“ตัวเลขในบัญชีของบริษัทคุณกำลังเต้นระบำอยู่บนปากเหว ธันวา... คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าต้องการจะไปต่อในดีลนี้?”
เสียงของกวินราบเรียบ ทว่าทรงพลังพอที่จะทำให้ความเงียบภายในห้องทำงานส่วนตัวของธันวากลายเป็นความอึดอัดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก กวินนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง มือขวาหมุนแหวนเงินที่นิ้วนางเล่นอย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบคู่เดิมจ้องมองชายผู้เคยเป็นเพื่อนสนิทที่บัดนี้ใบหน้าซีดเผือดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ
ธันวากระชากเอกสารรายงานสถานะทางการเงินบนโต๊ะออกห่างจากตัว มือของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่ได้โง่ เขาเป็นนักธุรกิจที่ไต่เต้ามาจากความละโมบ แต่อันดับความน่าเชื่อถือที่ดิ่งลงเหวในช่วงสามวันที่ผ่านมามันเหนือความคาดหมายไปไกลเกินกว่าที่อัลกอริทึมการเทรดของเขาจะรับมือได้
“นายทำอะไรลงไป...” ธันวาเค้นเสียงถามผ่านลำคอที่แห้งผาก “นายทุบหุ้นในพอร์ตฉันจนย่อยยับด้วยเงินทุนมหาศาลจากที่ไหน กวิน? ตลาดหุ้นไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่นายจะมาปั่นหัวใครก็ได้ตามอำเภอใจนะ!”
กวินลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นแสงไฟจากตึกระฟ้าในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ ก่อนจะหันกลับมามองธันวาด้วยรอยยิ้มที่บางเบาจนดูน่ากลัว
“ผมไม่ได้ปั่นหัวใครครับธันวา ผมแค่ ‘ทวงคืน’ สิ่งที่ควรจะเป็นของผมตั้งแต่วันแรกที่นายทรยศผมในชาติก่อน... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึงเมื่อสามปีก่อน” กวินจงใจทิ้งช่วงจังหวะให้คำพูดนั้นบาดลึกลงไปในใจของอีกฝ่าย “นายคิดว่านายฉลาดที่ขโมยข้อมูลลับไปขายเพื่อสร้างอาณาจักรธุรกิจนี้ แต่ลืมไปหรือเปล่าว่าคนที่เป็นคนสอนนายเขียนโปรแกรมเทรดอัลกอริทึมคนแรกน่ะ คือใคร?”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ธันวารู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งถ่วงอยู่ในท้อง หนี้สินมหาศาลที่เกิดจากการทำ Margin Call ของหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ที่เขาไปเก็งกำไรพลาดไว้กำลังกลายเป็นพายุหมุนที่พร้อมจะกลืนกินทุกอย่างที่เขาพยายามสร้างมา
ธันวาพยายามสูดหายใจลึก เขาพยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่ “ฉันยังมีแผนสำรอง ฉันยังมีนักลงทุนจากต่างชาติที่พร้อมจะอัดฉีดเงินทุนเพิ่ม นายคิดว่านายจะชนะฉันได้เหรอ กวิน? ถ้าฉันล้ม นายก็ไม่ได้อะไรเลยนอกจากความสะใจ!”
“ใครบอกว่าผมสะใจ?” กวินเดินเข้ามาใกล้จนเกือบประชิดตัวธันวา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของกวินผสมกับกลิ่นอายแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้ธันวาถอยหลังกรูดไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน “ผมไม่ได้ต้องการแค่ความสะใจ แต่ผมต้องการ ‘ความฉิบหาย’ ของคุณในแบบที่แม้แต่เศษเหรียญคุณก็จะไม่เหลือไว้ซื้อข้าวกิน”
กวินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดส่งข้อความสั้นๆ เพียงประโยคเดียว ก่อนจะเก็บมันลงกระเป๋าเสื้อสูทอย่างเรียบร้อย
“ธันวาครับ... ลองเช็กหน้าจอ Bloomberg ของนายดูอีกรอบสิครับ หุ้นบริษัทคู่ค้าหลักของนายเพิ่งประกาศระงับการปล่อยสินเชื่อเมื่อสามนาทีที่แล้ว และนั่นหมายความว่า ‘เส้นตาย’ ของคุณได้มาถึงก่อนเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาแล้ว”
สีหน้าของธันวาเปลี่ยนเป็นสีซีดขาวทันที เขาตะครุบคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กบนโต๊ะด้วยอาการลนลาน นิ้วมือรัวพิมพ์แป้นพิมพ์อย่างบ้าคลั่ง ดวงตาเบิกโพลงเมื่อเห็นตัวเลขสีแดงฉานที่กระพริบถี่ๆ บ่งบอกถึงการเทขายครั้งมโหฬารจากกองทุนปริศนาที่เขาไม่เคยรู้จักชื่อมาก่อน
“มันเป็นไปไม่ได้... ใครจะเป็นคนกล้าทุ่มเงินขนาดนี้เพื่อถล่มหุ้นฉันในคราวเดียว!” ธันวาตะโกนก้องห้องทำงาน เสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
กวินไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา เขาเพียงแค่ขยับเนกไทให้เข้าที่ แล้วก้าวเดินไปที่ประตูด้วยท่าทีสุขุมราวกับเพิ่งจิบกาแฟเสร็จในยามบ่ายที่แสนปกติ เขาหยุดเดินที่หน้าประตู มือแตะลูกบิดก่อนจะหันกลับมาส่งสายตาเย็นชาให้ชายผู้กำลังพินาศอยู่เบื้องหลัง
“คุณสงสัยใช่ไหมครับว่าใครเป็นคนจ่ายเงินก้อนนี้?” กวินยิ้มที่มุมปาก “เดี๋ยวคุณก็ได้รู้... แต่บอกไว้ก่อนนะ ความเจ็บปวดที่แท้จริงน่ะ มันไม่ได้อยู่ตรงที่ตัวเลขในพอร์ตติดลบหรอก แต่มันอยู่ที่การได้เห็น ‘ความหวังสุดท้าย’ ของคุณถูกทำลายลงโดยคนที่คุณนึกไม่ถึง”
กวินผลักประตูออก แต่ก่อนที่เขาจะก้าวพ้นห้องนั้นไป เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์ของธันวาก็ดังขึ้นพร้อมกันรัวๆ ราวกับเสียงปืนกล ธันวารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ภาพในจอทำให้เขาเข่าอ่อนล้มลงไปกองกับพื้น มือที่ถือเครื่องสื่อสารร่วงหล่นลงบนพรมหนา
นั่นไม่ใช่แจ้งเตือนจากธนาคาร แต่มันคือภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่ส่งตรงมาถึงเขา ในภาพนั้น... ใครบางคนกำลังยืนอยู่ในห้องนิรภัยส่วนตัวที่บ้านพักของเขา ห้องที่เขาเก็บเอกสารสำคัญทั้งหมดที่ใช้ฟอกเงินและทำเรื่องผิดกฎหมายเอาไว้
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนเริ่มดังขึ้นจากทางเดินนอกห้อง ไม่ใช่เสียงของกวิน... แต่เป็นเสียงของชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำที่ดูคุ้นตาเสียเหลือเกินว่าพวกเขาเป็นใคร
“กวิน! แกทำอะไรลงไป! แกไปหาพวกมันมาตั้งแต่เมื่อไหร่!” ธันวาตะโกนถามด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
กวินหยุดยืนนิ่งอยู่ที่กรอบประตู เขาไม่หันกลับมามอง แต่พูดทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียวที่ทำให้เลือดในกายของธันวาเย็นเฉียบจนแข็งค้าง
“ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับธันวา... ผมแค่ส่ง ‘ที่อยู่’ ของคุณให้ ‘เจ้าหนี้ตัวจริง’ ที่คุณเคยโกงเขาไปเมื่อห้าปีก่อนได้รับทราบเท่านั้นเอง... ขอให้โชคดีกับบทเรียนครั้งสุดท้ายนะครับเพื่อนรัก”
ประตูห้องทำงานปิดลงเบาๆ ทิ้งไว้เพียงเสียงเคาะประตูจากภายนอกที่หนักแน่นและดุดัน ราวกับเสียงเคาะจากยมทูตที่มาทวงถามบัญชีแค้นที่ถึงเวลาต้องชำระเสียที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับผมในเกมกระดานหุ้นครั้งนี้ครับ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ
ย้อนเวลาล่าแค้น: พลิกกระดานหุ้น รวยหมื่นล้านในพริบตา•ตอนที่ 21
เส้นตายของธันวา
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล่าแค้น: พลิกกระดานหุ้น รวยหมื่นล้านในพริบตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!