“แกคิดว่า... แกเป็นคนเดียวที่ย้อนเวลากลับมาได้งั้นหรือ?”
ประโยคนั้นดังก้องอยู่ในหัวของผม ราวกับเสียงระฆังมรณะที่เตือนให้รู้ว่า เกมกระดานนี้ไม่ได้มีแค่ผมกับธันวาเท่านั้นที่ถือไพ่ในมือ แต่ธันวาในชุดสูทราคาหลักแสนกำลังหัวเราะร่วน แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความเย่อหยิ่งกลายเป็นความบ้าคลั่งที่คาดเดาไม่ได้
ผมก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวใหญ่ในห้องทำงานส่วนตัวของเขา กลิ่นซิการ์ราคาแพงอบอวลไปทั่ว แต่สิ่งที่ผมได้กลิ่นชัดเจนกว่านั้นคือความตายของอาณาจักรที่เขาสร้างขึ้นมา
“ถ้าแกย้อนกลับมาได้จริง ทำไมแกถึงยังแพ้ผมอยู่ทุกก้าวล่ะ ธันวา?” ผมถามพลางหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเขาขึ้นมาเปิดดู รายการโอนเงินผิดกฎหมายและบัญชีลับในต่างประเทศปรากฏเด่นหรา “หรือว่าความจำของแกมันเสื่อมถอยไปพร้อมกับความละโมบของแกกันแน่?”
ธันวาหยุดหัวเราะ มือของเขาที่ถือแก้ววิสกี้สั่นเล็กน้อย “แกมันก็แค่ไอ้เด็กโชคดีที่รู้เรื่องหุ้นล่วงหน้า กวิน... แกคิดว่าแกชนะผมเพราะฝีมือเหรอ? เปล่าเลย แกแค่โชคดีที่ได้เกิดใหม่ในร่างที่มีเงินทุนมากกว่าผมในตอนนั้น!”
เขากระแทกแก้วลงบนโต๊ะจนร้าว “แต่แกไม่มีวันรู้หรอกว่า คนที่มองเห็นอนาคตแล้วพยายามจะแก้ไขมันให้เป็นอย่างที่ตัวเองต้องการน่ะ มันต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง ผมเสียสละทุกอย่าง แม้แต่ความเป็นมนุษย์ เพื่อให้ได้นั่งอยู่ตรงนี้!”
ผมแค่นยิ้ม เย็นเยียบจนธันวาชะงัก “ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแกไม่ใช่การทรยศผมในชาติก่อน แต่มันคือการคิดว่า 'ความรู้' มีค่ามากกว่า 'จริยธรรม' ในโลกของการเงิน ต่อให้แกย้อนเวลากลับมาได้สิบครั้ง แต่ถ้าแกยังใช้เล่ห์เหลี่ยมสกปรก แกก็ไม่มีวันขึ้นไปยืนในจุดที่สูงกว่าผมได้หรอก”
ผมกดปุ่มส่งสัญญาณที่ข้อมือ เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูห้องทำงานที่เก็บเสียงอย่างดีก็ถูกกระชากเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ชุดดำจากหน่วยปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
ธันวาเบิกตากว้าง เขาลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้ม “นี่แก... แกแจ้งตำรวจงั้นเหรอ! แกคิดว่าหลักฐานแค่นี้จะเล่นงานผมได้หรือไง? ผมมีทนายที่เก่งที่สุดในประเทศ!”
“ทนายของแกตอนนี้กำลังติดธุระอยู่ที่สถานีตำรวจแล้วครับ” ผมพูดพลางขยับเนกไทให้เข้าที่ “อ้อ แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องหุ้นในพอร์ตของแกนะ ผมจัดการชอร์ตเซล (Short Sell) มันจนหมดเกลี้ยงตั้งแต่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว ตอนนี้มูลค่าบริษัทของแกเหลือไม่ถึงศูนย์ด้วยซ้ำ”
เจ้าหน้าที่กรูเข้ามาควบคุมตัวธันวา เขาดิ้นรนขัดขืน ตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยอำนาจตอนนี้บิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัว เขาไม่ได้กลัวคุก แต่เขากลัว 'ความว่างเปล่า' ที่กำลังจะมาเยือน
“กวิน! ไอ้คนเลว! แกทำแบบนี้กับเพื่อนได้ยังไง!”
“เพื่อน?” ผมทวนคำนั้นเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าไปกระซิบข้างหูเขาในจังหวะที่เจ้าหน้าที่กำลังใส่กุญแจมือ “เพื่อนเขาก็ทำแบบนี้แหละครับ... เขาจะช่วยให้แกหลุดพ้นจากความทรมานของการที่ต้องโกหกตัวเองไปตลอดชีวิต”
ผมยืนมองแผ่นหลังของศัตรูคู่อาฆาตที่ถูกลากออกไปจากห้องชีวิตที่เขาสร้างมาด้วยความหยิ่งผยองพังทลายลงในพริบตา ไม่ใช่ด้วยอาวุธ แต่ด้วยตัวเลขและกลยุทธ์ที่แม่นยำดุจเข็มนาฬิกา
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องทำงาน ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรหาคนสนิทเพื่อรายงานผล แต่แล้วข้อความตัวเลขบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของธันวากลับกะพริบถี่ๆ เหมือนถูกแฮ็กจากภายนอก
ตัวอักษรสีแดงปรากฏขึ้นบนจอมอนิเตอร์แทนที่กราฟหุ้นที่พังพินาศ...
*‘สนุกพอหรือยัง กวิน? ธันวามันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่เสียสละให้แกขึ้นมานั่งบนกระดานนี้... หันมามองข้างหลังสิ เจ้าของกระดานตัวจริงกำลังรอพบแกอยู่’*
หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะ ผมค่อยๆ หันกลับไปมองที่มุมมืดของห้องทำงานที่ผมคิดว่าว่างเปล่ามาตลอด แต่ทว่า... เงาร่างของชายคนหนึ่งในชุดสูทสีเทาเข้ม กำลังนั่งไขว้ห้างอยู่บนโซฟารับแขก สายตาของเขาจ้องมองมาที่ผมด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ พร้อมกับรอยยิ้มที่เหมือนกับตัวผมเมื่อหลายปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาด้วยกันจนถึงช่วงเวลาที่เข้มข้นที่สุดแบบนี้นะครับ
ย้อนเวลาล่าแค้น: พลิกกระดานหุ้น รวยหมื่นล้านในพริบตา•ตอนที่ 31
ฉากจบของศัตรู
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล่าแค้น: พลิกกระดานหุ้น รวยหมื่นล้านในพริบตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!