เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท•ตอนที่ 18

งานเลี้ยงฉลองที่ไม่ได้ตั้งใจ

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เศษปูนชิ้นเล็กขนาดเท่ากำปั้นร่วงกราวลงมากระทบพื้นคอนกรีตเสียงดังสนั่น ฝุ่นผงสีเทาคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนแสบจมูก ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ไม่มีเวลาให้คิดหาเหตุผล ไม่มีพื้นที่สำหรับความถือดี ร่างบางของรินรดาถูกแรงกระชากอันเด็ดขาดดึงเข้าไปแนบชิดแผ่นอกกว้างอย่างแรง จนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวกระหน่ำแข่งกับเสียงโครงสร้างอาคารที่ลั่นเปรี๊ยะ "คุณคินน์!" รินรดาอุทานชื่อเขาได้เพียงครึ่งคำ มือเรียวรีบคว้าต้นแขนแกร่งไว้แน่นตามสัญชาตญาณ แผ่นหลังของเธอแนบติดกับเสาคอนกรีตหนา ขณะที่คินน์ใช้ร่างสูงใหญ่ของเขาเป็นโล่กำบัง คล่อมทับและใช้มือหนากดศีรษะเธอให้ซบลงกับอกของเขาเพื่อปกป้องเศษซากปูนที่อาจร่วงหล่นลงมาซ้ำ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นควันและหยดเหงื่อจางๆ ลอยเข้าจมูก ท่ามกลางความมืดสลัวจากแสงไฟฉุกเฉินสีส้มที่กะพริบไหว ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่เหนือกลุ่มผม "ไม่เป็นไรนะ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหูกvของเธอ น้ำเสียงที่มักจะกวนประสาทและยียวนเสมอกลับเจือความสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด "ปลอดภัยแล้ว... ผมอยู่ตรงนี้" ประโยคสั้นๆ ที่ไร้ซึ่งคำคมคาย แต่มันกลับทรงพลังจนทำให้หัวใจที่เต้นระรัวด้วยความตื่นตระหนกค่อยๆ สงบลง รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากฝ่ามือใหญ่ที่ยังคงโอบประคองแผ่นหลังเธอไว้ด้วยความทะนุถนอม ผิดวิสัยสถาปนิกมา1ดอาร์ตตัวพ่อคนเดิมอย่างสิ้นเชิง เมื่อเสียงโครมครามสงบลง เหลือเพียงเสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยที่ดังระรัว ทีมเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินและเพื่อนร่วมงานหลายคนก็วิ่งกรูเข้ามาพร้อมไฟฉาย "คุณริน! คุณคินน์! อยู่ไหนครับ!" เสียงตะโกนเรียกอย่างร้อนรนของหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมดังขึ้น รินรดาสดุ้งตื่นจากภวังค์ รีบดันอกแกร่งออกเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ แม้ในยามวิกฤตแบบนี้ เธอก็ยังไม่วายรู้สึกกระดากอายที่ต้องมาอยู่ในสภาพแนบชิดกับคู่ปรับตัวฉกาจ คินน์ยอมผละถอยออกอย่างนึกเสียดาย ดวงตาคมกราบมองสำรวจใบพักตร์เนียนที่เปื้อนฝุ่นเล็กน้อยด้วยแววตาเป็นห่วงเป็นใยที่ซ่อนไม่มิด ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดกวนตามเดิม "เกือบไปแล้วไหมล่ะครับคุณสถาปนิกเจ้าระเบียบ ถ้าไม่มีผมคอยปกป้อง ป่านนี้คุณคงกลายเป็นรูปปั้นหน้าตึกไปแล้ว" รินรดาค้อนขวับทันที ความซาบซึ้งเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศ "ฉันระวังตัวอยู่แล้วค่ะ... เอ๊ย... อยู่แล้วน่า! แล้วนี่คุณต้องมาดึงฉันแรงขนาดนี้ไหม แขนเสื้อฉันยับหมดแล้วเห็นไหมเนี่ย" เธอกลบเกลื่อนความเขินด้วยการต่อว่าเรื่องไม่เป็นเรื่อง "ยับกายดีกว่าดับสูญนะครับคุณริน" คินน์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับ "ไปเถอะครับ เจ้าหน้าที่เคลียร์พื้นที่ปลอดภัยแล้ว งานเลี้ยงฉลองโปรเจกต์นี้ของเรา... คงต้องเปลี่ยนบรรยากาศไปจัดข้างล่างแทนแล้วล่ะ" *** ร้านอาหารกึ่งผับสไตล์ลอฟท์ย่านอารีย์ถูกเหมาจัดเป็นสถานที่ฉลองความสำเร็จของโปรเจกต์ใหญ่ บรรยากาศภายในร้านครึกครื้นด้วยเสียงเพลงคลอเบาๆ และเสียงหัวเราะของทีมงานที่ต่างปลดปล่อยความเครียดหลังจากต้องเผชิญกับอุปสรรคหน้างานเมื่อช่วงเย็น รินรดานั่งอยู่ที่มุมโต๊ะยาว ชุดเดรสสั้นสีดำเรียบหรูที่เธอเลือกสวมในคืนนี้ขับให้ผิวเนียนผ่องดูโดดเด่น แม้เธอจะพยายามทำตัวให้กลมกลืน แต่สายตาของใครหลายคนก็ยังแอบชำเลืองมองด้วยความชื่นชม แก้วทรงสูงบรรจุไวน์สีแดงเข้มถูกวางลงตรงหน้า พร้อมกับร่างสูงในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ อย่างถือวิสาสะ "นั่งด้วยคนนะครับ... หรือว่าที่ตรงนี้สงวนไว้ให้เฉพาะวิศวกรผู้เคร่งครัดเรื่องกฎระเบียบเท่านั้น" คินน์เอ่ยเย้า พลางยกแก้วของตนขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมกริบมองสบตาเธอ "เชิญตามสบายค่ะ เก้าอี้ไม่ได้ติดป้ายห้ามเข้าสักหน่อย" รินรดาตอบเสียงเรียบ พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้นที่ทรงพลังเกินกว่าจะจ้องนานๆ "ผมสังเกตมาสักพักแล้วนะคุณริน ตั้งแต่เกิดเรื่องที่ไซต์งานเมื่อเย็น คุณยังไม่ได้แตะแอลกอฮอล์เลยสักหยด กลัวผมฉวยโอกาสตอนเมาหรือไงครับ" เขาแกล้งโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินกันแค่สองคน รินรดาหันขวับ ใบหน้าหวานตึงขึ้นทันที "พูดจาเหลိုးไหลใหญ่แล้วคุณคินน์ ฉันแค่ใช้ความคิดอยู่ต่างหาก... โปรเจกต์นี้ผ่านมาได้เพราะทีมเวิร์กก็จริง แต่มันยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องเคลียร์อีกเยอะ" "ผ่อนคลายซะบ้างเถอะครับ ชีวิตไม่ได้มีแค่แบบแปลนกับตัวเลข" คินน์เอื้อมมือไปหยิบแก้วไวน์ของเธอด้านหน้า เลื่อนเข้ามาใกล้ตัวอีกนิด "ดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อย... ถือว่าเป็นการขอบคุณที่ผมช่วยชีวิตคุณไว้เมื่อเย็นก็แล้วกัน" รินรดามองแก้วไวน์สลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่ระบายรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ เธอรู้ดีว่าการปฏิเสธมีแต่จะทำให้เขาได้ใจ แต่ลึกๆ ในใจ เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บรรยากาศยามค่ำคืนและแอลกอฮอล์จางๆ กำลังทำให้เกราะป้องกันที่เธอสร้างไว้สั่นคลอน เธอยื่นมือไปหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจรดริมฝีปาก รสชาติฝาดหวานนุ่มลิ้นไหลผ่านลำคอ ช่วยคลายความตึงเครียดลงได้ระดับหนึ่ง "พอใจหรือยังคะ" เธอดับเครื่องชนด้วยสายตานิ่ง คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาพราวเสน่ห์จดจ้องริมฝีปากที่เปื้อนรอยไวน์สีแดงเรื่ออย่างลืมตัว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงเหลือเพียงความเงียบงันในโลกส่วนตัวของคนทั้งคู่ แม้เสียงดนตรีรอบข้างจะยังคงดังสนั่น "คุณรู้ไหม..." คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นทีละน้อย นัยน์ตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน "เวลาที่คุณทำหน้าดุๆ แล้วเถียงผม... มันน่าแกล้งให้ร้องไห้ชะมัดเลย" "คุณคินน์!" รินรดาค้อนตาคว่ำ "นี่คุณจงใจกวนประสาทฉันใช่มั้ยเนี่ย!" "เปล่าครับ..." คินน์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนไหล่กว้างแทบจะชนกับไหล่บางของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้ม น้ำเสียงทุ้มกังวานเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของสถาปนิกสาวกระตุกวูบ "...ผมไม่ได้กวนประสาท แต่ผมกำลังจีบคุณต่างหากล่ะครับ" รินรดาชะงักค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย สมองที่เคยประมวลผลเรื่องโครงสร้างและแบบแปลนมาอย่างแม่นยำกลับว่างเปล่าลงในเสี้ยววินาที ไดอะล็อกที่เตรียมจะสวนกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย คินน์ยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากแก้มเนียนเพียงคืบ แววตาคลั่งรักที่ซ่อนไว้ภายใต้ความกวนประสาทบัดนี้เปิดเผยชัดเจนจนคนถูกมองแทบหยุดหายใจ ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ขยับเข้าใกล้กันมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูของคินน์ก็แผדเสียงแหลมสูงทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่ให้ซุ่มให้เสียง คินน์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ แต่เมื่อก้มลงมองหน้าจอแสดงสายเรียกเข้า ใบหน้าหล่อเหลาก็เปลี่ยนสีไปในทันที รอยยิ้มขี้เล่นเลือนหาย เหลือเพียงความเคร่งเครียดที่ฉายชัดขึ้นมาแทน เขากดรับสายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "มีอะไร... ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ว่าง..." รินรดานั่งนิ่ง หัวใจยังคงเต้นระรัวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ เธอมองปฏิกิริยาของชายหนุ่มที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองตามสายตาของเขาที่มองข้ามไหล่เธอไป ที่ทางเข้าโซนวีไอพีของร้าน ร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสดีไซน์หรูผู้มาใหม่กำลังก้าวตรงมายังโต๊ะของพวกเขาอย่างมั่นใจ ดวงตาคมปลาบกวาดมองคินน์และรินรดาที่นั่งแนบชิดกันด้วยรอยยิ้มเย็นชา คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยอัตโนมัติ สีหน้าของเขายามนี้เต็มไปด้วยความประหลาดใจและปมปัญหาที่รินรดาไม่เคยล่วงรู้มาก่อน "คุณมาที่นี่ได้ยังไง..." คินน์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน รินรดานั่งตัวแข็งทื่อเมื่อหญิงสาวผู้มาใหม่หยุดยืนตรงหน้าพวกเขา ปรายตามองเธอด้วยหางตาก่อนจะหันไปสบตากับคินน์แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศฉลองความสำเร็จพังทลายลงในพริบตา "ถ้าฉันไม่มา... ฉันคงไม่รู้สินะคะว่าคุณกำลังเล่นสนุกอยู่กับเด็กฝึกงานคนนี้... พี่ชาย!" [CLIFFHANGER HOOK]: ดวงตากลมโตของรินรดาเบิกกว้างขึ้นสุดขีด สมองวิศวกรสาวหมุนคว้างด้วยความตกตะลึงกับคำว่า ‘พี่ชาย’ ที่หลุดออกมาจากปากผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้น ขณะที่คินน์ได้แต่ยืนนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อความลับที่เขาพยายามปิดบังมาตลอดกำลังจะพังทลายลงตรงหน้าเธอ! ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนลุ้นระทึกนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%