"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าถมึงทึงใส่ผมแบบนั้นอีกสามวินาที ผมจะหักเงินเดือนคุณฐานรบกวนเวลาส่วนตัว... นอกเวลางาน"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดอย่างชัดเจนดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องประชุมปิดลง ธีร์เสยผมปัดความรำคาญใจออก1ที สายตาดุคมกริบตวัดมองลูกน้องหนุ่มคนสนิทที่ยืนหน้าซีดตัวลีบอยู่ริมประตูราวกับกระดาษสา
ปกรณ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลอกไปมาระหว่างเจ้านายจอมโหดกับอินทีเรียสาวสวยที่กำลังยืนจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด
"เอ่อ... คือว่า ทางโครงการติดต่อมาด่วนครับคุณธีร์ เรื่องแบบแปลนโซนล็อบบี้ที่มีปัญหา..." ปกรณ์ละล่ำละลักรายงานพลางหลบสายตาวาววับของเจ้านายที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อ
"มีปัญหาอะไร แค่ขยับเสาออกไปสองเมตร เรื่องแค่นี้ยังต้องให้ผมไปกราบแทบเท้าแก้ให้เองหรือไง!" ธีร์กระแทเสียงใส่
"ไม่ใช่ครับ... คือ..."
"พอเลยค่ะคุณปกรณ์" รินรดาแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งหมั่นไส้กึ่งขัน เธอยกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้กำลังตีหน้ายักษ์กลบเกลื่อนความเขินอาย "อย่าไปถือสาคนแถวนี้เลยค่ะ กำลังอารมณ์ไม่ดีเพราะโดนขัดจังหวะสำคัญอยู่พอดี"
คำพูดลอยๆ แต่จี้จุดตรงเป๊ะทำเอาใบหน้าหล่อเหลาของธีร์กระตุกวูบ
"คุณรินรดา!" ธีร์กดเสียงต่ำ ปรามด้วยสายตาดุๆ "อย่าลามปามครับ งานก็คืองาน ประชุมก็คือประชุม เชิญคุณปกรณ์... ออกไปรอข้างนอกก่อน!" คำหลังเขาหันไปตวาดลูกน้องที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่
ปกรณ์ไม่รอช้า พยักหน้ารัวๆ แล้วหมุนตัวพรวดพราดพุ่งออกจากห้องไปทันทีราวกับหนีตาย ทิ้งให้คนทั้งสองยืนเผชิญหน้ากันในความเงียบที่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
รินรดาไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีแบบร่างโปรเจกต์กางอยู่ ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายความซุกซน
"แหม... ทีกับลูกน้องนี่เสียงดังกลบเกลื่อนเชียวนะคะคุณธีร์ เมื่อกี้ยังหน้าแดงแจ๋อยู่เลย แทบจะไม่กล้าสบตาฉันด้วยซ้ำ"
ธีร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเขา รัศมีกดดันแผ่ซ่านรอบตัวจนอุณหภูมิในห้องดูเหมือนจะสูงขึ้นโดยพล행
"คุณคิดว่าตัวเองปากเก่งมากใช่ไหม รินรดา" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยชิดริมหู ขณะที่มือหนายันขอบโต๊ะกักตัวเธอไว้ตรงกลาง "สนุกนักหรือไงที่ได้แกล้งให้ผมเสียอาการ"
รินรดาใจกระตุกวูบเมื่อแผงอกกว้างอยู่ห่างจากเธอแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของเขาทำเอาสติที่เตรียมมาอย่างดีเกือบกระเจิง แต่คนอย่างเธอมีหรือจะยอมจำนน
เธอยืดตัวขึ้นสู้เงยหน้าสบตาคมกริบคู่นั้นอย่างไม่เกรงกลัว มุมปากบางยกยิ้มท้าทาย
"ก็ไม่ได้สนุกหรอกค่ะ... แค่รู้สึกว่ามันน่ารักดี"
"น่ารัก?" ธีร์ทวนคำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม "คุณกล้าใช้คำว่าน่ารักกับผมเหรอ รินรดา คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังเล่นอยู่กับอะไร"
"รู้สิคะ รู้ดีด้วยว่ากำลังเล่นกับสถาปนิกปากแข็งคนหนึ่ง" รินรดาเอียงคอมองด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ "ปากบอกว่ารำคาญ ไม่อยากเข้าใกล้ ไม่อยากเจอหน้า แต่เวลาฉันเข้าใกล้ทีไร... หัวใจคุณเต้นแรงจนฉันได้ยินเสียงมันชัดเจนเลยนะ คุณธีร์"
ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ธีร์ชะงักกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกลับมาหรี่แคบลงเพื่อซ่อนความไหววูบ เขานิ่งค้างไปชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลแปลนอาคารได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่าเมื่อเจอหมัดฮุกตรงๆ ของหญิงสาว
"คุณ... เพ้อเจ้ออะไรของคุณ" เขาแก้เก้อด้วยการเบือนหน้าหนีไปทางอื่น น้ำเสียงติดจะตะกุกตะกักเล็กน้อยอย่างที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
รินรดากลั้วหัวเราะในลำคอเบาๆ ความพึงพอใจฉายชัดในแววตา เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดอยู่ปลายคาง
"เพ้อเจ้อเหรอคะ? งั้นลองมองตาฉันแล้วพูดใหม่อีกทีสิคะว่าคุณไม่ได้รู้สึกอะไรเลย... พูดสิคะ ถ้าคุณกล้าพอ"
ธีร์หันกลับมาสบตาเธอนิ่ง ความนิ่งงันของเขาไม่ได้แปลว่ายอมแพ้ แต่เป็นความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะควบคุมสติอารมณ์ที่กำลังตีรวนในอก หัวใจเจ้ากรรมทรยศเต้นโครมครามจนน่าหงุดหงิดตามที่เธอพูดจริงๆ
ผู้หญิงคนนี้เป็นอันตรายต่อระบบประสาทและหัวใจของเขาเกินไปแล้ว...
"คุณนี่มัน..." ธีร์เค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนายื่นออกไปหมายจะจับไหล่บางเพื่อดันเธอให้ออกห่างจากอาณาเขตอันตรายนี้ แต่ทว่าจังหวะนั้นเอง ปลายมือของเขาแตะโดนผิวเนื้อเนียนที่ลาดไหล่พอดี ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าแปลบปลาพุ่งพล่านไปทั่วร่างจนทั้งคู่สะดุ้ง
รินรดาเองก็ชะงัก รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่เจือจางลงเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าบางเบา สายตาของธีร์ที่มองมาในตอนนี้ไม่ได้ดุดันเหมือนเก่า หากแต่มันร้อนแรงและลุ่มลึกเสียจนเธอเผลอกลั้นหายใจ
บรรยากาศในห้องประชุมที่เคยตึงเครียด กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยเคมีอันตรายที่ดึงดูดเข้าหากันราวกับมีแรงโน้มถ่วง
ธีร์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาคมกริบจดจ้องเรียวปากอิ่มที่กำลังเผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างลืมตัว ความยโสและมาดนิ่งทั้งหมดพังทลายลงต่อหน้าผู้หญิงตรงหน้า หัวใจที่เคยปิดตายกำลังกรีดร้องเรียกหาความใกล้ชิดที่มากกว่านี้
"ถ้าผมพูด... แล้วคุณจะรับผิดชอบไหวไหมล่ะ" ธีร์กระซิบแผ่วเบາ ริมฝีปากอยู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น เสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก เธอเม้มปากแน่น สมองประมวลผลคำเตือนมากมายแต่ร่างกายกลับไม่ยอมขยับหนี
ทว่า... ก่อนที่ระยะห่างระหว่างทั้งคู่จะถูกลดทอนลงจนหมดสิ้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างรวดเร็ว ทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนนั้นลงในพริบตา!
"คุณธีร์ครับ! คุณเมฆินทร์จากแกรนด์เวลล์กรุ๊ปมาขอพบครับ บอกว่ามีเรื่องด่วนเกี่ยวกับโปรเจกต์ร่วมทุนที่จะต้องเคลียร์ตอนนี้เลยครับ!"
เสียงของปกรณ์ที่ตะโกนลอดผ่านประตูเข้ามา ทำให้ธีร์และรินรดาผละออกจากกันราวกับโดนไฟลวก ธีร์หน้าตึงขึ้นมาทันทีด้วยความหงุดหงิดสุดขีด มือหนาขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสีย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาอีกรอบ
ส่วนรินรดาก็รีบถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าสวยแดงก่ำลามไปถึงใบหู เธอรีบยกมือขึ้นจัดผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่เพื่อตั้งสติ
ธีร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ค้างเติ่งที่กำลังปะทุ เขาตวัดสายตาดุดันมองไปที่ประตูก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"ให้มันรออยู่ข้างนอก... แล้วบอกว่าผมไม่ว่าง!"
"เอ่อ... แต่คุณเมฆินทร์บอกว่า ถ้าคุณธีร์ไม่ยอมออกไปตอนนี้ เขาจะพาคุณรินรดาเดินไปเซ็นสัญญากับบริษัทเขาแทนครับ!"
สิ้นเสียงรายงานของปกรณ์ ธีร์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองรินรดาทันทีด้วยประกายไฟแห่งความหึงหวงที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" เสมอมานะครับ
แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก•ตอนที่ 18
คำสารภาพแบบอ้อมๆ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!