เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้สักทองหนาทึบ ไม่ได้ดังจนถึงขั้นสะเทือนตึกระฟ้าของบริษัทสถาปัตยกรรมระดับประเทศ แต่มันดังพอที่จะหยุดเสียงซุบซิบรอบห้องประชุมใหญ่ให้เงียบกริบลงได้ในเสี้ยววินาที
รินรดายืนตัวตรง ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของคนที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ความไร้ระเบียบ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เรียบเฉย กวาดมองร่างที่กำลังหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังแท้ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่นึกเกรงใจ เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นรอยสักรูปเรขาคณิตจางๆ ที่ท่อนแขนแกร่ง เส้นผมยุ่งเหยิงราวกับเพิ่งตื่นนอนและไม่คิดจะหวีมันก่อนเข้าประชุม และที่สำคัญที่สุด... เขากำลังเคาะปากกาในมือเป็นจังหวะเพลงร็อกอินดี้นอกกระแส ทั้งที่วาระการประชุมครั้งนี้คือการชี้ชะตาโปรเจกต์มูลค่าหลายพันล้าน
"ถ้าคุณคิดว่าการมาสายสิบหนาที แล้วนั่งเคาะปากกาทำตัวเหมือนเด็กไฮaีคือการเตรียมตัวที่ดีพอสำหรับโปรเจกต์ 'The Prism' ผมเกรงว่าคุณคงเข้าใจคำว่ามืออาชีพคลาดเคลื่อนไปไกลโขแล้วล่ะครับ... คุณคินน์"
น้ำเสียงของรินรดาราเรียบ เย็นชา และคมกริบราวกับใบมีดผ่าตัด เธอยืนยันคำพูดด้วยการเลื่อนแท็บเล็ตหน้าจอแสดงตารางเวลาสีแดงเถือกไปตรงหน้าชายหนุ่ม
คินน์ชะงักมือที่กำลังเคาะปากกา ดวงตาคมกปลาบสีสนิมเงยขึ้นสบตากับหญิงสาว ชั่วขณะหนึ่งมีความระยับพราวระคนความกวนประสาทฉายชัดอยู่ในหน่วยตานั้น มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุภาพ แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่เจอเหยื่อปากเก่งเข้าให้แล้ว
"สิบนาทีที่ผมหายไป ริน... เอ่อ ขอโทษทีครับ คุณรินรดา" คินน์จงใจลากเสียงยาวอย่างยียวน พร้อมกับทิ้งน้ำหนักตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ "ผมไม่ได้ไปนั่งนอนไร้สาระหรอกครับ พอดีสมองส่วนครีเอทีฟมันกำลังประมวลผลเส้นโค้งพาราโบลาของตัวตึกอยู่ข้างนอก กลัวว่าเข้ามาในห้องนี้แล้วพลังงานความเจ้าระเบียบของคุณจะไป ‘ช็อก’ เซลล์สมองผมตายเสียก่อน"
รินรดากรามกระตุก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขมับ ผู้ชายคนนี้... แค่เจอหน้ากันยังไม่ถึงห้านาที เธอก็อยากจะหยิบแบบแปลนโครงสร้างเหล็กมาฟาดหน้าผากเขาให้หายกวนประสาทสักทีสองที
"โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยจินตนาการเพ้อเจ้อของคุณนะครับคุณคินน์ มันขับเคลื่อนด้วยคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และความปลอดภัยของมนุษย์ ตึกที่คุณบอกว่าอยากให้มันบิดเบี้ยวเหมือนงานศิลปะร่วมสมัยน่ะ ถ้าคำนวณแรงลมพลาดไปแค่เซนติเมตรเดียว มันจะกลายเป็นอนุสาวรีย์แห่งความหายนะทันที ไม่ใช่งานศิลปะ"
"แล้วถ้าตึกมันตรงดิ่งไร้จิตวิญญาณแบบที่คุณร่างมา มันก็ไม่ต่างอะไรกับแท่งคอนกรีตบล็อกสี่เหลี่ยมไร้ชีวิต ที่สร้างขึ้นมาเพื่อขังคนทำงานให้อึดอัดตายหรอกครับ" คินน์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นจนน่าตกใจ ความขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงแววตาคมกริบที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "สถาปัตยกรรมมันคือชีวิต ริน... มันต้องหายใจได้ ไม่ใช่แค่ตั้งอยู่บนกระดาษคำนวณที่เต็มไปด้วยตัวเลขน่าเบื่อ"
บรรยากาศในห้องประชุมอึมครึมลงทันตาเห็น แรงกดดันระหว่างคนสองขั้วปะทะกันจนคนในทีมที่นั่งอยู่รอบโต๊ะไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง รินรดากัดฟันกรอด เธอก้าวเท้าเข้าไปประชิดโต๊ะประชุมมากขึ้น โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดันเขากลับด้วยส่วนสูงและท่าทางที่เด็ดเดี่ยว
"ถ้าคุณคิดว่างานของผมมันน่าเบื่อ ทำไมคุณถึงเป็นคนเดียวในบริษัทที่เสนอชื่อผมให้มาจับคู่ร่วมงานกับคุณในโปรเจกต์นี้ล่ะครับ?" คำถามนั้นพุ่งตรงเป้า คินน์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มกวนๆ เจื่อนลงไปเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะยักไหล่แล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ
"ก็เพราะผมชอบความท้าทายมั้งครับ... โดยเฉพาะอะไรที่มันแข็งกระด้างแล้วน่าสนุกดีเวลามันพังทลายลงมา"
"งั้นเรามาพนันกันไหมล่ะครับว่า ระหว่างความแข็งกระด้างของผมกับความเพ้อเจ้อของคุณ อะไรจะพังก่อนกัน" รินรดาเอ่ยท้าทาย ดวงตาพราวระยับด้วยเพลิงโทสะที่ไม่คิดจะหลบซ่อน
คินน์ไม่ได้ตอบทันที เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงใหญ่ของสถาปนิกหนุ่มก้าวเข้าประชิดตัวหญิงสาวโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นกระดาษปะปนกับความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศพุ่งเข้าปะทะจมูก รินรดาผะหนีบถอยหลังโดยอัตโนมัติ แต่สะโพกกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะประชุมเสียแล้ว
คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนชิด ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนเหลือแค่ลมหายใจกั้น สายตาของเขาไม่ได้มองที่เอกสารในมือเธออีกต่อไป แต่มันกำลังไล่สำรวจตั้งแต่กรอบแว่น ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น จนมาหยุดอยู่ที่ดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนกปนดื้อรั้น
"ผมไม่ชอบการพนันหรอกครับ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูจนขนอ่อนที่ต้นคอของรินรดาลุกชัน "แต่ถ้าเป็นการเดิมพันด้วยตัวคุณ... ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย"
ในจังหวะที่หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก และสมองกำลังประมวลผลไม่ถูกว่าควรจะผลักอกเขาออกหรือยกแฟ้มฟาดหน้าดี เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของประธานกรรมการบริหารที่เปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"ทุกคน! ยกเลิกวาระการประชุมนี้ก่อน... เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานก่อสร้าง 'The Prism' แล้ว!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความระอุของตอนแรกด้วยกันนะครับ
เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท•ตอนที่ 1
รอยร้าวแรกที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!