เสียงทุบประตูรัวเร็วดังสนั่นแข่งกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมานอกอาคารร้าง แต่สิ่งเหล่านั้นกลับไร้ความหมายสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างคนสองคนในซอกมุมอับทึบของปีกทิศเหนือ
"คุณคินน์!"
เสียงตะโกนจากภายนอกพร้อมแรงเขย่าประตูบานพับขึ้นสนิมดังแทรกเข้ามา แต่รินรดากลับไม่ได้ยินมันเลย สายตาคมกริบของสถาปนิกสาวกำลังจดจ้องร่างสูงของหัวหน้าทีมสถาปนิกจอมกวนประสาทที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือยด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ราวกับรอบกายไม่ได้กำลังเกิดวิกฤตการณ์อะไรขึ้นเลย
บนโต๊ะไม้กระดานชั่วคราวกลางห้อง แบบแปลนโครงการรีโนเวทคอมมูนิตี้มอลล์ที่เธอใช้เวลาแรมเดือนในการคำนวณโครงสร้างอย่างแม่นยำทุกมิลลิเมตร ถูกขีดฆ่าด้วยปากกาเคมีสีแดงเป็นรอยเส้นหนาเตอะ พร้อมกับลายเส้นตวัดพู่กันสีน้ำเงินที่ถูกเติมแต่งโครงสร้างส่วนโค้งและผนังกระจกโค้งมนขึ้นมาใหม่แบบพละการ
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก3วินาที เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์โกรธที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดเดือด นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโมโห ก่อนที่เธอจะกระชากกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาถือไว้ในมือแล้วจ้องหน้าเขาเขม็ง
"คุณทำอะไรลงไป... คุณคินน์" เสียงของเธอรอดไรฟันออกมาทีละคำ ต่ำทุบและสั่นเครือด้วยความเดือดดาล "นี่คือแบบแปลนโครงสร้างรับน้ำหนักหลัก! คุณเอาสมองส่วนไหนมาคิด ถึงกล้าแก้สัดส่วนคานเหล็กรับแรงโดยไม่ปรึกษาผม... เอ๊ย... ปรึกษาผมที่เป็นหัวหน้าโปรเจกต์ฝั่งวิศวกรรมโครงสร้าง!"
คินน์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างยียวน รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นช้าๆ ราวกับจงใจยั่วโมโหคนตรงหน้าให้สติหลุด
"ผมใช้สมองส่วนที่เรียกว่า 'ศิลปะและความงาม' ครับ คุณรินรดา" คินน์ตอบด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ "ถ้าปล่อยให้คุณสร้างตึกเหลี่ยมๆ ทื่อๆ เป็นกล่องปูนเปลือยไร้ชีวิตชีวาแบบนั้น ลูกค้าที่ไหนเขาจะอยากมาเช่าพื้นที่? ผมแค่เติมความพลิ้วไหวเข้าไป เพื่อให้ตึกนี้มันมีวิญญาณ"
"วิญญาณบ้าน-คุณสิ!" รินรดาหลุดคำสบถออกมาด้วยความเหลืออด เธอยื่นกระดาษแผ่นนั้นเข้าประชิดหน้าอกเขาจนเกือบติด "นี่มันไม่ใช่ผลงานประติมากรรมในแกลเลอรีนะคุณคินน์! นี่มันตึกจริง คนจริงที่ต้องเข้าไปใช้งาน ถ้าคานตรงนี้รับน้ำหนักส่วนโค้งที่คุณวาดเพิ่มไม่ได้ ตึกทั้งหลังจะพังลงมาทับคนตายเป็นเบือ! คุณอยากเป็นฆาตกรแลกกับความอาร์ตไร้สาระของคุณหรือไง!"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบ คินน์หุบยิ้มลงทันที ดวงตาคมกราบกวาดมองใบหน้าบึ้งตึงที่แดงก่ำด้วยความโกรธของหญิงสาว แววตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่ยากจะคาดเดา
"คุณคิดว่าผมทำแบบนี้เพราะอยากโชว์พาวเวอร์งั้นเหรอ?" คินน์ก้าวเข้ามาประชิดจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับโต๊ะทำงาน บังคับให้เธอจนมุมโดยปริยาย ร่างสูงโน้มตัวลงมาจนใบหน้าของเขากับเธอห่างกันเพียงไม่กี่คืบ "คุณไม่เคยเชื่อใจฝีมือผมเลยสินะ... มองผมเป็นแค่ตัวปัญหาคอยสร้างภาระตลอดเวลาหรือไงครับ?"
"ก็แล้วการกระทำของคุณมันน่าเชื่อถือตรงไหนเล่า!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป "ใครอนุญาตให้คุณทำแบบนี้... ใครอนุญาตให้คุณข้ามหน้าข้ามตาแก้แบบโดยไม่บอกผม! คุณเห็นความปลอดภัยของคนอื่นเป็นเรื่องล้อเล่นหรือไง คุณคินน์!"
"ผมไม่ได้ล้อเล่น..." คินน์กระซิบเสียงต่ำ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของเธอ "และผมก็ไม่ได้ทำเพื่อใคร... ผมทำเพื่อคุณต่างหาก"
รินรดาชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "คุณว่าอะไรนะ?"
"เปล่าครับ..." คินน์รีบเบนสายตาหลบไปทางอื่น กระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็พุ่งขึ้นมา "ผมหมายถึง... ผมคำนวณน้ำหนักส่วนที่เพิ่มมาเรียบร้อยแล้ว มันไม่พังลงมาทับใครหัวแบะหรอกน่า คุณนี่มัน... ขี้โวยวายชะมัด"
"นี่คุณ!" รินรดาเตรียมจะอ้าปากต่อว่าเขาต่อ แต่เสียงทุบประตูกลับดังแทรกเข้ามาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนที่ร้อนรนกว่าเดิม
"คุณคินน์ครับ! คุณรินรดา! ได้ยินผมไหมครับเนี่ย! ทางมูลนิธิโทรมาแจ้งว่า... ศีรษะโครงกระดูกที่พบใต้กองอิฐ ไม่ใช่โครงกระดูกโบราณอย่างที่คิด!"
ทั้งสองคนนิ่งงันไปในทันที ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา คินน์หันขวับไปมองประตูห้องสลับกับรินรดา สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป กลายเป็นความเคร่งเครียดจริงจัง
"หมายความว่ายังไง..." คินน์พึมพำ
ก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูไม้บานเก่าที่ถูกกลอนขัดไว้ก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังลั่น ร่างของลูกน้องในทีมคนสนิทผลักเข้ามาอย่างแรงจนประตูเปิดผาง น้ำฝนสาดกระเซ็นเข้ามาพร้อมกับสีหน้าซีดเผือกของอีกฝ่ายที่หอบหายใจตัวโยน
"มันไม่ใช่โครงกระดูกโบราณครับ..." ผู้ช่วยหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นกลัว "ทางตำรวจเพิ่งส่งทีมพิสูจน์หลักฐานมาถึง... เขาบอกว่าร่องรอยการแตกหักที่กะโหลกศีรษะ... เพิ่งเกิดขึ้นไม่เกินห้าปีนี้เองครับ!"
รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งแปลบไปทั่วสันหลัง เธอก้มลงมองแบบแปลนในมือที่เปื้อนรอยหมึกสีแดง สลับกับมองหน้าคินน์ที่ตอนนี้กำลังจ้องมองเธอนิ่งสนิทด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ความลับใต้ซากปรักหักพังกำลังจะถูกเปิดเผย... และพวกเขาทั้งคู่ก็ก้าวขาเข้ามาติดอยู่ในหลุมพรางนี้เสียแล้ว
...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับตัวละครทุกตัวด้วยกันนะครับ
เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท•ตอนที่ 3
ใครอนุญาตให้คุณทำแบบนั้น
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!