“ปล่อยมือคุณธน์เดี๋ยวนี้ครับ”
น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมา คินน์ไม่ได้ตะโกน เขายังคงยืนพิงขอบโต๊ะทำงาน มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงสแล็คด้วยท่าทีสบาย ๆ ทว่าดวงตาสีเข้มคู่นั้นกลับไร้ซึ่งรอยยิ้มโดยสิ้นเชิง มันคือแววตาของนักล่าที่กำลังมองสุนัขจรจัดล้ำเข้ามาในอาณาเขตของตัวเอง
ธน์ชะงักไปเล็กน้อย เขากวาดสายตามองคินน์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง ก่อนจะแค่นmphในลำคอ “คุณเป็นใคร... อ๋อ คงเป็นลูกน้องในทีมของรินสินะครับ ถึงได้กล้ามาออกคำสั่งกับผม บอสใหญ่ของบริษัทนี้ยังต้องเกรงใจผมเลย คุณเป็นแค่สถาปนิกปลายแถว อย่ามาทำเป็นกร่างในเวลาที่ผมกำลังคุยกับคู่หมั้นของผมเลยครับ”
“คู่หมั้น?” คินน์ทวนคำนั้นช้า ๆ มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะที่ทรงพลังเสียจนรินรดาที่ยืนอยู่ตรงกลางถึงกับใจกระตุก “น่าแปลกนะครับที่ผมไม่เคยเห็นชื่อคุณในแหวนเพชรบนนิ้วนางของริน หรือว่าคุณเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีคู่หมั้นก็ตอนที่เธอเริ่มก้าวหน้าจนคุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหมดความสำคัญกันแน่”
“คินน์! พอได้แล้วครับ” รินรดารีบสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของธน์อย่างแรง เธอก้าวถอยหลังออกห่างจากชายหนุ่มทั้งสองคน แววตาของเธอฉายชัดถึงความเหนื่อยล้าและรำคาญใจ “คุณธน์กลับไปก่อนเถอะครับ เราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว และผม... เอ่อ... ฉันหมายถึงดิฉันกำลังเคลียร์งานด่วนกับคุณคินน์อยู่”
“ริน! คุณกำลังปกป้องผู้ชายคนนี้เหรอ?” ธน์ขึ้นเสียงด้วยความไม่พอใจ ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความหึงหวงและเสียหน้า “คุณทิ้งงานเลี้ยงต้อนรับผมเพื่อมานั่งทำงานกับไอ้บ้านี่เนี่ยนะ? กลับบ้านเดี๋ยวนี้ครับริน อย่าทำให้ผมต้องหมดความอดทน”
“คนที่หมดความอดทนควรจะเป็นฉันต่างหากครับ” รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอยืดตัวตรง เชิดหน้าขึ้นด้วยศักดิ์ศรีของสถาปนิกที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครง่าย ๆ “อย่ามาออกคำสั่งกับฉันในพื้นที่ทำงานของฉันครับ คุณธน์ ถ้าคุณยังไม่ไป รปภ. ของตึกคงต้องเป็นคนเชิญคุณออกไปแทน”
บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่เงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ ธน์กัดฟันกรอดด้วยความโกรธจัด เขาชี้หน้าคินน์สลับกับรินรดา “ฝากไว้ก่อนเถอะครับคุณคินน์ ส่วนคุณริน... เราเคลียร์กันยาวแน่”
สิ้นคำขู่ ธน์ก็สะบัดตูดเดินกระแทកเท้าออกจากห้องไป เสียงปิดประตูกระแทกดังปังสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดิน เป็นอันปิดฉากฉากละครฉากใหญ่ที่ไม่มีใครปรบมือให้
รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง เธอยกมือขึ้นนวดขมับเบา ๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวที่กำลังแล่นริ้วขึ้นมาเป็นระลอก ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาตลอดทั้งวันรวมกับความวุ่นวายที่ธน์หยิบยื่นมาให้ ทำให้ขอบตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ด้วยความถือดี เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอไปอย่างเงียบ ๆ พร้อมกับสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติ
“เก่งนี่ครับ... ต่อปากต่อคำกับว่าที่สามีในอนาคตได้ฉาดฉานดี”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือศีรษะ รินรดาเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าคินน์ได้เดินเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ในมือของเขามีกาแฟดำร้อนส่งควันฉุยแก้วหนึ่ง ซึ่งเจ้าตัวยื่นมาตรงหน้าเธอโดยไม่มีคำอธิบายใด ๆ
“ฉันไม่ดื่มครับ ขอบคุณ” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง หันหน้าหนีไปทางอื่น
“รับ ๆ ไปเถอะน่า อย่าดื้อให้มันมากนักเลยคุณสถาปนิกเจ้าระเบียบ” คินน์ถอนหายใจเบา ๆ น้ำเสียงที่มักจะกวนประสาทและตอกกลับเธออย่างเผ็ดร้อนเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลอย่างประหลาด “มือคุณสั่นหมดแล้วนะริน... หรือจะให้ผมป้อน?”
“คุณคินน์!” รินรดาหันขวับมามองค้อนด้วยใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือความอายกันแน่ “พูดจาอะไรไม่เข้าท่า กรุณาให้เกียรติสถานะของเราด้วยครับ เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกัน”
“เพื่อนร่วมงานเหรอ?” คินน์ย่อตัวลงเล็กน้อยให้ใบหน้าของเขาระดับเดียวกับเธอ ดวงตาคมกريบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริงบางอย่าง “มีเพื่อนร่วมงานที่ไหนเขาปกป้องอีกฝ่ายจากคู่หมั้นเฮงซวยบ้างล่ะครับ... อืม หรือว่าคุณอยากให้สถานะมันอัปเกรดเป็นอย่างอื่นมากกว่านั้น?”
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ จังหวะการเต้นของชีพจรในอกเริ่มรัวเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ กลิ่นหอมจาง ๆ ของโคโลญจน์ผสมกับกลิ่นกาแฟกรุ่น ๆ ลอยอบอวลอยู่รอบตัว ทำให้พื้นที่รอบตัวเธอดูแคบลงถนัดตา ระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาน้อยเสียจนเธอแทบจะนับจำนวนขนตาของเขาได้
รินรดาเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสทางสายตานั้น หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นไม่เป็นจังหวะเพราะคำพูดกวน ๆ ของผู้ชายตรงหน้า เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ถอยไปเลยครับคุณคินน์ งานยังไม่เสร็จ อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามแถวนี้”
คินน์หัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอยู่ในอกอย่างน่าฟัง ยอมผายตัวถอยหลังกลับไปยืนตรงดี ๆ แต่โดยดี ทว่าสายตายังคงพินิจพิจารณาร่างบางตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยออกมา
“โอเคครับ ไม่แกล้งแล้ว... มาลุยงานตรงนี้ให้จบกันเถอะ ก่อนที่ฟ้าจะสว่าง” คินน์ผายมือไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงเปิดแบบแปลนค้างไว้ “ผมรู้ว่าคุณแก้โครงสร้างรับน้ำหนักตรงนี้ใหม่เพราะคำนวณเรื่องแรงลมผิดพลาดใช่ไหมล่ะครับ ถึงปากจะบอกว่าผมทำงานสะเพร่า แต่ลับหลังคุณก็ช่วยตามเช็ดตามล้างให้ตลอด... ปากแข็งชะมัดเลยนะคุณเนี่ย”
รินรดานิ่งงัดไปเมื่อถูกจับไต๋ได้ เธอกระแอมเบา ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า “ใครตามเช็ดตามล้างให้คุณกัน อย่ามโนครับ ผมแคไม่อยากให้โปรเจกต์นี้พังเพราะความติสต์แตกของคุณต่างหาก”
“ครับ ๆ ตามใจคุณเลยครับคุณสถาปนิกคนเก่ง” คินน์ยิ้มละมุน รอยยิ้มที่แทบจะไม่เคยปรากฏให้ใครเห็น รอยยิ้มที่ไม่ได้เคลือบด้วยความกวนประสาทหรือการประชดประชัน แต่มันคือรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจจนรินรดาเผลอมองค้างไปชั่วขณะ
ตลอดหลายชั่วโมงต่อมา บรรยากาศในห้องทำงานเงียบสงบลงอย่างน่าประหลาด ความตึงเครียดจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยเสียงคลิกเมาส์ เสียงกระดาษพลิก และเสียงถอนหายใจเป็นระยะ คินน์ไม่ได้นั่งลอยชายเหมือนเคย เขากลับก้มหน้าก้มตาช่วยเธอดึงข้อมูลโครงสร้างอย่างขันแข็ง และทุกครั้งที่สายตาของพวกเขากลับมาประสานกันบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ รินรดาก็พบว่าช่องว่างระหว่างหัวใจของเธอกับผู้ชายปากร้ายคนนี้มันช่างบางเบาเหลือเกิน... บางเบาจนแทบจะทะลุผ่านหากันได้อยู่แล้ว
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงตีสอง เสียงแจ้งเตือนข้อความไลน์จากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะของรินรดาก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับเสียงสั่นครืดคราดที่ทำลายความเงียบ
รินรดาเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียว แต่ข้อความสั้น ๆ นั้นกลับทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบลงทันที
*[ข้อความจาก: ธน์]*
*"ถ้ารินไม่กลับมาภายในคืนนี้... พรุ่งนี้เช้าบริษัทสถาปัตย์คู่แข่งของคุณจะได้รับแฟ้มผลงานลับทั้งหมดที่ผมถืออยู่ รับรองว่าบริษัทคุณเจ๊งแน่!"*
มือบางที่กำลังถือปากกาอยู่ถึงกับสั่นเทา สีหน้าของรินรดาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความตื่นตระหนกฉายชัดผ่านแววตาคู่นั้นจนคินน์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ สังเกตเห็นความผิดปกติได้ทันที
“เกิดอะไรขึ้นครับริน?” คินน์ถามเสียงเข้ม รอยยิ้มเมื่อครู่อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย ใบหน้าคมคายตึงเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของหญิงสาว
รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ที่ลำคอ เธอเงยหน้าขึ้นมองคินน์ด้วยแววตาที่สั่นระริก ปากบางอ้าพะงาบคล้ายอยากจะเอ่ยบางอย่างแต่เสียงกลับติดอยู่แค่ในลำคอ... ในขณะที่เธอกำลังจะอ้าปากสารภาพปมหายนนะที่กำลังจะเกิดขึ้น ประตูห้องทำงานที่ควรจะล็อกไว้จากด้านใน กลับส่งเสียง ‘คลิก’ เบา ๆ ก่อนจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคาะเตือนจากบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ!
ร่างสูงโปรดของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก และภาพนั้นก็ทำให้ทั้งคินน์และรินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอินและฟินไปกับความซึนของพี่คินน์และน้องรินนะครับ เจอกันตอนหน้าครับ!
เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท•ตอนที่ 6
รอยยิ้มที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากาก
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!