แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก•ตอนที่ 14

การตัดสินใจของรินรดา

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
“แนะนำตัวหน่อยสิคะธีร์... แม่คนนี้เป็นใครเหรอ? ทำไมถึงยืนหน้าตาตื่นอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของคุณได้?” คำถามของแพรวายังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท บรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางของสถาปนิกหนุ่มตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความตึงเครียดที่เฉียบคมจนแทบจะใช้มือจับต้องได้ รินรดากลืนก้อนสะอึกเหนียวหนืดลงคอ เธอไม่ได้ตื่นตระหนกอย่างที่หญิงสาวผู้มาใหม่พยายามป้ายสี ตรงกันข้าม... ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววเยือกเย็นและท้าทายอย่างชัดเจน ร่างบางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนจะส่งยิ้มมุมปากกลับไปให้คนที่ยืนเกาะแขนเจ้าของห้องอยู่ “ถ้าจะกรุณา ช่วยบอกคุณแพรวาให้ชัดเจนด้วยนะครับ ธราดล” รินรดาจงใจเน้นเสียงเรียกชื่อเต็มของคนตัวโต รอยยิ้มบนเรียวปากบางเคลือบด้วยความประชดประชันอย่างพพอดี “ว่าผม... อ้อ, ดิฉัน ไม่ได้ ‘ยืนหน้าตาตื่น’ แต่กำลังทำหน้าที่เคลียร์แบบแปลนที่ ‘คุณ’ ขอร้องแกมบังคับให้ผมแก้เป็นรอบที่สามต่างหากล่ะครับ” คำว่า ‘คุณ’ ที่ถูกเน้นเสียงพร้อมสรรพนามที่สลับไปมาอย่างจงใจ ทำให้กรามของธีร์ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตา (ที่เขาใส่เวลาทำงาน) หรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจระคนหงุดหงิดที่ถูกต้อนให้จนมุมในเกมที่ตัวเองไม่ได้เริ่ม “ออกไปก่อน, แพรวา” น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้นอย่างไร้เยื่อใย แพรวาชะงัก รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าสวยเฉี่ยวแข็งค้างไปชั่วขณะ เธอหันไปมองหน้าชายหนุ่มผู้เป็นเป้าหมายด้วยความไม่เชื่อสายตา “ธีร์คะ? นี่คุณไล่แพร... เพื่อผู้หญิงคนนี้เนี่ยนะ?” “ผมบอกให้คุณออกไปรอข้างนอก” ธีร์ย้ำคำเดิม น้ำเสียงไม่ได้ดังขึ้นแม้แต่น้อย แต่มันกลับทรงพลังและกดดันเสียจนคนที่ได้ยินต้องยอมถอย เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มไม่สู้ดี และเธอเองก็ไม่อยากตกเป็นตัวตลกในสามเส้าสามเสี้ยวอะไรนี่ รินรดาจึงรีบคว้ากระเป๋าหนังบนโต๊ะทำงานขึ้นมาสะพายไหล่ “ถ้าเคลียร์งานตรงนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว หวังว่าจะไม่มีการแก้รอบที่สี่อีกนะครับท่านสถาปนิก... ส่วนเรื่องเอกสารข้อเสนอของคุณเมฆินทร์ ผมจะติดต่อไปปฏิเสธด้วยตัวเองครับ” สิ้นคำพูดนั้น รินรดาก็ก้าวเดินผ่านร่างของแพรวาไปอย่างไม่แยแส ไหล่บางเฉียดผ่านอีกฝ่ายไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง แต่ทว่า... ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมถึงลูกบิดประตู ข้อมือของเธอก็ถูกกระชากด้วยแรงที่คุ้นเคย “เดี๋ยวก่อน” ธีร์รั้งเธอไว้ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มจัด แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ยังไม่ได้เอ่ย “ปล่อยครับ” รินรดาหันกลับมาสะบัดข้อมือออกทันที ดวงตาคู่สวยรั้นระคนตัดพ้อ “คุณมีแขกคนสำคัญอยู่ตรงนี้ทั้งคน ไม่ควรเสียมารยาทกับผมหรอกนะครับ... เชิญเคลียร์งานกับคุณแพรวาตามสบายเถอะครับ ผมไม่อยากเป็นก้างขวางคอใคร” ความหึงหวงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีประชดประชันนั้น แม้เจ้าตัวจะพยายามกลบเกลื่อนมันแค่ไหน แต่มันก็เล็ดลอดออกมาทางน้ำเสียงและประกายตาจนธีร์จับสังเกตได้ หัวใจที่เคยเยือกเย็นของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบ ความหงุดหงิดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่พยายามจะตะเกียกตะกายขึ้นมาเหนือเหตุผลทั้งหมด แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรแก้ตัว แพรวาก็ส่งเสียงแทรกขึ้นมาด้วยความหมั่นไส้ “อุ๊ย จะรีบไปไหนล่ะคะคุณอินทีเรีย หรือว่ากลัว... กลัวว่าจะสู้ข้อเสนอระดับร้อยล้านของคุณเมฆินทร์ไม่ได้?” แพรวากอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทีเหนือกว่า “ฉันได้ข่าวมาว่า คุณเมฆินทร์ทุ่มทุนสร้างโปรเจกต์ใหม่มหาศาล และพร้อมจะดึงตัวคุณไปร่วมทีมด้วยทุกเมื่อ แถมเงื่อนไขก็น่าสนใจกว่าการมาทนหลังขดหลังแข็งแก้แบบให้สถาปนิกปากจัดคนนี้ตั้งเยอะไม่ใช่เหรอคะ?” รินรดาชะงัก หญิงสาวหันกลับมาสบตาแพรวานิ่ง รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความพ่ายแพ้ “เงินซื้อผมไม่ได้หรอกครับคุณแพรวา...” รินรดาตอบเสียงชัดถ้อยชัดคำ สายตาคมกริบเหลือบไปมองร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะทำงาน “และอุดมการณ์ในการทำงานร่วมกับคนที่ให้เกียรติงาน... มันมีค่ามากกว่าตัวเลขในบัญชีที่ได้มาจากการซื้อความภักดี... ผมขอตัวนะครับ” ประโยคสุดท้ายเธอมองตรงไปยังธีร์ ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งนาน ราวกับมีกระแสไฟอ่อนๆ แล่นแปลบปะทะกันกลางอากาศ เป็นสายตาที่สื่อสารกันโดยไม่ต้องเปล่งเสียง... ความดื้อรั้น ความผูกพัน และความรู้สึกที่ต่างฝ่ายต่างปฏิเสธไม่ได้ รินรดาผลักบานประตูเดินออกไปจากห้องนั้นทันที ทิ้งให้ความเงียบโรยตัวปกคลุมไปทั่วห้องทำงาน ธีร์ยืนนิ่งเป็นหิน ขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ความโกรธระลอกใหม่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะคำพูดเหน็บแนมของแพรวา แต่เป็นเพราะคำว่า ‘ข้อเสนอของคุณเมฆินทร์’ และท่าทีเด็ดเดี่ยวของรินรดาต่างหากที่ทำให้เขาแทบคลั่ง ไอ้บ้าน1นั่น! กล้าดียังไงถึงส่งข้อเสนอมาซื้อตัวคนของเขาถึงที่นี่! “ธีร์คะ... คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?” แพรวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน พร้อมกับเอื้อมมือมาแตะที่ต้นแขนของเขา “แพรวา...” ธีร์หันมามองคู่หมั้นทางธุรกิจด้วยแววตาที่เย็นเยียบจนน่ากลัว น้ำเสียงของเขาต่ำทุ้มแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกน “ผมคิดว่าผมพูดชัดเจนแล้วนะ ว่าในเวลางานผมไม่ต้อนรับใคร... และถ้าคุณยังไม่เลิกทำตัวก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของผม โปรเจกต์ร่วมทุนระหว่างเรา... คงต้องเอามาทบทวนใหม่ทั้งหมด” สีหน้าของแพรวาซีดเผือดลงทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ “ธีร์! นี่คุณไล่ฉัน... เพื่อผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ เหรอ? คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าบริษัทเรา...” “ผมไม่เคยลืมอะไรทั้งนั้น” เขาตัดบทอย่างไม่ใยดี “แต่สิ่งที่ผมเกลียดที่สุด คือการมีคนมาล้ำเส้น... เชิญครับ” แพรวากัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ แต่เมื่อเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวไร้ความปรานีของชายหนุ่ม เธอก็รู้ดีว่าการดื้อดึงต่อไปจะมีแต่พังกับพัง หญิงสาวสะบัดหน้าหนีด้วยความโกรธจัด ก่อนจะกระแทកเท้าเดินออกจากห้องไปอย่างแรง เสียงปิดประตูดังปังสะเทือนไปทั่ว ภายในห้องทำงานกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่หัวใจของธีร์กลับร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุม สถาปนิกหนุ่มถอดแว่นสายตาออกแล้วโยนมันลงบนโต๊ะอย่างไร้ความทะนุถนอม มือหนายกขึ้นเสยผมสีเข้มที่เริ่มยุ่งเหยิงด้วยความหงุดหงิดขีดสุด รินรดาปฏิเสธเมฆินทร์... นั่นหมายความว่าเธอยังเลือกที่จะยืนหยัดอยู่ข้างเขา แม้ว่าเขาจะปากร้ายและใจร้ายใส่เธอมาตลอดก็ตามที ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่ได้ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของคนปากแข็งอย่างไม่รู้ตัว “ยัยตัวแสบเอ๊ย... อวดเก่งนักนะ” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมาด้วยความเร่งรีบ นิ้วเรียวกดเบอร์โทรออกหาเลขาหน้าห้องทันที “ลิลลี่ ยกเลิกตารางงานช่วงบ่ายทั้งหมดให้ผม... แล้วก็ตามสืบให้ที ว่าไอ้คุณเมฆินทร์มันส่งข้อเสนออะไรไปให้คุณรินรดากันแน่!” สั่งการเสร็จ ธีร์ก็ก้าวฉับๆ ไปที่กระจกใสบานใหญ่ มองลงไปยังลานจอดรถด้านล่างตึก เขากวาดสายตามองหาร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีครีมที่คุ้นตา และในที่สุด... เขาก็เห็นเธอกำลังก้าวขึ้นรถแท็กซี่คันหนึ่งที่จอดรออยู่หน้าตึก ทว่า... ก่อนที่รถแท็กซี่คันนั้นจะเคลื่อนตัวออกไป ประตูรถอีกด้านก็ถูกเปิดออกโดยชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทเนี๊ยบที่ก้าวขึ้นไปนั่งเคียงข้างเธออย่างหน้าตาเฉย! ดวงตาคมกริบของธีร์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย กรามขบเข้าหากันจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ไอ้เมฆินทร์! มันตามไปถึงตัวเธอได้เร็วกว่าที่คิด! ร่างสูงหมุนตัวกลับทันทีอย่างไร้ความลังเล ขายาวก้าวออกจากห้องทำงานด้วยความเร็วสูง เป้าหมายเดียวในตอนนี้คือการตามไปกระชากตัวอินทีเรียสาวจอมรั้นกลับมา ก่อนที่ไอมารหัวขนหน้าไหนจะกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายนิ้ว รถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานออกจากลานจอดรถด้วยความเร็วสูง ทิ้งฝุ่นตลบและเสียงเครื่องยนต์คำรามก้องท่ามกลางความมืดมิดของยามเย็นที่กำลังคืบคลานเข้ามา... ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและติดตามความสนุกมาด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%