แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก•ตอนที่ 16

จังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เอกสารข้อเสนอโครงการชุดสุดท้ายร่วงหล่นลงกระทบพื้นโต๊ะทำงานเสียงดังทึบ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ที่ถูกย้อมด้วยแสงสีส้มจากหลอดไฟนีออนดัด "โดนตัดหน้า... แบบนี้มันหมายความว่าไงวะ" เสียงทุ้มต่ำของธีร์ลอดไรฟันออกมาด้วยความกรุ่นโกรธ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึงตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองตัวเลขงบประมาณที่ถูกปรับแก้บนหน้าจอแท็บเล็ตด้วยความหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์ ข้อมูลลับที่พวกเขาอุตส่าห์ซ่อนไว้ในฐานข้อมูลเข้ารหัส กลับถูกเมฆินทร์นำไปใช้ตัดราคาในวินาทีสุดท้ายได้อย่างแม่นยำราུ་กับมีหนอนบ่อนไส้ รินรดากำมือเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาวซีด แม้ใจหนึ่งจะอยากตบโต๊ะโวยวายให้สมกับความเจ็บใจ แต่เมื่อเห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นของสถาปนิกหนุ่ม เธอก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์ตอนนี้เปราะบางเกินกว่าจะใช้อารมณ์ "ใจเย็นก่อนสิคุณธีร์ โวยวายไปตอนนี้เอกสารมันก็ไม่วิ่งกลับมาหาเราหรอกนะ" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบพยายามกลบเกลื่อนความตระหนกในใจ ถึงปากจะบอกให้เขาใจเย็น แต่ดวงตากลมโตกลับไหวระริกด้วยความเค้นแค้นไม่แพ้กัน "หรือว่าคุณแอบเอาแปลนไปบอกใครไว้..." "คุณริน!" ธีร์หันขวับมามองเธอทันควัน ดวงตาดุดันวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ "คุณกำลังสงสัยผม? สมองคุณคิดอะไรอยู่ถึงได้คิดว่าผมจะยอมเอาโปรเจกต์ที่หลังขดหลังแข็งทำมาเป็นเดือนไปขายให้คู่แข่งแบบนั้น!" "ก็แล้วมันเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้ยังไงล่ะคะ... เอ้ย... แบบนั้นได้ยังไงเล่า!" รินรดาเผลอหลุดเสียงสูงอย่างลืมตัวเมื่อโดนสายตาคาดโทษกดดันกลับมา เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ทันที ไม่มีทางที่จะยอมก้มหัวให้ความเผด็จการของสถาปนิกเจ้าระเบียบคนนี้เด็ดขาด "ในเมื่อมีแค่คุณกับฉันที่รู้รหัสผ่านฐานข้อมูลนี้!" ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่พ่นลมเย็นออกมาเบาๆ ธีร์จ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนกว่าเดิม ยัยนี่... ดื้อรั้น ปากเก่ง และไม่เคยยอมแพ้ใครเลยจริงๆ ให้ตายสิ "เลิกทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อผมได้แล้ว รินรดา" ธีร์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นเสยผมสีเข้มที่ลู่ลงระหน้าผากลวกๆ ท่าทางนั้นทำให้ความดุดันลดทอนลงไปครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงความเหนื่อยอ่อนที่เจือปนอยู่ในน้ำเสียง "เราไม่ได้โดนหนอนบ่อนไส้... แต่เราโดนเจาะระบบต่างหาก" รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความตึงเครียดในอกคลายลงทันทีเมื่อสมองเริ่มประมวลผลตาม "เจาะระบบ? หมายความว่า... ฝั่งนั้นใช้ฮับแฮกเกอร์เข้ามาขโมยข้อมูลสดๆ เลยงั้นเหรอ?" "อืม" ธีร์พยักหน้ารับ เดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ จนรินรดาต้องเผลอก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นกระดาษและกาแฟเข้มๆ ลอยเข้าแตะจมูก ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง "เพราะฉะนั้น เลิกกล่าวหาผมแล้วมาช่วยกันกู้ข้อมูลคืนมาก่อนที่มันจะสายเกินไป... ยัยตัวแสบ" ประโยคสุดท้ายมาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทเป็นที่สุด รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น นึกหมั่นไส้ท่าทีเหนือกว่าของเขาเหลือเกิน แต่เธอก็ยอมทิ้งอีโก้ทั้งหมดลงเมื่อเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักส่งสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน เวลาล่วงเลยผ่านไปจนเข็มนาฬิกาบนผนังบอกเวลาตีสอง บรรยากาศภายในสำนักงานสถาปัตยกรรมเงียบสงบ มีเพียงแสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องสว่างสลัวลงบนกองกระดาษร่างแปลนและหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ฉายโค้ดโปรแกรมยาวเหยียด รินรดานั่งฟุบหน้าลงกับแขนตัวเองบนโต๊ะทำงานด้วยความหมดแรง ดวงตากลมโตปรือปรอยแทบจะปิดลงให้ได้ ความเหนื่อยล้าจากการนั่งจ้องหน้าจอมานานหลายชั่วโมงเริ่มกัดกินพละกำลังทีละน้อย "ถ้าจะนอน ก็กลับไปนอนที่ห้อง ไม่ใช่มาฟุบตายคาโต๊ะแบบนี้" เสียงทุ้มดุเอ่ยขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับสัมผัสอุ่นหนาที่ถูกทาบทับลงบนไหล่บอบบาง รินรดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ กระพริบตาถี่เพื่อปรับโฟกัส ภาพแรกที่เห็นคือธีร์ที่กำลังยืนค้ำโต๊ะเธออยู่ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนน่าใจหาย ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มจนเธอรู้สึกร้อนผ่าวไปหมด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้ความเหนื่อยล้าหรือเพราะสายตาคู่คมที่กำลังจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออกกันแน่ "ฉัน... ยังทำไม่เสร็จค่ะ" เธอกระซิบเสียงแผ่วเบา ความซ่าความเก่งก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้นเมื่อเจอโหมดอบอุ่นแต่ดุดันของคนตรงหน้าเข้าจู่โจม "ดื้อด้านจริง" ธีร์พึมพำเบาๆ แต่ไม่ได้ถอยห่างออกไป เขากลับทิ้งตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาเสมอกับเธอที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นมาเกลี่ปอยผมที่ปรกลงข้างแก้มของเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลาย ทำเอารินรดากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งท่ามกลางความเงียบงันของยามวิกาล ในแววตาของสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบไม่มีความรำคาญหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีปากร้ายอย่างแนบเนียน และประกายความคลั่งรักที่สุกสกาวเสียจนรินรด้ารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งดวงหน้า "ถ้าคุณเป็นอะไรไปก่อนที่โปรเจกต์นี้จะจบ... ผมจะไปเอาชนะไอ้เมฆินทร์ได้ยังไงกันล่ะ" ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างเผลอไผล รินรดาใจเต้นรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ในอก ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เธออยากจะเถียงกลับไปสักคำสองคำเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ริมฝีปากกลับหนักอึ้งราวกับถูกมนต์สะกด ยิ่งมองลึกลงไปในดวงตาสูงคู่นั้น เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ที่เขาเป็นคนสร้างขึ้น ใบหน้าของธีร์เคลื่อนเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแทบจะเป็นเนื้อเดียว ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น รินรดาหลับตาลงช้าๆ หัวใจเต้นกระหน่ำไม่เป็นส่ำด้วยความตื่นเต้นระคนคาดหวัง ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! เสียงสัญญาณเตือนภัยจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักดังลั่นห้องทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม ธีร์ชะงักกึก ดวงตาคมวาวโรจน์ขึ้นด้วยความขัดเคืองระคนตกใจ ขณะที่รินรดาลืมตาโพรงด้วยความตกใจ ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู ก่อนที่พวกเขาจะได้ตั้งตัว ประตูห้องทำงานกระจกนิรุกติก็ถูกกระชากเปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด "คุณธีร์ครับ! ชิบหายแล้วครับระบบธนาคารหลักโดนแฮกซ้ำสอง... เอ้ย ขอโทษครับผมไม่รู้ว่าขัดจังหวะ!" ฟีนิกซ์สีทองขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%