"คุณคิดจะทำอะไรของคุณ คินน์"
น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่าเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นจากพายุฝนด้านนอกที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดหน้าต่างกระจกของไซต์งาน แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับผู้ชายตรงหน้าที่มัน... ใกล้จนเกินไป ใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ ของเขากลิ่นเมนทอลเจือจางลอยปะทะเข้ากับปลายจมูกของเธออย่างชัดเจน
คินน์ไม่ได้ถอยหลัง เขายังคงยืนค้ำร่างสูงใหญ่ของเขาอยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงานตัวเก่า ประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังของรินรดาแทบจะแนบติดกับชั้นวางแปลนพิมพ์เขียว ดวงตาคมก్రిบของสถาปนิกหนุ่มอาร์ตตัวพ่อหรี่ลงเล็กน้อย มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังไหวระริกอย่างปิดไม่มิด
รังสีความเย็นชาและไม่สบอารมณ์จากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ยังคงค้างคาอยู่ในบรรยากาศ แต่ทว่า... มันกลับถูกแทนที่ด้วยบางสิ่งที่ร้อนรุ่มและอันตรายยิ่งกว่า
แขกยามวิกาลท่ามกลางพายุฝนเมื่อครู่สร้างความตกใจให้ทั้งคู่ก็จริง แต่สิ่งที่ทำให้รินรดาสติหลุดไปชั่วขณะ ไม่ใช่เสียงเคาะประตูด้านนอก หากแต่เป็นสัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือหนาที่เอื้อมมาปัดปอยผมเปียกชื้นออกจากกรอบหน้าให้เธอเมื่อเสี้ยววินาทีก่อนต่างหาก
สถาปนิกสาวผู้เคร่งครัดในระเบียบและหลักวิศวกรรมอย่างเธอ กำลังรู้สึกว่า ‘โครงสร้าง’ ทางอารมณ์ที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองกำลังจะพังทลายลงในไม่กี่วินาทีนี้
"ผมไม่ได้จะทำอะไร..." คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มด้วยความหงุดหงิดระคนขบขัน "แต่ถ้าคุณยังยืนมองผมด้วยสายตาตื่นตระหนกแบบนี้... ผมก็ไม่รับประกันว่าตัวเองจะอดใจไหวเหมือนกันนะ คุณรินรดา"
"คุณคินน์!" รินรดาเสหน้าหลบสายตาคมกริบนั้นทันที หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับตีกลองเพล เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แต่ทว่าคนตัวโตกลับนิ่งสนิท ราวกับแผงอกนั้นทำมาจากเหล็กกล้าชั้นดี "ถอยไปนะ คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจา... มาทำรุ่มร่ามแบบนี้กับฉัน เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกัน"
"เพื่อนร่วมงาน?" คินน์ทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบาๆ เป็นเชิงเย้ยหยันแต่แฝงความน้อยใจไว้อย่างแนบเนียน "มีเพื่อนร่วมงานที่ไหนเขายอมติดอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมท่ามกลางพายุฝนด้วยกันสองต่อสอง...แถมยังปล่อยให้ผมมองหน้าคุณใกล้ๆ แบบนี้บ้างล่ะ"
"ก็เพราะคุณมันเจ้าเล่ห์..." เธอกัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ พยายามดึงมาดเจัาระเบียบและสถาปนิกสาวผู้ทรงภูมิกลับคืนมา แต่ความร้อนผ่าวที่ลามเลียพวงแก้มในตอนนี้มันทรยศคำพูดของเธอเสียเหลือเกิน "ถ้าไม่ใช่เพราะถนนหน้าไซต์งานมันน้ำท่วมสูงจนออกไปไหนไม่ได้ ฉันไม่มีทางมาติดแหง็กอยู่กับคนปากเสียอย่างคุณหรอก"
"ปากเสียเหรอ..." คินน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ "แต่ปากที่ว่าเสียเนี่ย... เมื่อกี้เพิ่งช่วยชีวิตแปลนงานของคุณไว้ไม่ให้โดนน้ำรั่วจากหลังคาพัดเปียกนะ คุณน่าจะขอบคุณผมมากกว่าจะมาต่อว่าผมนะ...คุณสถาปนิกคนเก่ง"
รินรดาชะงัก เธอกวาดสายตาไปมองมุมห้องที่คินน์เพิ่งจัดการขยับย้ายกองกระดาษและใช้ผ้าใบกันน้ำคลุมทับไว้อย่างเรียบร้อยก่อนที่ฝนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วง จริงอย่างที่เขาว่า... หากไม่มีสายตาที่เฉียบคมและการกระทำที่รวดเร็วดั่งใจคิดของคินน์ในนาทีวิกฤต แปลนงานโครงสร้างเฟสใหม่ที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจมาเป็นสัปดาห์คงพังไม่เป็นท่าไปแล้ว
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายฝนด้านนอกที่ยังคงสาดซัดกระแทกกระจกดังระงม รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอมองสำรวจใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า คินน์ในยามนี้ไม่มีมาดกวนประสาทที่ชอบขัดคอเธอทุกเรื่องในที่ประชุม แต่มันกลับเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เปียกปอน เสื้อเชิ้ตสีเข้มแนบไปกับลำตัวเผยให้เห็นสัดส่วนสมส่วน และดวงตาคู่คมที่กำลังจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอ... ไม่กล้าแม้แต่จะแปลความหมายมัน
คำถามมากมายเริ่มผุดขึ้นในหัวสมองอันยุ่งเหยิงของรินรดา
*ทำไมเธอถึงใจเต้นแรงทุกครั้งที่ผู้ชายคนนี้เข้ามาอยู่ใกล้ในระยะประชิด?*
*ทำไมคำพูดกวนประสาทของเขาถึงไม่ทำให้เธอนึกรำคาญเหมือนแต่ก่อน... แต่กลับกลายเป็นความเคยชินที่ถ้าขาดไปแล้วมันรู้สึกโหวงเหวง?*
*และที่สำคัญที่สุด... ความรู้สึกหวั่นไหวที่กำลังประเดประดอนเข้ามาในอกตอนนี้ มันคืออะไรกันแน่?*
รินรดายกมือขึ้นกอดอก พยายามสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาป้องกันตัวเองอีกครั้ง แม้เธอจะรู้ดีว่ามันเริ่มบางลงจนแทบมองไม่เห็นแล้วก็ตาม "ถึงคุณจะช่วยเรื่องแปลนงาน... แต่มันก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะมีสิทธิ์มาล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของฉันนะ คินน์"
"เส้นเหรอ..." คินน์ทวนคำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่ทำเอารินรดาถึงกับหายใจสะดุด "คุณริน... คุณคิดว่าไอ้เส้นที่คุณขีดไว้ระหว่างเราเนี่ย มันกั้นเราไว้จริงๆ หรือคุณแค่เอาไว้หลอกตัวเองกันแน่?"
คำพูดนั้นทรงพลังราวกับค้อนที่ทุบลงกลางความรู้สึกของเธอ รินรดานิ่งงิ่ง หน้าชาวาบราวกับถูกตบเบาๆ ความจริงที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอดถูกคนตรงหน้าขุดคุ้ยขึ้นมาวางไว้กลางโต๊ะอย่างไม่ทันตั้งตัว
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เอ่ยปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกที่กำลังพรั่งพรู เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะบรรยากาศอันตึงเครียดและชวนใจเต้นนั้นเสียก่อน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณคินน์ครับ! คุณรินรดา! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ พอดีผมเอาเอกสารด่วนจากสำนักงานใหญ่มาส่งครับ!"
เสียงตะโกนฝ่าสายฝนเข้ามาของ ‘กรณ์’ ผู้ช่วยหนุ่มหน้าตาดีที่มักจะวนเวียนอยู่ใกล้ชิดรินรดาเสมอ ทำให้ทั้งคินน์และรินรดาสะดุ้งออกจากภวังค์
คินน์ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง นัยน์ตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดชัดเจนที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันไปมองประตูห้องทำงานด้วยสายตาที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อใครก็ตามที่กล้ามาเคาะประตูรบกวนในเวลานี้
ส่วนรินรดา... แม้จะรู้สึกโล่งอกที่เสียงเคาะประตูนั้นช่วยดึงเธอออกจากสถานการณ์อันตรายต่อหัวใจ แต่ในขณะเดียวกัน ลึกๆ แล้วเธอกลับมีความรู้สึกเสียดายอย่างประหลาดที่บทสนทนานั้นต้องหยุดลงเพียงแค่นั้น
คินน์หันกลับมามองสถาปนิกสาวที่กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าชั้นวางแปลน เข้มข้น นัยน์ตาคู่นั้นลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของเธอจนกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"เรายังคุยกันไม่จบนะ... คุณรินรดา"
พูดจบ คินน์ก็ผละตัวออกไปอย่างอ้อยอิ่ง ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยราดด้วยความเย็นชาดังเดิม ก่อนจะก้าวเดินไปปลดล็อกและกระชากประตูห้องทำงานให้เปิดกว้างขึ้น ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของกรณ์ที่ยืนถือซองเอกสารเปียกฝนอยู่ด้านนอก
แต่ทว่า... สิ่งที่กรณ์เอ่ยออกมาในวินาทีถัดมา กลับทำให้รอยยิ้มและสีหน้าของคินน์แข็งค้างทันที และทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา
"คุณคินน์ครับ... โชคดีจังที่คุณยังอยู่ คือว่า... **'เธอคนนั้น'** มาถึงที่ล็อบบี้ด้านล่างแล้วครับ และเธอบอกว่า... ต้องพบคุณตอนนี้ให้ได้ครับ"
________________________________________
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มเดาทางยากคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ)*
เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท•ตอนที่ 11
เส้นกั้นที่เริ่มจาง
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!