แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลถูกกระแทกลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้สักทองเสียงดังสนั่น แรงปะทะนั้นมากพอจะทำให้ปากกาหมึกซึมราคาแพงที่วางอยู่ข้างกันกลิ้งตกลงไปนอนแอ้งแม้งบนพรมขนปุย
"คุณรินรดา... อธิบายให้ผมฟังหน่อยซิว่านี่มันหมายความว่ายังไง"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากไรฟันของธีร์ ธราดล เต็มไปด้วยอุณหภูมิที่ติดลบ สถาปนิกหนุ่มมือทองยืนค้ำโต๊ะทำงานของตัวเอง สองมือยันพื้นผิวไม้แน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาโลหะสีดำจ้องมองร่างบางที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่เบื้องหน้าอย่างเอาเรื่อง
รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอยังคงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ปลายคางมนเชิดรั้นสะท้อนความดื้อรั้นที่พร้อมจะชนกับพายุทอร์นาโดตรงหน้าเสมอ ดวงตากลมโตสีนิลคู่นั้นมองตอบกลับนิ่งสนิท ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย แม้ว่าบรรยากาศรอบตัวในห้องทำงานใหญ่จะกดดันเสียจนออกซิเจนแทบหมดไปจากห้อง
"ก็หมายความตามที่แบบแปลนบนโต๊ะคุณฟ้องนั่นแหละค่ะ... เอ่อ หมายถึง นั่นแหละครับ" รินรดาเผลอหลุดคำลงท้ายตามความคุ้นชินเก่าก่อนจะรีบแก้เกี้ยวด้วยการปรับเสียงให้เข้มขึ้น "ฉัน... ผมหมายถึงผมเห็นว่าโครงสร้างส่วนปีกตะวันตกมันมีจุดโหว่เรื่องการหมุนเวียนอากาศ ถ้าปล่อยให้รื้อถอนตามแบบเดิมของคุณ มีหวังโดนเจ้าของเดิมเล่นแง่เรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมแน่"
"แล้วใครสั่งให้คุณแก้?" ธีร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว ขายยาวๆ ของเขาทำให้ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงอย่างรวดเร็วจนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปชนกับชั้นวางหนังสือด้านหลัง "โปรเจกต์นี้ผมเป็นหัวหน้าทีม ผมคือคนรับผิดชอบทั้งหมด และที่สำคัญ... แบบแปลนนั้นผ่านการคำนวณทางวิศวกรรมมาอย่างดีแล้ว คุณมีสิทธิ์อะไรมาพลิกหน้ามือเป็นหลังมือโดยไม่ปรึกษาผมสักคำ!"
"มีสิทธิ์ในฐานะอินทีเรียดีไซเนอร์ที่ต้องรับผิดชอบพื้นที่ใช้สอยภายในยังไงล่ะครับ!" รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง ดวงตาเรียวสวยวาวโรจน์ด้วยความโมโห เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาในระยะประชิด ชนิดที่ว่าปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ "ถ้าคุณมัวแต่ยึดติดกับอีโก้บ้าๆ ของสถาปนิกที่มองแต่ภาพรวมภายนอก จนลืมมองว่าคนที่จะต้องเข้าไปอยู่จริงเขาจะหายใจไม่ออก แบบของคุณมันก็เป็นแค่เศษกระดาษไร้ค่าเท่านั้นแหละ!"
คำว่า 'อีโก้' พุ่งชนเข้ากลางเป้าหมายอย่างจัง ธีร์ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดนูน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นวับวาวด้วยเพลิงโทสะที่ถูกสุมจนลุกโชน กลิ่นอายความเป็นผู้นำที่ทรงอำนาจและเย่อหยิ่งแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศร้อนระอุขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แต่นอกจากความโกรธแล้ว ลึกๆ ในใจของชายหนุ่มกลับมีความรู้สึกปั่นป่วนบางอย่างที่เขาเกลียดแสนเกลียดตีรวนขึ้นมา... กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาจากตัวหญิงสาวตรงหน้า กับความดื้อรั้นที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้น มันทำให้หัวใจที่เคยสงบมาตลอดของเขากระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย
"ปากดี..." ธีร์กระซิบเสียงลอดไรฟัน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนรินรดาต้องกลั้นหายใจ "คุณคิดว่าการที่คุณแอบไปแก้แบบแล้วส่งให้ทางเมฆินทร์เอาไปใช้เป็นข้ออ้างในการยื่นศาลขอคำสั่งระงับการรื้อถอน มันจะทำให้คุณดูฉลาดมากนักใช่ไหมรินรดา?"
"ฉันไม่ได้..." รินรดาชะงัก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนโกรธ "คุณกำลังหาว่าฉันเป็นหนอนบ่อนไส้เหรอคุณธีร์? พูดให้มันดีๆ นะครับ! ผมจะไปร่วมมือกับไอ้คุณเมฆินทร์คู่แข่งตัวฉกาจของคุณเพื่ออะไร ในเมื่อโปรเจกต์นี้พวกเราก็พังกันหมด!"
"แล้วทำไมทางนั้นถึงมีแปลนทางเลือกที่ตรงกับที่คุณแก้พอดีเป๊ะ!" ธีร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวังและระแวงสงสัยที่ปิดไม่มิด "เอกสารชุดนี้มีแค่คุณกับผมที่แตะมันเมื่อคืนนี้... ถ้าไม่ใช่คุณ แล้วจะเป็นผีที่ไหนเอาข้อมูลไปยื่นให้มัน!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ คำกล่าวหาที่รุนแรงราọกับคมมีดกรีดลงกลางใจทำให้รินรดานิ่งงัน มือเรียวที่กำเข้าหากันแน่นสั่นเทาด้วยความโกรธและความน้อยใจที่พุ่งทะลุดัชนี ความไว้เนื้อเชื่อใจที่ควรจะมีให้กันในฐานะเพื่อนร่วมงานพังทลายลงไม่เป็นท่าในพริบตา
"ถ้าคุณคิดว่าผมเป็นคนทรยศโปรเจกต์ตัวเอง... ถ้าคุณมองผมเป็นศัตรูขนาดนั้น..." รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ นัยน์ตาคู่สวยเริ่มรื้นไปด้วยหยาดน้ำใส แต่เธอสะกดมันไว้อย่างเด็ดเดี่ยว "ก็เชิญไล่ผมออก หรือฉีกสัญญานี้ทิ้งไปเลยสครับ! ผมไม่จำเป็นต้องมาทนทำงานกับคนบ้าอำนาจที่เชื่อแต่ความระแวงของตัวเองหรอก!"
พูดจบ รินรดาก็กระชากแฟ้มเอกสารในมือของเขาออกแล้วปาทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี เธอหมุนตัวเตรียมจะสาวเท้าเดินหนีออกจากห้องทำงานนรกนี่ทันที
แต่ทว่า...
*พรึบ!*
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธออย่างรวดเร็วราวกับคีมเหล็ก แรงดึงกระชากเพียงนิดเดียวทำให้ร่างบางเสียหลักถลาลอยกลับเข้ามาปะทะเข้ากับแผงอกกว้างของสถาปนิกหนุ่มอย่างจัง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ ธีร์ใช้แขนอีกข้างโอบกั้นเอวบางของเธอไว้ไม่ให้ขยับหนี ขณะที่ดวงตาคมกิ้าระอุด้วยอารมณ์ซับซ้อนก้มมองลงมาสบตากับเธอในระยะประชิดที่หัวใจเต้นโครมคราม
"ปล่อยนะ!" รินรดาตื่นตระหนก พยายามดิ้นขัดขืนแต่ยิ่งดิ้น อ้อมแขนที่รัดรอบตัวเธอก็ยิ่งกระชับแน่นราวกับพันธนาการเหล็กกล้า "คุณธีร์ คุณบ้าไปแล้วหรือไง!"
"ผมยังพูดไม่จบ..." เสียงของธีร์ทุ้มต่ำและแหบพร่าลงอย่างประหลาด ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยประกายไฟอีกรูปแบบหนึ่งที่ร้อนแรงและอันตรายยิ่งกว่าเดิม "แล้วถ้าผมไม่ได้คิดว่าคุณเป็นหนอน... แต่ผมแค่อิจฉา ที่คุณยอมใช้ความคิดสร้างสรรค์ทั้งหมดไปช่วยไอ้เมฆินทร์มากกว่าจะปรึกษาผมล่ะ..."
รินรดาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความหึงหวงอย่างปิดไม่มิดของคนปากแข็ง
ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากท้วงติบใดๆ ออกมา เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วสามครั้งดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณธีร์ครับ! แย่แล้วครับ..." เสียงผู้ช่วยหนุ่มตะโกนทะลุประตูเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก "คุณเมฆินทร์พาตัวแทนจากศาลและนักข่าวมาถึงล็อบบี้บริษัทแล้วครับ พวกเขาต้องการเข้ามาตรวจสอบแบบแปลนต้นฉบับเดี๋ยวนี้เลยครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครของผมด้วยกันเสมอนะครับ
แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก•ตอนที่ 2
ขอบเขตที่ก้าวผ่าน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!