หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ดับวูบลงสะท้อนภาพเงาของชายหนุ่มที่กำลังขบกรามแน่นจนสันนูน ธีร์กำหมัดเข้าหากันหลวมๆ บนโต๊ะทำงาน บรรยากาศรอบตัวในห้องควบคุมระบบเซิร์ฟเวอร์ชั่วคราวเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก เสียงถอนหายใจยาวเหยียดหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเป็นเส้นตรง ความกดดันจากเหตุการณ์แฮกเกอร์โจมตีระบบธนาคารหลักซ้ำสองเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย ความเครียดสะสมจากอดีตก็ถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นใต้น้ำที่รอวันซัดเข้าฝั่ง
รินรดายืนนิ่งอยู่ข้างประตู เธอเห็นท่าทางที่ผิดแปลกไปจากเดิมของสถาปนิกหนุ่มเจ้าระเบียบคนนี้ชัดเจน จากคนที่เคยคุมเกมได้ทุกสถานการณ์และปากจัดใส่เธอไม่หยุด ตอนนี้ธีร์กลับนั่งหลังงอ ไหล่กว้างลู่ลงเล็กน้อยราวกับแบกโลกเอาไว้ทั้งใบ
"คุณธีร์..." เสียงหวานเอ่ยเรียกแผ่วเบา เธอไม่ได้ก้าวเข้าไปใกล้ในทันที แต่เลือกที่จะยืนเว้นระยะเพื่อให้เกียรติพื้นที่ส่วนตัว แม้ในใจจะร้อนรนไม่แพ้กัน
"ออกไปก่อนรินรดา" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟัน สายตาคมกริบที่เคยเฉียบคมตอนนี้กลับแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองเธอ "ผมไม่อยากให้ใครเห็นสภาพแบบนี้... โดยเฉพาะคุณ"
"สภาพแบบไหนเหรอครับที่ไม่อยากให้เห็น? สภาพคนที่กำลังจะพังเพราะเก็บทุกอย่างไว้คนเดียวอย่างนั้นเหรอ?" รินรดาไม่ถอย เธอเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน กอดอกมองหน้าเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและห่วงใยในเวลาเดียวกัน "คุณคิดว่าตัวเองเป็นหุ่นยนต์หรือไง ถึงแบกรับโปรเจกต์ร้อยล้านกับปัญหาบ้าๆ นี่ไว้คนเดียวได้ตลอดรอดฝั่ง?"
"คุณไม่เข้าใจหรอก!" ธีร์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนรินรดาต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกกดทับมานานปี "โปรเจกต์นี้... มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่มันคือสิ่งเดียวที่ผมใช้พิสูจน์ตัวเองจากความผิดพลาดเมื่อห้าปีก่อน!"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ที่ดังฮัมเบาๆ รินรดามองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้า เธอยอมลดทิฐิและท่าทีแข็งกร้าวลง เมื่อสัมผัสได้ถึงรอยร้าวลึกในใจของคนที่ชอบทำตัวเป็นพ่อEgoสูงคนนี้
"เรื่องตึกที่ถล่มในอดีตสินะครับ..." รินรดาเอ่ยชื่อแผลเป็นในใจของเขาออกมาเบาๆ แต่มันกลับทำให้ธีร์ชะงักกึก ร่างสูงเซเล็กน้อยราวกับโดนหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่
ธีร์หลับตาลงช้าๆ กลืนก้อนสะอื้นผูกพันลงคอ ภาพเหตุการณ์ในอดีตวันนั้นหวนกลับมาหลอกหลอน เสียงกรีดร้อง เสียงวิพากษ์วิจารณ์ และสายตาดูแคลนของผู้คนในวงการสถาปนิกที่โยนความผิดทั้งหมดมาให้เขา ทั้งที่ความจริงแล้ว...
"ผมไม่ได้ตรวจทานแบบโครงสร้างในส่วนนั้นให้ดีพอ..." เสียงของธีร์สั่นเครือ เล็กน้อยจนแทบไม่ได้ยิน มือหนายกขึ้นกุมขมับ "ถ้าวันนั้นผมรอบคอบกว่านี้... ถ้าผมไม่มั่นใจในตัวเองจนเกินไป... คนพวกนั้นก็คงไม่ต้องตาย"
รินรดาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด เธอเอื้อมมือไปแตะที่แขนแกร่งของเขาเบาๆ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วทำให้ธีร์สะดุ้งเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้สะบัดหนีเหมือนทุกที
"นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณคนเดียวนะครับคุณธีร์" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและหนักแน่น "ฉันเคยอ่านรายงานข่าวเก่า แม้คุณจะเลือกรับผิดชอบทางจริยธรรม แต่สาเหตุหลักมันมาจากวัสดุที่ถูกลดสเปกโดยคนอื่นไม่ใช่เหรอครับ? ทำไมคุณต้องเอาความผิดบาปของคนอื่นมาลงโทษตัวเองนานขนาดนี้ด้วย?"
"เพราะผมเป็นสถาปนิก!" ธีร์ลืมตาขึ้นจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ร้าวรานหยาดน้ำใสคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร "หน้าที่ของเราคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้มนุษย์ แต่ผลงานชิ้นแรกของผมกลับกลายเป็นโลงศพ... คุณคิดว่าผมจะยกโทษให้ตัวเองได้ยังไง?"
คำพูดนั้นแทงใจดำคนฟังจนรินรดาน้ำตาคลอตาม เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมธีร์ถึงต้องสร้างกำแพงหนาเตอะขึ้นมาป้องกันตัวเอง ทำไมเขาต้องปากร้าย ทำไมเขาถึงต้องเนี๊ยบและเข้มงวดกับทุกรายละเอียด เพราะเบื้องหลังความเย่อหยิ่งและท่าทีน่าหมั่นไส้นั้น คือชายหนุ่มที่แตกสลายและไม่เคยได้รับการเยียวยา
"ถ้าอย่างนั้น... ก็ให้ฉันช่วยสิครับ" รินรดาขยับเข้าไปประชิดตัวเขา ดวงตากลมโตฉายแววด็ดเดี่ยวและจริงใจอย่างที่เขาไม่เคยเห็นจากใครมาก่อน "ในเมื่อคุณบอกว่าฉันเป็นอินทีเรียคู่หูที่ดีที่สุดในโปรเจกต์นี้ งั้นในฐานะที่ปรึกษา... ฉันขอสั่งให้คุณหยุดโทษตัวเอง แล้วหันมาจัดการปันหาตรงหน้ากับฉัน ร่วมมือกันพิสูจน์ให้พวกมันเห็นว่าสถาปนิกคนนี้ไม่ได้พังอย่างที่ใครคิด"
ธีร์ก้มมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า หัวใจที่ด้านชาและปิดตายมานานนับปีกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในอกจนรู้สึกแปลกประหลาด ความดื้อรั้น ปากเก่ง และความกล้าหาญของรินรดากำลังพังทลายกำแพงที่เขาสร้างขึ้นทีละน้อย
"คุณนี่มัน..." ธีร์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งน้ำตา มือหนายื่นออกไปแตะแก้มนวลเนียนของหญิงสาวอย่างเผลอไผล นิ้วโป้งเกลี่ยร่องรอยความกังวลบนใบหน้าเธอแผ่วเบา "ทำไมต้องเข้ามาวุ่นวายในชีวิตผมนักนะ รินรดา"
"เพราะฉันทนเห็นคนปากแข็งแถวนี้อกแตกตายไม่ได้มั้งครับ" รินรดาอมยิ้มบางๆ ทั้งที่ขอบตายังแดงก่ำ เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาโดยไม่ถอยหนีสัมผัสอุ่นที่ข้างแก้ม เคมีร้อนระอุบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด
ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเรื่อยๆ จนแทบจะสัมผัสกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจของทั้งสองเต้นระรัวเป็นจังหวะเดียวกัน ธีร์มองริมฝีปากอิ่มสลับกับดวงตาคู่สวย สติที่เหลืออยู่กำลังบอกให้เขาถอยห่าง แต่หัวใจกลับสั่งให้เขาพุ่งทะยานเข้าหา
ทันทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะเข้าหากันเพื่อปิดกั้นความเจ็บปวดทั้งหมดด้วยความหอมหวาน—
"คุณธีร์ครับ! ทางเราแกะรอย IP แฮกเกอร์ได้แล้ว... เอ้ย! ขอโทษครับผมไม่รู้ว่าขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่หรือเปล่า!"
เสียงตะโกนพร้อมกับประตูห้องที่ถูกผลเปิดผวะเข้ามาอย่างแรงของลูกน้องหนุ่มคนสนิท ทำให้ธีร์และรินรดาสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันแทบไม่ทัน ธีร์หน้าตึงขึ้นมาทันทีด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ส่วนรินรดาก็รีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เขินหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ฟีนิกซ์สีทองเสมอนะครับ
แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก•ตอนที่ 17
ปมในใจที่ยังไม่คลาย
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!