เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท•ตอนที่ 14

ความคลั่งรักแบบซึนเดเระ

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษไขแปลนแบบร่างลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานกึ่งชั่วคราว ณ ไซต์งานก่อสร้างตึกระฟ้าใจกลางเมือง รินรดากำลังขะมักเขม้นอยู่กับการตรวจแก้แบบรายละเอียดโครงสร้างขั้นสุดท้าย นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายบางเฉียบกำลังจดบันทึกลงบนแท็บเล็ตด้วยความเร็วสูง ทว่าในหัวของเธอกลับไม่ได้โฟกัสอยู่แค่เรื่องลายเส้นสถาปัตยกรรมอย่างที่ควรจะเป็น สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของคินน์ในห้องประชุมเมื่อวานยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายนิ้ว มันไม่ใช่สัมผัสที่ฉาบฉวย แต่มันหนักแน่นและเด็ดเดี่ยวราวกับคำประกาศิตว่า *เขาจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเธอในเกมสกปรกนี้เด็ดขาด* "ถ้าคุณยังจ้องหน้าจอด้วยสายตาอาฆาตขนาดนั้น ผมเกรงว่ากระจกกันรอยแท็บเล็ตราคาแพงของคุณคงจะร้าวเป็นทางยาวก่อนที่โปรเจกต์นี้จะปิดจ๊อบนะครับ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำติดกวนประสาทดังขึ้นจากมุมห้อง รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองทันที คินน์ยืนกอดอกพิงกรอบประตูในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแกร่งที่ผ่านการทำงานหนักหน่วง ใบหน้าคมคายนั้นประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มที่เธอมักจะหมั่นไส้แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันมีเสน่ห์จนน่าหงุดหงิด "ฉันจะจ้องอะไรมันก็เรื่องของฉันค่ะ... เอ๊ย! เรื่องของฉันครับ" รินรดาเผลอหลุดปากแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าช่วงนี้เธอต้องระวังตัวแจไม่ให้เผลอใช้คำพูดติดปากต่อหน้าตาคนกวนประสาทคนนี้ คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและพอดังพอให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ เขาเดินสาวเท้าเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือเธอโดยใช้ระยะห่างที่ใกล้เกินความจำเป็น จนรินรดาต้องเอนตัวหลบโดยอัตโนมัติ "ระวังหน่อยสิครับ คุณเป็นสถาปนิกนะ ไม่ใช่นักกายกรรม จะได้ต้องคอยแอ่นตัวหลบโน่นหลบีนอยู่เรื่อย" คินน์เอ่ยแซوพลางยื่นแก้วกระดาษสีน้ำตาลอุ่นจัดมาตรงหน้าเธอ "กินซะ หน้าซีดเป็นไก่ต้มโรงงานมาตั้งแต่เช้าแล้ว เดี๋ยวเป็นลมล้มพับไป ผมขี้เกียจแบกคุณฝ่าฝุ่นปูนลงไปข้างล่างนะบอกไว้ก่อน" รินรดากะพริบตาปริบๆ มองแก้วเครื่องดื่มในมือเขา สลับกับใบหน้าคมที่แกล้งทำเป็นมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ ชายหนุ่มทำเป็นสนใจลายเส้นบนผนังคอนกรีตเปลือยเสียเต็มประดา แต่ใบหูข้างที่หันมาทางเธอกลับแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด นี่น่ะเหรอ... วิธีแสดงความห่วงใยของสถาปนิกอาร์ตตัวพ่อปากจัด? ซึนเดเระชัดๆ! "โกโก้อุ่น?" รินรดาเลิกคิ้วขึ้นสูง "คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบดื่มอะไรตอนเครียดๆ?" "ผมไม่ได้ใส่ใจคุณหรอกน่า" คินน์รีบสวนกลับทันควัน น้ำเสียงติดจะกระด้างขึ้นมาทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความโป๊ะของตัวเอง "แค่บังคับให้เด็กวิ่งไปซื้อกาแฟ แล้วสั่งให้มันซื้ออะไรก็ได้ที่เด็กประถมชอบกินมาเผื่อต่างหากเล่า อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยคุณสถาปนิกเจ้าระเบียบ" "อ๋อเหรอคะ... เอ๊ย! ครับ!" รินรดาแกล้งลากเสียงสูง เธอรับแก้วโกโก้มาถือไว้ ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านผ่านฝ่ามือเข้ามาถึงขั้วหัวใจ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด "งั้นก็ขอบคุณ 'เด็กส่งของจำเป็น' คนนี้ก็แล้วกันนะครับ ที่กรุณาเมตตาคนแก่ใกล้ตายอย่างฉัน" "ใครแก่? พูดใหม่ซิริน" คินน์หรี่ตามองอย่างคาดโทษ ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกก้าว จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับโต๊ะเขียนแบบ เสียงลมหายใจของเขากลิ่นสะอาดเจือจางด้วยกลิ่นเปปเปอร์มินต์และกาแฟคั่วอ่อนๆ ลอยปะทะจมูก ชวนให้สมองตื้อตันไปหมด บรรยากาศในห้องแคบๆ พลันเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องจักรในไซต์งานก่อสร้างด้านนอกราวกับถูกปิดสลัก เหลือเพียงจังหวะการเต้นของหัวใจสองดวงที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกริบของคินน์ที่มองตรงมานั้นไม่มีแววหยอกล้อเล่นหัวหลงเหลืออยู่เลย มันเต็มไปด้วยความจริงจัง ความดุดัน และประกายความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงเสียจนเธอต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนี "ถอยไปเลยนะคินน์ คุณเริ่มล้ำเส้นพื้นที่ส่วนตัวของฉันเกินไปแล้ว" เธอพยายามดึงเสียงให้แข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อถึงใบหูกลับหักล้างคำพูดของเธอจนหมดสิ้น "พื้นที่ส่วนตัวอะไรกันครับ..." คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน เสียงกระซิบของเขาพร่าต่ำและสั่นพร่าเล็กน้อย "ในเมื่อกระดาษทุกแผ่น แบบแปลนทุกฉบับ และแม้กระทั่งหัวใจเฮงซวยของคุณ... ตอนนี้มันก็อยู่ในกำมือผมหมดแล้วไม่ใช่เหรอครับ ริน" คำพูดนั้นทำเอาสถาปนิกสาวผู้ยึดมั่นในหลักวิศวกรรมถึงกับสมองรันต่อไม่ได้ เธอนิ่งอึ้ง หัวใจเต้นรัวกระหน่ำราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างหู ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาบนพวงแก้มจนแทบจะระเบิด เพล้ง! เสียงวัตถุบางอย่างกระแทกเข้ากับพื้นกระจกนอกห้องทำงานดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเร่งรีบที่วิ่งหนีหายไปในความมืดของโถงทางเดินที่ยังสร้างไม่เสร็จ คินน์ชะงัก ร่างสูงผละออกจากรอดตัวเธออย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันและเฉียบคมในเสี้ยววินาที สัญชาตญาณนักล่าตื่นตัวเต็มที่ "มีคนแอบฟัง" คินน์กระซิบเสียงลอดไรฟัน มือหนาเอื้อมมาคว้าข้อมือของรินรดากระชับแน่นทันที "อยู่ตรงนี้ ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด..." แต่ยังไม่ทันที่คินน์จะได้ก้าวพ้นประตูเงาร่างของใครบางคนก็พุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ "อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะเวลาสวีทหวานเลี่ยนของคู่รักนักออกแบบหรือเปล่าเอ่ย?" รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ก้าวเข้ามาอย่างอวดดี *ปกรณ์!* "แกเข้ามาทำอะไรที่นี่!" รินรดาผุดลุกขึ้นตะคอกเสียงกร้าว "ก็มาดูผลงานของพวกเธอน่ะสิ..." ปกรณ์ยิ้มเหี้ยม ชูแฟ้มเอกสารในมือขึ้นสูง "โดยเฉพาะ 'หลักฐานชิ้นสำคัญ' ที่จะทำให้โปรเจกต์ร้อยล้านนี้พังพินาศคามือฉันคนเดียว!" คินน์หรี่ตาลง รอยยิ้มมุมปากที่เคยดูขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาดุดันราวกับพญาเสือที่พร้อมขย้ำเหยื่อให้แหลกคามือ บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงจนน่ากลัว "อยากลองดีนักใช่ไหมครับ..." คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปหาปกรณ์ด้วยท่าทีคุกคาม "งั้นเดี๋ยวผมจะสอนคุณเอง... ว่านรกบนดินที่แท้จริงน่ะ หน้าตามันเป็นยังไง" ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%