เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักทองดังสนั่นจนกาแฟดำในแก้วเซรามิกกระฉलक ธีร์ ธราดล ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่ด้วยซ้ำ ดวงตาคมก్రిบภายใต้กรอบแว่นสายตาสายตาจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่แสดงแบบแปลนสามมิติของอาคารเก่าแก่สไตล์โคโลเนียลอายุกว่าแปดสิบปี เขากำลังคำนวณโครงสร้างคานรับน้ำหนักด้วยสมาธิขั้นสุดยอด จนกระทั่งเสียงส้นสูงกระทบพื้นห้องทำงานส่วนตัวดังเข้ามาใกล้เกินระยะปลอดภัย
"คุณจะรื้อแนวผนังฝั่งตะวันออกทิ้งไม่ได้ค่ะ นั่นมันโครงสร้างรับแรงหลัก"
น้ำเสียงหวานใสแต่เต็มไปด้วยความเฉียบคมดังขึ้น พร้อมกับนิ้วเรียวที่จิ้มลงไปบนหน้าจอแท็บเล็ตซึ่งวางทับกระดาษแปลนของเขาอีกที
ธีร์ถอนหายใจยาวเหยียด ถอดแว่นสายตาวางลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาวเจ้าของเสียง รินรดา พัชรพงศ์ ยืนกอดอกมองเขาด้วยแววตาที่ไม่ยอมแพ้ เส้นผมสีน้ำตาลเข้มรวบตึงเป็นหางม้าทำให้ใบหน้ารูปไข่นั้นดูโฉบเฉี่ยวและดื้อรั้นในเวลาเดียวกัน เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกับกางเกงสแลคเข้ารูปบ่งบอกชัดเจนว่าเธอพร้อมมีเรื่องกับสถาปนิกเจ้าของโปรเจกต์นี้มาตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าตึก
"คุณรินรดา..." ธีร์เอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา และจงใจลากเสียงยาวเพื่อกดดัน "นี่คือตึกเก่า ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาใช้อารมณ์ตัดสินว่าตรงไหนควรทุบหรือตรงไหนควรเก็บ การรื้อผนังฝั่งนั้นออกแล้วเปลี่ยนเป็นกระจกใสตามที่คุณเสนอมาใน 'เรนเดอร์สวยๆ' ของคุณ จะทำให้คานหลักรับน้ำหนักไม่ไหว และถ้าตึกถล่มลงมาเพราะความอยากโชว์ผลงานอินทีเรียล้ำยุคของคุณ ใครจะเป็นคนติดคุกครับ ระหว่างคุณกับผม"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนแทบจะชิดขอบ "อย่ามาดูถูกวิชาชีพฉันนะ ธีร์! ฉันคำนวณเรื่องน้ำหนักและโครงสร้างคร่าวๆ มาแล้ว เราสามารถใส่คานเหล็ก H-Beam ซ่อนรูปเข้าไปเสริมความแข็งแรงได้โดยไม่ต้องเสียความงามของสเปซฝั่งนั้นไปเลย แต่คุณต่างหากที่หัวโบราณ ยึดติดกับแปลนเก่าคร่ำครึจนไม่ยอมมองหาความเป็นไปได้ใหม่ๆ"
"หัวโบราณ?" ธีร์แค่นหัวเราะในลำคอ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปทำให้เขาดูคุกคามเธอโดยอัตโนมัติ รินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย แต่เธอกลับเชิดคางขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว "ในฐานะหัวหน้าสถาปนิกโปรเจกต์ฟื้นฟูมรดกทางสถาปัตยกรรมชิ้นนี้ หน้าที่ของผมคือรักษาจิตวิญญาณของตึก ไม่ใช่เอาใจอินทีเรียหน้าใหม่ที่อยากสร้างแลนด์มาร์กอินสตาแกรมจนตัวสั่น"
"ปากจัดเป็นบ้า..." รินรดาพึมพำเบาๆ แต่ดังพอให้เขาได้ยิน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ "ฟังสนะคะคุณธราดล ลูกค้าต้องการพื้นที่นี้เป็นคอมมูนิตี้สเปซสำหรับคนรุ่นใหม่ ถ้าคุณยังดื้อดึงจะรักษาทุกซอกทุกมุมให้มันทึบตันเหมือนพิพิธภัณฑ์ร้าง รับรองได้เลยว่าโปรเจกต์นี้เจ๊งตั้งแต่ยังไม่เริ่มเปิดประมูลแน่ๆ และคนที่ต้องรับผิดชอบก็คือคุณ ที่เอาแต่อีโก้สูงค้ำคอ!"
ธีร์หรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้า หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร็วกبความหงุดหงิดปนความทึ่ง ผู้หญิงคนนี้เถียงฉอดๆ ไม่หยุดแถมยังกล้าจี้จุดตายเรื่องความกดดันจากผู้ถือหุ้นใหญ่ เมฆินทร์ คู่แข่งตัวฉกาจของเขาในวงการพัฒนาอสังหาฯ กำลังจ้องจะฮุบที่ดินแปลงนี้อยู่ หากโปรเจกต์นี้พลาดแม้แต่นิดเดียว เมฆินทร์จะใช้เป็นข้ออ้างในการควบรวมกิจการทันที
แต่แทนที่จะโต้เถียงด้วยเหตุผลทางวิศวกรรมเหมือนทุกที ธีร์กลับเลือกที่จะก้าวเข้าไปใกล้เธออีกนิด ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กลิ่นดอกไม้จางๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วเข้มจากตัวเขาทำเอาสติของเธอกระเจิงไปชั่วขณะ
"ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งนัก..." ธีร์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและเจือความเย้าหยวน "พรุ่งนี้เช้าแปดโมงตรง เราไปหน้างานจริง ไปยืนดูโครงสร้างคานตัวนั้นด้วยกัน ถ้าคุณพิสูจน์ให้ผมเห็นได้ว่าเหล็ก H-Beam ของคุณจะรับน้ำหนักไหวโดยตึกไม่ร้าว... ผมจะยอมให้คุณรื้อตามใจชอบ"
รินรดากะพริบตาปริบๆ หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความตื่นตระหนก ไม่ใช่เพราะข้อเสนอ แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนริมฝีปากของเขาเกือบจะเฉียดผ่านเส้นผมของเธออยู่แล้ว เธอรีบถอยหลัง1ก้าว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วเชิดหน้าตอบกลับทันที "รับคำท้าค่ะ! แล้วเตรียมตัวเซ็นเอกสารอนุมัติแปลนให้ฉันได้เลย"
"อย่ามั่นใจเกินไปนักเลยครับ คุณรินรดา" ธีร์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ร้ายกาจแต่กลับมีเสน่ห์เหลือร้ายจนคนมองใจกระตุก "เพราะถ้าคุณทำไม่ได้อย่างที่ปากพูด คุณจะต้องเลี้ยงกาแฟผมตลอดโปรเจกต์นี้... ทุกวัน"
รินรดากำหมัดแน่นด้วยความหมั่นไส้ "ได้! ถ้าฉันชนะ คุณต้องเลิกทำหน้ายักษ์ใส่ฉันและเรียกชื่อฉันดีๆ เสียที!"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบลงชั่วขณะ ความตึงเครียดจากเรื่องงานถูกแทนที่ด้วยกระแสความรู้สึกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ธีร์จ้องมองดวงตากลมโตที่ฉายแววท้าทายนั้นด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่าเดิมอย่างไม่น่าเชื่อ เขาเกือบจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างออกมาเพื่อรั้งเธอให้อยู่ต่ออีกสักนิด แต่เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งก็ขัดจังหวะเสียก่อน
ประโยคคำสั่งของผู้ช่วยหนุ่มที่ผลักประตูเข้ามาทำให้ทั้งคู่ต้องผละออกจากกันทันที
"คุณธีร์ครับ... คุณเมฆินทร์ส่งคนมาแจ้งว่า พวกเขายื่นแบบแปลนทางเลือกประกบกับโปรเจกต์ของเราเรียบร้อยแล้วครับ และที่สำคัญ..." ผู้ช่วยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "พวกเขาร่วมมือกับเจ้าของเดิมของอาคาร เพื่อขอคำสั่งศาลระงับการรื้อถอนชั่วคราวครับ!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก•ตอนที่ 1
โจทย์ที่ไม่อยากรับ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แปลนรักฉบับร้ายของนายสถาปนิก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!