เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานกระจกนิรภัยดังสนั่น สะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ที่เพิ่งถูกประกาศยกเลิกวาระกะทันหัน รินรดาขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็น2นูนชัดเจน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มที่กำลังยืนพิงสะโพกกับขอบหน้าต่าง ปล่อยควันบุหรี่ไฟฟ้าจางๆ ออกมาจากริมฝีปากอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
"คุณคินน์... นี่คุณสติหลุดไปถึงดาวอังคารแล้วหรือครับ ถึงได้ลากผม... ลากพวกเรามาเผชิญหน้ากับหายนะที่ 'The Prism' แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย" เสียงทุ้มต่ำของรินรดาเอ่ยลอดไรฟันด้วยความโกรธจัด สองมือบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ เขาปรายตามองเอกสารแปลนโครงสร้างตึกเก่าที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงฉาน ซึ่งเป็นฝีมือของสถาปนิกสาวผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบตรงหน้า ร่างสูงก้าวเท้าเข้าหาช้าๆ ทิ้งระยะห่างเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
"ถ้ามัวแต่รอให้คุณประชุมเรื่องงบประมาณกระดาษทิชชّ่ในห้องแอร์เย็นเฉียบ ตึกเก่าอายุมائสปีชีส์ตรงหน้าคงถล่มลงมาทับหัวคนงานก่อนที่เราจะได้เซ็นอนุมัติแล้วล่ะครับ... คุณรินรดา" คินน์ลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท นัยน์ตาคมกริมสีสนิมคู่นั้นพราวระยับด้วยความท้าทาย "อย่าบอกนะว่าสถาปนิกมือหนึ่งผู้ยึดมั่นในตำราอย่างคุณ จะไม่กล้าเหยียบเข้าไปในไซต์งานจริง แค่เพราะกลัวรองเท้าคัทชูราคาแพงเปื้อนโคลน?"
"ผมไม่ได้กลัวโคลนครับ! แต่ผมกลัวความไร้ระเบียบและความประมาทเลินเล่อของคุณมากกว่า!" รินรดาโต้กลับทันควัน ขยับเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างไร้ความเกรงกลัว แม้ส่วนสูงของเธอจะอยู่แค่ระดับอกของชายหนุ่ม แต่รัศมีอารมณ์คุกรุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับทำให้บรรยากาศรอบข้างร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น "จำไว้เลยนะว่าถ้าโครงสร้างส่วนปีกตะวันออกทรุดตัวลงมาเพราะไอเดียอาร์ตๆ บ้าบอของคุณ ผมนี่แหละจะเป็นคนแรกที่เขียนรายงานฟ้องกรรมการบริษัทเอาผิดคุณให้ถึงที่สุด!"
คินน์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่รินรดาเกลียดนักเกลียดหนาเพราะมันมักจะซ่อนความหมายเจ้าเล่ห์เอาไว้เสมอ "เชิญตามสบายเลยครับ... แต่ตอนนี้ ก่อนที่คุณจะไปฟ้องใคร ช่วยเดินตามผมมาให้ทันก่อนเถอะครับ ทางเข้าไซต์งาน 'The Prism' มันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่คุณคิดหรอกนะ"
ภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ทั้งคู่ก็มายืนอยู่เบื้องหน้าโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กอายุหลายสิบปีของตึก 'The Prism' บรรยากาศโดยรอบอึมครึม ท้องฟ้าสีเทาหม่นปกคลุมด้วยเมฆฝนหนาทึบ กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์เก่าและฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ พื้นดินที่เป็นโคลนตมจากการขุดเจาะฐานรากทำให้การก้าวเดินแต่ละครั้งยากลำบาก
รินรดาสวมหมวกนิรภัยสีเหลืองครอบทับเรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่ถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย มือเรียวถือแท็บเล็ตตรวจสภาพอาคารแน่น นิ้วเรียวกดสไลด์หน้าจอเพื่อตรวจสอบข้อมูลจำเพาะของเสาเข็มต้นที่เกิดปัญหา ขณะที่คินน์เดินนำหน้าด้วยท่าทางสบายๆ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ สายตากวาดมองรอยแตกร้าวบนผนังปูนด้วยความสนใจใคร่รู้ราวกับกำลังเดินชมงานศิลปะในแกลเลอรี
"ระวังหน่อยครับ!" รินรดาอุทานเสียงหลง เมื่อเห็นคินน์กำลังก้าวเท้าข้ามคานเหล็กขึ้นสนิมที่พาดผ่านช่องชาร์ฟลิฟต์เปิดโล่งโดยไม่มองป้ายเตือนอันตราย
ร่างสูงชะงักฝีเท้า หันกลับมามองด้วยรอยยิ้มกวนประสาท "เป็นห่วงผมเหรอครับคุณสถาปนิก? หน้าตาคุณตอนนี้ดูเหมือนจะกินหัวผมได้อยู่แล้วนะ"
"ผมไม่ได้ห่วงคุณ ผมห่วงงานของบริษัทต่างหากล่ะครับ!" รินรดาเถียงกลับทันควัน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหงุดหงิดที่ถูกจับไต๋ได้ เธอสาวเท้าเข้าไปใกล้เพื่อจะดึงแขนเสื้อให้อีกฝ่ายถอยห่างจากจุดอันตราย "ตรงนี้คานรับน้ำหนักมันร้าวเกินร้อยละสามสิบแล้วนะครับ ถ้าเกิดแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องจักรข้างนอกนิดเดียว ตรงนี้ก็—"
ครืนนน!
เสียงคำรามต่ำในลำไส้ของผืนดินดังขึ้นกะทันหัน ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนโครงสร้างคอนกรีตเก่าแก่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัว ฝุ่นผงและเศษปูนร่วงกราวลงมาจากเพดานราวกับหิมะตกในฤดูร้อน
"ระวัง!"
คินน์ไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าประชิดร่างบางของรินรดาในเสี้ยววินาที วงแขนแข็งแกร่งคว้าเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างแรงจนเธอเซถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้าง ก่อนที่เขาจะใช้มืออีกข้างดึงเธอล้มกลิ้งเข้าไปหลบใต้คานคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดใหญ่ที่ยังคงความมั่นคงที่สุดในโซนนั้น
แรงปะทะทำให้ร่างของทั้งคู่แนบชิดกันสนิทอย่างไร้ช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกลิ่นฝุ่นจางๆ เป่ารดอยู่ข้างแก้ม รินรดานอนตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลหยุดชะงักไปชั่วขณะเมื่อรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามรุนแรง—ไม่ใช่ของเธอ แต่เป็นของชายหนุ่มที่กำลังโอบกอดปกป้องเธอไว้อยู่ใต้ร่าง
ดวงตากลมโตช้อนขึ้นสบกับนัยน์ตาคมกริมที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ในระยะประชิดนี้ เธอมองเห็นความกังวลที่ฉายชัดอยู่ก้นบึ้งดวงตาคู่นั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับเดิม
"บอกแล้วไงครับว่าอย่าดื้อ..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังอยู่ชิดริมใบหู ทำเอารินรคารู้สึกวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย "เห็นไหมครับว่าพื้นที่จำกัดแบบนี้... มันอันตรายต่อหัวใจมากกว่าที่คิดเสียอีกนะ"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวขนาดย่อมเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะแววตาคู่คมที่กำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธออย่างมีความหมาย และท่าทีที่แนบชิดเกินกว่าจะเรียกว่าเพื่อนร่วมงาน
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะทันได้อ้าปากต่อว่าหรือผลักไสร่างสูงออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบก็สาดส่องเข้ามาในซอกมุมมืดที่ทั้งคู่กำลังซ่อนตัวอยู่ พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของหัวหน้าคนงานก่อสร้าง
"คุณคินน์! คุณรินรดา! อยู่ข้างในนั้นหรือเปล่าครับ? เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... มีคนพบร่างของใครไม่รู้ ถูกฝังอยู่ใต้กองอิฐปีกทิศเหนือ..."
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมเสมอนะครับ
เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท•ตอนที่ 2
พื้นที่จำกัดกับทัศนคติที่ต่างขั้ว
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!