิดร้อยเท่า... คุณจะเชื่อผมไหม?"
"ถ้าคุณมั่นใจขนาดนั้น ทำไมต้องเก็บแปลนนี้ไว้ในมุมมืด ทำไมไม่เอาไปคุยในที่ประชุมตั้งแต่แรก?" รินรดาถามกลับทันควันอย่างรู้ทัน "คุณกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง... เรื่องอุบัติเหตุเมื่อสิบปีก่อนที่ตึกนี้ใช่ไหมคะ?"
ร่างสูงของธีร์แข็งทื่อไปในทันที รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนรินรดารู้สึกได้ สันจมูกโด่งคมกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่อ่านไม่ออก
ก่อนที่ธีร์จะได้เอ่ยปากแก้ตัวหรืออธิบายอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มกังวานของบุคคลที่สามก็ดังแทรกขึ้นมาจากบันไดทางลงห้องใต้ดิน
"อุ๊ابس... ผมคงไม่ได้เดินมาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของท่านสถาปนิกกับคุณอินทีเรียคนเก่งหรอกนะครับเนี่ย?"
เสียงของเมฆินทร์ นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คู่แข่งตัวฉกาจ ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงในชุดสูทเนี๊ยบที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ใต้แสงไฟสลัว เขากวาดสายตามองคนทั้งสองที่ยืนแนบชิดกันอยู่ริมชั้นวางเอกสารด้วยรอยยิ้มเจ้าเลิศ มุมปากหยักลึกยกขึ้นอย่างคนถือไพ่เหนือกว่าในมือ
"หรือว่า... กำลังคุยกันเรื่อง 'ความลับ' ที่คุณธีร์พยายามซ่อนไว้ใต้พรมมาตลอดกันแน่ล่ะครับ?"
ธีร์หันขวับไปมองเมฆินทร์ทันที มือใหญ่ที่ถือม้วนกระดาษไขกำแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ รังสีความโกรธเกรี้ยวระลอกใหม่พุ่งปะทะกันกลางอากาศระหว่างสองหนุ่ม
ในขณะที่รินรดายืนอึ้งอยู่ตรงกลาง เธอตระหนักได้ทันทีว่าความลับในพิมพ์เขียวแผ่นนี้ กำลังจะกลายเป็นชนวนระเบิดครั้งใหญ่ที่จะพลิกเกมทุกอย่างในโปรเจกต์นี้ไปตลอดกาล!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครของผมด้วยกันเสมอนะครับ
แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก•ตอนที่ 4
ความลับในพิมพ์เขียว
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!