"คุณกำลังทำลายทุกอย่างที่ผมพยายามสร้างมาด้วยอีโก้เฮงซวยของคุณคนเดียว รินรดา!"
เสียงทุ้มต่ำของคินน์ไม่ได้ตะคอก แต่มันกลับดังก้องไปทั่วสตูดิโอออกแบบที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดานั้นมากพอจะทำให้บรรยากาศรอบข้างบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังแสดงผลแบบร่างโครงสร้างซึ่งเธอกด 'อนุมัติ' ส่งให้ฝ่ายก่อสร้างไปเมื่อสิบนาทีก่อน
รินรดาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า มือบางกำปากกาสไตลัสในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เธอเชิดหน้าขึ้น สบตากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวและ... ความผิดหวัง
"อีโก้เหรอคะ? ฉันทำตามหลักวิศวกรรมที่ถูกต้อง ข้อมูลที่ฉันส่งไปมันผ่านการคำนวณความปลอดภัยมาแล้ว ไม่ใช่แค่เอาความ 'อาร์ต' ของคุณมาเป็นตัวตั้งเหมือนที่ชอบทำ" เธอตอกกลับ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากและเย็นเยียบ เขาก้าวเข้ามาอีกก้าว จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอนั้นเหลือเพียงลมหายใจกั้น "หลักวิศวกรรม? คุณกำลังพูดถึงตัวเลขตายตัวในกระดาษงั้นสิ? ริน... โปรเจกต์นี้มันคือหัวใจของออฟฟิศเรา ถ้าโครงสร้างตรงนั้นมันดูบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนไปจากวิสัยทัศน์ที่ผมวางไว้ สิ่งที่คุณส่งไปน่ะ มันก็แค่ขยะทางสถาปัตยกรรมที่ไม่มีจิตวิญญาณ!"
"แต่มันปลอดภัย! และมันประหยัดงบประมาณตามที่ลูกค้าต้องการ!" รินรดาแทรกขึ้นทันควัน "คุณมันเอาแต่ใจตัวเอง คินน์ คุณไม่เคยสนเลยว่าโปรเจกต์นี้มันต้องจบลงยังไงถ้าเราดึงดันทำตามจินตนาการเพ้อเจ้อของคุณต่อไป"
คินน์ก้าวเข้ามาอีกจนแผ่นหลังของรินรดาชิดกับขอบโต๊ะทำงาน เขาใช้มือทั้งสองข้างยันขอบโต๊ะกักขังเธอไว้ในวงแขน สายตาคู่นั้นกวาดมองใบหน้าที่พยายามจะทำเป็นนิ่งเฉยของเธอด้วยความรู้สึกที่พุ่งพล่านจนยากจะควบคุม
"ผมเพ้อเจ้อเหรอ?" เขาโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน "ถ้างั้นเรามาดูกันไหมว่า 'ความเพ้อเจ้อ' ของผมมันจะทำให้คุณไปต่อไม่เป็นยังไง... รินรดา"
อากาศรอบตัวดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นทันตาเห็น รินรดารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ออกมาจากตัวของชายตรงหน้า เขาไม่ได้แค่โกรธ แต่มีบางอย่างที่ลึกซึ้งและดาร์กกว่านั้นซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีคุกคามคราวก่อน
"ถอยออกไป" เธอสั่ง เสียงเริ่มสั่นเล็กน้อย
"ไม่" คินน์ตอบสั้นๆ มือข้างหนึ่งยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ต่างจากโทนเสียงดุดันทำให้รินรดาชะงัก "คุณอยากเล่นเกมนี้ใช่ไหม? ได้... ผมจะเล่นกับคุณเอง แต่จำไว้ว่า ถ้าโปรเจกต์นี้พังลงเพราะความหัวรั้นของคุณ ผมจะไม่ปล่อยให้คุณเดินออกจากวงจรชีวิตผมไปได้ง่ายๆ แน่"
"คุณหมายความว่ายังไง..."
"หมายความว่าตั้งแต่นาทีนี้เป็นต้นไป คุณจะทำอะไรไม่ได้เลย ถ้าผมไม่พยักหน้าให้" เขาพูดเสียงกระซิบข้างใบหู แรงกดดันเปลี่ยนเป็นความเย้ายวนที่น่าขนลุก "และถ้าคุณอยากให้ผมเชื่อใจคุณนัก ก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิว่าคุณเก่งจริง ไม่ใช่แค่ดีแต่พูด"
คินน์ละมือออกช้าๆ ก่อนจะเดินไปกดปิดหน้าจอโปรเจกต์ที่เธอเพิ่งส่งไปต่อหน้าต่อตา ท่ามกลางความตกใจของรินรดาที่พยายามจะคว้าเมาส์กลับมา แต่เขากลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่นเสียก่อน
"คุณทำอะไรน่ะ! นั่นมันงานทั้งเดือนของฉันนะ!" เธอแผดเสียง
"มันคืองานของ 'เรา' รินรดา ไม่ใช่ของคุณคนเดียว" คินน์กระชากเสียงกลับ ความโกรธปะทุขึ้นมาอีกครั้ง "และถ้าคุณยังไม่ยอมเข้าใจว่าเราต้องทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ใช่คอยขัดขากันแบบนี้ เราก็ไม่มีวันไปถึงจุดหมายได้หรอก"
เขาปล่อยมือเธอออกอย่างแรงจนรินรดาเซไปด้านหลัง ก่อนที่คินน์จะหันหลังเดินไปที่ประตูสตูดิโอ ทว่าก่อนที่เขาจะหมุนลูกบิดออกไป เขาก็หยุดชะงักแล้วหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก
"พรุ่งนี้เช้า ผมจะยกเลิกการส่งไฟล์นั้นทั้งหมด แล้วเราจะรื้อโครงสร้างตรงนั้นใหม่"
"ฉันไม่ทำ!"
คินน์ยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ดูน่ากลัวและร้ายกาจที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา "คุณไม่มีทางเลือกหรอกรินรดา เพราะถ้าคุณไม่ทำ... ผมนี่แหละที่จะเป็นคนทำให้คุณเห็นเองว่า 'นรก' ของจริงน่ะ มันไม่ได้อยู่แค่ในงานออกแบบ แต่มันอยู่ในความสัมพันธ์ของเรานี่แหละ"
เขากำลังจะเปิดประตูออกไป ทว่าทันใดนั้น เสียงเคาะประตูที่ดังรัวเร็วพร้อมกับการเปิดผลัวะเข้ามาของบุคคลที่สามก็ทำให้ทั้งคู่ต้องชะงัก
"คินน์! ริน! เกิดอะไรขึ้น! ทำไมระบบสั่งงานที่ไซต์งานถึงขึ้นเตือนว่าไฟล์โดนระงับกะทันหัน!" เสียงร้อนรนของ 'อานนท์' หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมอาวุโสที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาในสตูดิโอทำเอาบรรยากาศในห้องที่ตึงเครียดอยู่แล้วพุ่งทะลุจุดเดือดขึ้นไปอีก
คินน์หันกลับไปมองอานนท์ด้วยสีหน้าเรียบเฉยผิดกับอารมณ์ข้างใน รินรดาทำได้เพียงยืนนิ่ง ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธที่ยังคุกรุ่นอยู่ลึกๆ เธอรู้ดีว่าเกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และคนที่จะเจ็บปวดที่สุด... อาจไม่ใช่แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
"ไม่มีอะไรครับอานนท์" คินน์ตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าสายตายังคงจับจ้องไปที่รินรดา "แค่กำลังจัดการกับ 'รอยร้าว' ที่มันฝังรากลึกเกินกว่าจะปล่อยไว้เฉยๆ น่ะครับ"
รินรดาแทบจะหยุดหายใจเมื่อคินน์ก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้งท่ามกลางสายตาที่งุนงงของอานนท์ เขาขยับเข้ามากระซิบที่ข้างหูเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจเธอสั่นไหวอย่างควบคุมไม่อยู่
"เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ... คืนนี้ เรายังมีเรื่องที่ต้อง 'เคลียร์' กันอีกยาว"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันแสนวุ่นวายของคินน์และรินรดามาถึงตรงนี้ครับ แล้วพบกันตอนหน้าครับ!
เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท•ตอนที่ 15
รอยร้าวทางความรู้สึก
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริง กับหัวหน้าทีมสุดกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!