ความเงียบงันที่แผ่ขยายอยู่ระหว่างเรานั้นหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าคานเหล็กไอแอมป์ขนาดแปดนิ้วที่คำนวณโครงสร้างผิดพลาด ผู้หญิงคนนั้นเดินจากไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงเสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นคอนกรีตที่ค่อยๆ จางหายไป แต่ร่องรอยความพังทลายบนใบหน้าของคินน์กลับชัดเจนยิ่งกว่ารอยร้าวบนผนังฉาบปูนที่เพิ่งเซ็ตตัว
ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยความกวนประสาท ยามนี้กลับหลบเลี่ยง ปิดบัง และสั่นไหวเล็กน้อยอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน..." ผมเปิดปากทำลายความเงียบ น้ำเสียงพยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด แม้ในอกจะเต็มไปด้วยความสงสัยที่กำลังกัดกิน
"ไม่มีอะไรต้องคุยหรอก ริน" คินน์ตัดบททันควัน น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและแห้งผาก แตกต่างจากความมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ยามที่เขาถกแบบหน้าไซต์งานอย่างสิ้นเชิง ร่างสูงใหญ่เบือนหน้าหนี มองเหม่อออกไปนอกระเบียงกระจกที่สะท้อนภาพแสงไฟจากตึกสูงระฟ้าในยามค่ำคืน "คุณกลับไปก่อนเถอะ วันนี้ผมเหนื่อย"
"เหนื่อย? หรือว่าหนีความจริงกันแน่ครับ คุณคินน์" ผมก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาทีละน้อย บังคับให้สถาปนิกอาร์ตตัวพ่อคนนี้ต้องเผชิญหน้ากับความจริง "ผู้หญิงคนนั้นเรียกคุณว่าพี่ชาย... และถ้าผมฟังไม่ผิด เธอกำลังพูดถึงเรื่องที่คุณ 'ทิ้ง' ทุกอย่างมาเพื่อทำตามความฝันบ้าๆ ในสายตาของใครบางคน"
คินน์หันขวับกลับมามองผม ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงอารมณ์ที่กำลังพุ่งถึงขีดสุด
"คุณรู้อะไรเกี่ยวกับความฝันของผมบ้าง ริน!" เขาตวาดลั่น ห้องทำงานที่เคยเงียบสงบพลันสั่นสะเทือนด้วยแรงอารมณ์ "คุณเติบโตมาในครอบครัววิศวกรที่พร้อมจะสนับสนุนทุกย่างก้าว คุณมีแบบแผน มีชีวิตที่ถูกตีเส้นบรรทัดไว้เรียบร้อย... แต่คุณเคยรู้ไหมว่า การมีพ่อที่เป็นสถาปนิกแห่งชาติ แล้วลูกชายส่งกระดาษเปล่าเข้าประกวดเพราะไม่อยากเหยียบย่ำรอยเท้าของใคร มันรู้สึกยังไง!"
ประโยคสุดท้ายกระแทกกระทั้นลงกลางใจผมอย่างจัง
ความนิ่งงันเข้าเกาะกุมพื้นที่ระหว่างเราอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยเศษเสี้ยวความเจ็บปวดที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มทะเล้นและคำพูดกวนประสาทมาตลอดหลายเดือน
"พ่อผม..." คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปาก แต่มันน่าเวทนาเสียจนผมไม่อาจละสายตา "ท่านบอกว่าสถาปัตยกรรมไม่ใช่ศิลปะระบายอารมณ์ แต่มันคือธุรกิจ คือเกียรติยศ คือวงศ์ตระกูล... วันที่ผมสอบติดคณะสถาปัตย์ตามที่ท่านต้องการ ท่านบอกว่าผมคือทายาทคนสำคัญที่จะพาบริษัทขึ้นสู่อันดับหนึ่งของประเทศ แต่ในวันที่ผมบอกว่าผมอยากออกแบบบ้านหลังเล็กๆ ให้คนยากไร้... ท่านฉีกแบบร่างของผมทิ้งต่อหน้าต่อตา และบอกว่าไสหัวไปซะ ถ้าอยากจะเป็นแค่ไอ้ศิลปินไสแห้ง!"
ลมหายใจของผมสะดุดกึก ภาพผู้ชายมาดเท่ ยืนกอดอกวิจารณ์งานด้วยความมั่นใจเมื่อวานนี้ ซ้อนทับเข้ากับเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งในอดีตที่กำลังยืนมองความฝันของตัวเองถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ
ผมขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด โดยไม่เว้นระยะห่างตามหลักระเบียบที่ผมยึดถืออีกต่อไป มือของผมเอื้อมออกไปแตะที่ลาดไหล่กว้างนั้นเบาๆ สัมผัสได้ถึงความเกร็งเครียดที่แผ่ออกมา
"แล้วคุณก็เลือกที่จะเดินออกมา..." ผมเอ่ยเสียงนุ่มลง ไม่มีความเยาะเย้ยถากถาง มีเพียงความเข้าใจที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในใจ
"ใช่ ผมเดินออกมามือเปล่า ทิ้งทุกอย่าง ทิ้งนามสกุลที่คนอื่นเคารพยำเกรง เพื่อมาพิสูจน์ให้เห็นว่า ผมยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้" คินน์เงยหน้าขึ้นสบตาผม นัยน์ตาคู่นั้นไหวระริกราวกับเด็กหลงทางที่กำลังพยายามแข็งAกร้าว "ผู้หญิงคนเมื่อกี้... คือน้องสาวแท้ๆ ของผมเอง เธอเป็นตัวแทนของทางนั้น ที่คอยมาตอกย้ำว่าพ่อล้มป่วยลงเพราะความดื้อรั้นของผม... และผมมันคือตัวซวยที่ทำลายครอบครัว"
ความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้างทำให้ผมรู้สึกจุกในอก คินน์ไม่ได้เป็นแค่คนกวนประสาทที่ชอบป่วนชีวิตผมอย่างที่ผมเคยคิด แต่เขาคือคนที่แบกรับความรู้สึกผิดมหาศาลไว้บนบ่า sola โดยไม่มีเซฟโซนให้พักพิงเลยสักนิด
"คุณไม่ใช่ตัวซวยหรอกครับ คินน์" ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังที่สุดในชีวิต สายตาของเราประสานกันนิ่งในระยะห่างแค่คืบ "การทำตามความฝันของตัวเอง มันไม่ใช่ความผิดบาปอะไรเลย... และถ้าคุณไม่มีเซฟโซนที่ไหน อย่างน้อย... คุณก็ยังมีผมตรงนี้"
คินน์ชะงักไป ดวงตากลมโตของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ราวกับไม่เชื่อว่าคำพูดเหล่านี้จะหลุดออกมาจากปากของสถาปนิกเจ้าระเบียบอย่างผม
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลง กลิ่นอายความเป็นชายและไอร้อนจากร่างกายของเขาลอยวนอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ หัวใจของผมเต้นรัวผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความโกรธ หรือความตึงเครียดจากงาน แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้เราโน้มเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว
ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้ทีละนิด ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณพวงแก้ม ปลายจมูกของเราเกือบจะแตะกันอยู่แล้วในวินาทีนั้น...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้อذنญาต!
"คุณคินน์คะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ แบบร่างโปรเจกต์มอลล์ยักษ์ถูกสั่งระงับด่วนจากทางบอร์ดบริหารใหญ่!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับเรื่องราวของพวกเขานะครับ
---
*โปรดติดตามตอนต่อไป*
เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท•ตอนที่ 19
ภาพจำในอดีต
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!