แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลถูกเหวี่ยงลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสจนเกิดเสียงดังทึบ รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงสว่างวาบด้วยตัวเลขต้นทุนและผังโครงสร้างอาคาร สัญชาตญาณของสถาปนิกสาวเจ้าระเบียบร้องเตือนทันทีว่าสถานการณ์เบื้องหน้าไม่สู้ดีนัก ตั้งแต่ประโยคระάขวัญจากหน้าห้องประชุมใหญ่เมื่อช่วงบ่ายคล้อย ทุกอย่างก็ดิ่งลงเหวอย่างควบคุมไม่ได้
"บอร์ดบริหารไม่ได้แค่สั่งระงับ... แต่พวกเขาตีตกแบบร่างทั้งหมดของเรา"
เสียงของคินน์แหบพร่ากว่าทุกวัน สถาปนิกหนุ่มมาดกวนผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อสิ่งใด บัดนี้กลับทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังฝั่งตรงข้าม ร่างสูงโปร่งที่มักจะเหยียดตรงอย่างมั่นใจในสไตล์ศิลปินผู้รักอิสระ ทรุดฮวบลงราวกับกระดูกสันหลังถูกถอดออกไปครึ่งท่อน เส้นผมสีเข้มที่เคยเซ็ตไว้อย่างดีหลุดลุ่ยลงมาปรกลานสายตา มือหนายกขึ้นเสยมันลวกๆ ก่อนจะซบใบหน้าลงกับอุ้งมือทั้งสองข้าง ความเงียบงันแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่เสียงฝีเท้าเร่งรีบในออฟฟิศยามค่ำคืน
รินรดามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย หัวใจของเธอหล่นวูบ ไม่ใช่เพราะงานโปรเจกต์มอลล์ยักษ์มูลค่าหลายพันล้านกำลังจะพังทลายลงต่อหน้า แต่เป็นเพราะผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอในตอนนี้... ไม่ใช่คินน์คนเดิม คินน์ผู้ชอบกวนประสาท คินน์ผู้มีความมั่นใจในฝีมือตัวเองจนน่าหมั่นไส้ และคินน์ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ความกดดันใดๆ
นี่คือ "ปม" ที่เขาซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มหยันและคำพูดเย้าแหย่ ความคาดหวังมหาศาลจากตระกูลสถาปัตยกรรมชื่อดังที่พร้อมจะบดขยี้เขาได้ทุกเมื่อหากผลงานชิ้นนี้พลาดเป้า
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ระงับความหงุดหงิดตามนิสัยเจ้าระเบียบที่มักอยากจะเอ็ดตะโรใส่คนที่ทำตัวสิ้นหวัง เธอขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด ยื่นมือเรียวไปคว้าแฟ้มเอกสารที่ถูกเหวี่ยงเมื่อครู่มาเปิดดูทีละหน้าอย่างใจเย็น แม้ลายมือหวัดๆ ของกรรมการบริหารจะเขียนปฏิเสธด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบเพียงใด เธอก็ยังคงกวาดสายตาอ่านทุกบรรทัดด้วยสติ
"คุณคินน์ครับ เงยหน้าขึ้นก่อน" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ แต่เจือด้วยความหนักแน่นที่ผู้ชายตรงหน้าปฏิเสธไม่ได้
คินน์ชะงัก เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกราบกรานคู่นั้นแดงก่ำเล็กน้อย ความพ่ายแพ้และความเหนื่อยล้าฉายชัดเจนในแววตาที่ปกติจะมีแต่ความเจ้าเล่ห์ "ผมเหนื่อย, ริน... ผมทุ่มเทกับโปรเจกต์นี้มากกว่าทุกชิ้นในชีวิต แต่สุดท้าย มันก็ยังไม่ดีพอสำหรับสายตาพวกท่านอยู่ดี"
น้ำเสียงที่หลุดออกมาจากปากของคนปากจัด กลับเต็มไปด้วยความเปราะบางอย่างน่าใจหาย มันเป็นความรู้สึกโดดเดี่ยวของคนที่แบกโลกไว้ทั้งใบโดยไม่มีใครเหลียวแล รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ ความโกรธที่บอร์ดบริหารตัดสินใจอย่างไร้เหตุผลมลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาเดียว... ความต้องการที่จะดึงผู้ชายคนนี้ออกจากหลุมพรางความกดดันของตัวเอง
เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะทำงานไปหยุดอยู่ข้างกายเขา รินรดาไม่ใช่ผู้หญิงสายหวานที่จะมานั่งพร่ำคำปลอบโยนน้ำเน่า เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สูดลมหายใจเข้า แล้วตัดสินใจทำในสิ่งที่คินน์ไม่มีทางคาดคิด
มือเรียวเอื้อมไปคว้ามือหนาที่เย็นเฉียบของคินน์ขึ้นมาบีบแน่น แรงบีบนั้นอบอุ่นและหนักแน่นพอที่จะส่งผ่านพลังงานบางอย่างให้เขารับรู้ คินน์สะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ แต่เขาไม่ได้ดึงมือออก
"ฟังผมนะ, คินน์" รินรดาเรียกชื่อเขาโดยไม่มีคำนำหน้าเป็นครั้งแรก น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นแต่ยังคงความเด็ดเดี่ยว "แบบร่างนี้มีจุดบกพร่องจริงตามที่เขาติมา... แต่ไม่ใช่เพราะฝีมือคุณห่วย แต่มันเป็นเพราะคุณพยายามแบกรับความคาดหวังของคนอื่นมากเกินไป จนลืมใส่ตัวตนที่แท้จริงของคุณลงไปต่างหาก"
คินน์นิ่งอึ้ง ปลายนิ้วของเขาเริ่มอุ่นขึ้นเมื่อสัมผัสกับความจริงใจที่ฉายชัดผ่านแววตาของหญิงสาว สถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเคี้ยวยากและระเบียบจัดคนนี้ ในยามวิกฤตกลับกลายเป็นที่พักพิงที่มั่นคงที่สุดอย่างที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
"คุณเก่งที่สุดในสายตาผม... ถึงปากคุณจะน่าตบไปหน่อยก็เถอะ" รินรดาแอบหยอดมุกตลกหน้าตายเพื่อลดความตึงเครียด มุมปากของเธอหยักยิ้มบางๆ
คินน์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง ความตึงเครียดที่เกาะกุมหน้าอกคลายตัวลงอย่างช้าๆ เขาพลิกมือกลับมาเป็นฝ่ายกุมมือเรียวนั้นไว้แน่นเสียเอง นิ้วหัวแม่มือโป้ไล้หลังมือเธอเบาๆ อย่างลืมตัว ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าหวานที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดากำลังผ่อนออกมา
"นี่คุณกำลังปลอบผม หรือกำลังหาเรื่องจิกกัดผมกันแน่ครับ, สถาปนิกสาว" คินน์กระซิบเสียงพร่า แววตาคมกริบเริ่มเปลี่ยนเป็นประกายความคลั่งระอุที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเหนื่อยล้า
"ทั้งสองอย่างครับ" รินรดาตอบกลับทันควันโดยไม่ยอมหลบตา หัวใจของเธอเต้นรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อใบหน้าของคินน์เคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมผสานกับความเหนื่อยอ่อนจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องทำงานเงียบงันนี้เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด
บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนจากความดราม่ากลายเป็นความอบอุ่นที่ร้อนรุ่ม รินรดารู้สึกได้ถึงไอร้อนจากฝ่ามือของเขาที่ทาบทับอยู่บนมือเธอ หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันในพื้นที่จำกัดแห่งนี้ คินน์ขยับตัวเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของเธอแทบจะชิดติดกับขอบโต๊ะทำงาน แววตาของเขาบ่งบอกชัดเจนว่าความรู้สึกที่ซ่อนเร้นมานานกำลังจะระเบิดออก
ทว่า... ก่อนที่ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งสองจะเหลือเพียงแค่ศูนย์
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างสูงของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคินน์ต้องสบถเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย
"ขอโทษทีที่ขัดจังหวะสวีทนะ... แต่พอดีฉันมีข่าวดีกว่านั้นเกี่ยวกับบอร์ดบริหารมาบอก"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท•ตอนที่ 20
ผู้ช่วยที่ไม่ได้คาดคิด
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!