เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท•ตอนที่ 12

ศัตรูร่วมสายงาน

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
"ถ้าคุณยังเดินวนเป็นหนูติดจั่นอยู่ตรงนั้นอีกสามรอบ ผมเกรงว่าพื้นห้องประชุมของผมคงสึกเป็นร่องลึกก่อนที่โปรเจกต์นี้จะได้เริ่มประมูลเสียอีกครับ คุณรินรดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้นตัดผ่านความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว คินน์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างสบายอารมณ์ ดวงตาคมกราบมองร่างเพรียวบางของหญิงสาวที่กำลังเดินกลับไปกลับมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เอกสารในมือของเธอสั่นน้อยๆ ด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกอัดแน่นจนใกล้ระเบิด รินรดาหยุดชะงัก เธอกลืนก้อนความหงุดหงิดลงคออย่างยากลำบากก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับหัวหน้าทีมจอมกวนประสาทที่ทำตัวทองไม่รู้ร้อนได้แม้ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ "ฉันไม่ได้เดินเล่นแก้เครียดนะคะ... เอ๊ย, ครับ!" รินรดาเผลอหลุดสรรพนามเดิมออกมาด้วยความคุ้นชินก่อนจะรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นมุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มพราย "ฉันกำลังคิดหาทางแก้เกมต่างหากล่ะคะ—เอ๊ย! ครับ!" "ฮ่าๆ คุณนี่นะ เวลาลนลานแล้วน่ารักเป็นบ้าเลยครับ" คินน์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวที่ยืนขวางโต๊ะทำงานอยู่โดยไม่ให้ตั้งตัว รินรดาผถอยหลังโดยสัญชาตญาณจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางเอกสารกระจกใส คินน์จึงใช้มือข้างหนึ่งท้าวขอบชั้นวางไว้ กักตัวเธอให้อยู่ในอาณาเขตของเขาอย่างแนบเนียน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นกาแฟคั่วบดลอยเข้าแตะจมูก ทำให้หัวใจของสถาปนิกสาวผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบเต้นผิดจังหวะ เธอยกมือขึ้นดันแผงอกอีกฝ่ายไว้เบาๆ แต่สัมผัสได้ถึงมัดกล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าที่แน่นตึงจนเธอต้องรีบชักมือกลับราวกับโดนของร้อน "ถอยไปเลยนะคินน์ สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาญแบบนี้ คุณยังมีอารมณ์มาเล่นเป็นเด็กๆ อีกเหรอคะ... อ๊าก! ครับ!" รินรดาขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสียที่เผลอหลุดปากผิดพลาดซ้ำสอง "ให้ตายเถอะ! ฉันเกลียดไอ้สรรพนาม 'ครับ' นี่ชะมัด ทำไมฉันต้องมานั่งระวังคำพูดกับคนกวนประสาทอย่างคุณด้วยเนี่ย" "ก็เพราะผมเป็นสุภาพบุรุษไงครับ และที่สำคัญ..." คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ดวงตาคู่คมพินิจพิจารณาใบหน้าเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหมั่นเขี้ยว "ผมชอบเวลาที่คุณพยายามจะเถียงผมด้วยท่าทางดุๆ แบบนี้ที่สุด" รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะเปิดฉากต่อปากต่อคำชุดใหญ่ใส่คนตรงหน้าเพื่อดึงสปีดความสัมพันธ์ให้ถอยห่างออกไปจากรัศมีอันตรายนี้ แต่ทว่า— *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูไม้สักทองจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาต ร่างสูงโปรดของ 'ภาคิน' สถาปนิกมือหนึ่งจากบริษัทคู่แข่งอย่าง 'Aethel Design' ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเยعหยันที่เคลือบยาพิษ รินรดาเบิกตากว้าง รีบผลักอกคินน์ให้ออกห่างแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ทันที ส่วนคินน์นั้นถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างขัดใจ ดวงตาคมเปลี่ยนเป็นคมกริบราวกับใบมีดเมื่อมองผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ "โอ๊ะ... ผมคงไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานอะไรของคุณสองคนหรอกนะครับ?" ภาคินกวาดสายตามองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเยาะ มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงสแลคสั่งตัดพิเศษ ท่าทางอวดดีและมั่นอกมั่นใจฉายชัดเจนในทุกย่างก้าว "พอดีผมได้ข่าววงในมาว่า ทีมของพวกคุณกำลังหัวหมุนกับเรื่องงบประมาณที่ถูกตัดทอนลงไปครึ่งต่อครึ่ง... เลยแวะเอา 'ทางออก' มาเสนอ" รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ความเป็นมืออาชีพกลับเข้าสู่โหมดทำงานทันที "ทางออกอะไรของคุณภาคิน บริษัทของคุณเป็นคู่แข่งโดยตรงในโปรเจกต์คอมเพล็กซ์ใจกลางเมืองเจ้านี้ ไม่มีทางที่คุณจะมาหวังดีกับเราฟรีๆ แน่นอน" "คุณรินรดานี่ฉลาดเป็นกรดสมคำร่ำลือจริงๆ ครับ" ภาคินยิ้มรับคำชมเชิงเสียดสี เขาเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานแล้วโยนซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะเสียงดังปึก "ทางบริษัทแม่ของเราได้รับมอบอำนาจเด็ดขาดให้เข้าซื้อกิจการหรือควบรวมโปรเจกต์นี้ถ้างบของพวกคุณไม่ผ่านการอนุมัติในสัปดาห์หน้า... พูดง่ายๆ คือ พวกคุณกำลังจะ 'เจ๊ง' และโปรเจกต์ในฝันนี้ก็จะตกเป็นของ Aethel Design โดยสมบูรณ์" บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบทันที ความกดดันแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนซีดขาว ข้อมูลนี้หมายความว่าความเหนื่อยยากตลอดสามเดือนที่ผ่านมาของทีมเธออาจจะสลายกลายเป็นอากาศธาตุในพริบตาเดียว ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะเอաբปากโต้กลับเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของทีม คินน์ที่ยืนเงียบมานานก็ก้าวเท้าออกไปข้างหน้า ยืนบังร่างของหญิงสาวไว้ครึ่งหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากที่เคยขี้เล่นหายวับไป เหลือเพียงรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทรงพลังและน่าเกรงขามจนภาคินต้องชะงักฝีเท้า "ซื้อกิจการเหรอครับ?" คินน์ทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ เขายื่นมือหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ ก่อนจะโยนมันลงถังขยะใต้โต๊ะอย่างไร้เยื่อใย "น่าเสียดายจังนะครับที่คุณอุตส่าห์เดินมาถึงนี่เพื่อส่งขยะชิ้นนี้... เพราะคนอย่างผม ต่อให้เหลือเงินติดบัญชีแค่บาทเดียว ก็ไม่มีวันขายความภาคภูมิใจให้บริษัทไร้รสนิยมแบบพวกคุณหรอกครับ" "คุณคินน์!" ภาคินหน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "อย่าปากดีให้มากนักเลย อีกเจ็ดวันข้างหน้า ถ้าแบบร่างโครงสร้างตึกระฟ้าของคุณไม่ผ่านการประเมินความปลอดภัยจากวิศวกรกลาง... ถึงตอนนั้นต่อให้คุณกราบผม ผมก็ไม่ซื้อต่อหรอกนะ!" คินน์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคู่แข่งตัวฉกาจ "งั้นเรามาคอยดูกันครับ ว่าระหว่าง 'ความปลอดภัย' ตามตำราของคุณ กับ 'นวัตกรรม' ที่ฉีกทุกกฎเกณฑ์ของผม... ใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายกราบ" ภาคินส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความแค้นเคือง เขากวาดสายตามองคินน์และรินรดาด้วยความอาฆาตก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไป เสียงปิดประตูดังปังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วห้อง ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง รินรดายืนนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นรัวด้วยความกังวลระคนทึ่งกับท่าทีเด็ดขาดของชายหนุ่ม เธอหันไปมองหน้าเขา เตรียมจะเอ่ยปากถามเรื่อง 'วิศวกรกลาง' และแบบร่างที่ยังไม่สมบูรณ์ดี แต่คินน์กลับหันขวับมาหาเธอ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้งอย่างรวดเร็วด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ—แววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดัน มือหนาเอื้อมมาจับไหล่ทั้งสองข้างของเธอไว้เบาๆ "คุณไหวไหมรินรดา..." น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด ไร้ซึ่งความกวนประสาทเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง "ไอ้หมอนั่นมันจงใจมากดดันคุณเพื่อทำลายสติ... อย่าไปเก็บมาใส่ใจเด็ดขาด" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้เธอเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคู่นั้น หัวใจที่เคยเต้นระรัวด้วยความโกรธเปลี่ยนเป็นเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอไม่อาจนิยาม "ฉัน... ฉันไม่ได้กลัวไอ้บ้านั่นหรอกค่ะ..." เธอพยายามทำเสียงแข็ง แต่เสียงสั่นๆ ของเธอกลับทรยศคำพูดทั้งหมด "แต่เรื่องแบบร่างโครงสร้างคอมเพล็กซ์ที่เรายังแก้ไม่จบต่างหาก... ถ้ามันไม่ผ่านจริงๆ ทีมเรา..." "ชูว์..." คินน์ยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากอิ่มของเธอเบาๆ เพื่อหยุดคำพูดกังวลเหล่านั้น สัมผัสอุ่นๆ จากปลายนิ้วทำให้รินรดาชะงักค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ "เชื่อใจผมสิครับ..." คินน์โน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนสถาปนิกสาวขนลุกซู่ "ผมไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งโปรเจกต์นี้ไปจากเราได้หรอก... โดยเฉพาะอย่างยิ่ง" เขาเว้นจังหวะ เลื่อนใบหน้ากลับมาสบตาในระยะประชิดที่หัวใจแทบหยุดเต้น "โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... เมื่อโปรเจกต์นี้มันมี 'คุณ' อยู่ในนั้นด้วย" รินรดาลืมหายใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งคู่พุ่งทะยานสู่จุดเดือดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ ในพื้นที่จำกัดนี้ ทว่า ในวินาทีที่ใบหน้าของคินน์เคลื่อนเข้าไปใกล้เรียวปากของเธอทีละนิดจนแทบไม่มีช่องว่าง... *กริ๊งงงงงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาดังแผดเสียงแหวกอากาศขึ้นมาอย่างทำลายบรรยากาศ คินน์ชะงักเล็กน้อย สบถเบาๆ ในลำคออย่างขัดใจ ขณะที่รินรดาสดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากอ้อมแขนของเขาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปถึงใบหู เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง รีบพุ่งตัวไปคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูหน้าจอด้วยมือที่สั่นเทาหวังจะกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ทว่า... ทันทีที่เธอกวาดสายตาอ่านข้อความแจ้งเตือนอีเมลล่าสุดจากสำนักงานใหญ่ที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ สีหน้าที่เคยแดงระเรื่อก็ถอดสีซีดเผือดลงจนแทบไร้เลือดฝาด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน คินน์ที่ยืนมองอยู่สังเกตเห็นความผิดปกติ เขารemoveความหงุดหงิดเมื่อครู่ออกไปทันทีแล้วก้าวเข้าไปหาเธอด้วยความสังหรณ์ใจ "เกิดอะไรขึ้นรินรดา?" รินรดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น เธอยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือให้เขาดูข้อความนั้นด้วยมือที่สั่นเทารุนแรง **"ประกาศด่วนที่สุดจากคณะกรรมการบริหาร: โปรเจกต์คอมเพล็กซ์ถูกสั่ง 'ระงับการดำเนินงานชั่วคราว' เริ่มมีผลบังคับใช้ในอีก 1 ชั่วโมงข้างหน้า เนื่องจากมีบุคคลปริศนายื่นฟ้องร้องเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์แบบแปลนโครงสร้าง"** คินน์กวาดสายตาอ่านข้อความนั้น ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาถึงสันหลังเมื่อเขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่เกมธุรกิจธรรมดา แต่มันคือ... การหักหลังครั้งใหญ่จากคนใน *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้คู่กัดคู่นี้ร้อนแรงไปด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%