"มึงจะทำอะไรกวิน? เงินก้อนสุดท้ายในบัญชีที่เหลือติดตัวมึง มีไว้เพื่อเป็นค่าเช่าห้องกับค่าข้าวประทังชีวิต ไม่ใช่เอาไปละลายทิ้งในกระดานหุ้นขยะแบบนั้น!"
เสียงของชายวัยกลางคนที่เป็นเจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ดังขึ้นข้างหู กวินไม่แม้แต่จะหันไปมอง สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าที่ส่งเสียงครางฮือเหมือนจะดับแหล่ไม่ดับแหล่ แสงสีฟ้าจากจอสะท้อนในแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งของเขา กวินสูดลมหายใจลึก กลิ่นอับของพรมและกลิ่นบุหรี่จางๆ ในร้านไม่ได้ทำให้สมาธิของเขาไขว้เขวแม้แต่น้อย
มือของเขาขยับเมาส์อย่างแม่นยำ ปลายทางคือหุ้นตัวหนึ่งที่ใครต่างก็มองว่ามันเป็นแค่ 'หุ้นปั่นขยะ' ที่รอวันโดนถอดออกจากตลาด แต่ในความทรงจำของเขา... หุ้นตัวนี้กำลังจะประกาศดีลควบรวมกิจการลับๆ กับบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติในอีก 72 ชั่วโมงข้างหน้า
"พี่สมชาย... ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ" กวินตอบเสียงเรียบ นิ่งสงบจนอีกฝ่ายชะงัก "แต่เงินก้อนนี้มันไม่ได้มีไว้เพื่อประทังชีวิต แต่มันมีไว้เพื่อซื้ออิสรภาพที่ผมเคยสูญเสียไป"
นิ้วเรียวยาวของกวินกดปุ่ม 'Enter' ยืนยันคำสั่งซื้อจนหมดหน้าตัก ตัวเลขเงินเก็บหลักหมื่นบาทที่เขารวบรวมมาจากการขายของใช้เก่าและกู้หนี้ยืมสินมาบ้างเล็กน้อย ถูกเปลี่ยนเป็นหุ้นตัวเลขหลักล้านหุ้นในชั่วพริบตา หัวใจของเขาไม่ได้เต้นรัวด้วยความตื่นเต้นเหมือนนักพนันทั่วไป แต่มันกลับเต้นเป็นจังหวะที่เยือกเย็นและหนักแน่น ราวกับกำลังกดปุ่มลั่นไกปืนใส่ศัตรูที่อยู่ห่างออกไปนับพันไมล์
วินาทีที่คำสั่งซื้อสำเร็จ กราฟราคาหุ้นตัวนั้นยังคงนิ่งสนิทเหมือนเส้นกราฟหัวใจของคนตาย แต่นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของความหายนะที่เขาเตรียมไว้ให้ 'ธันวา'
ในชาติก่อน ธันวาคือเพื่อนที่เขารักและไว้ใจที่สุด มันเป็นคนที่หยิบยื่น 'โอกาส' การลงทุนหุ้นตัวนี้ให้เขาในตอนที่สายเกินไป เพื่อล่อให้เขาทุ่มเงินทั้งหมดที่มีลงไป ก่อนจะเทขายทิ้งจนกวินหมดตัวและตกเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวจนต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถ แต่วันนี้... กวินก้าวขึ้นมาก่อนหน้ามันสามวัน
"นายกำลังทำอะไรอยู่ กวิน..." เสียงทุ้มต่ำและเย่อหยิ่งดังขึ้นที่ด้านหลัง กวินไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่พยายามจะกลบกลิ่นเหงื่อแห่งความโลภนั้นเป็นเอกลักษณ์ของ 'ธันวา'
ธันวาเดินเข้ามาใกล้ วางมือบนไหล่ของกวินอย่างถือวิสาสะ สายตาของมันกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อนจะแค่นหัวเราะ "ซื้อหุ้นตัวนี้เหรอ? นายไปฟังข่าวโคมลอยมาจากไหน ถึงได้เอาเงินเก็บทั้งชีวิตมาทิ้งกับหุ้นซอมบี้แบบนี้ หึ... นายก็ยังเหมือนเดิมนะกวิน ไม่เคยมีความเฉลียวฉลาดในเรื่องเงินทองเลย"
กวินค่อยๆ หมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเพื่อนรักที่แปรเปลี่ยนเป็นศัตรู มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ธันวาอ่านไม่ออก รอยยิ้มที่ดูสุภาพแต่แฝงไปด้วยคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือน
"แล้วนายล่ะธันวา คิดว่าหุ้นตัวนี้จะไปทางไหน?" กวินถามเสียงนุ่ม
ธันวาปัดมือออกพลางจัดปกเสื้อให้เข้าที่ "ฉันน่ะเหรอ? ฉันกำลังเตรียมชอร์ตหุ้นตัวนี้อยู่ เพราะฉันมีข้อมูลวงในว่าเจ้าของบริษัทกำลังเตรียมยื่นล้มละลาย นายรีบขายทิ้งก่อนที่เงินจะกลายเป็นศูนย์เถอะนะ ถือว่าฉันเตือนในฐานะเพื่อน"
"ขอบใจนะสำหรับคำแนะนำ" กวินกล่าวพลางลุกขึ้นยืน ความสูงที่มากกว่าธันวาเล็กน้อยทำให้เขามองลงไปที่เพื่อนรักด้วยแววตาที่มองเห็นทะลุไปถึงไส้ใน "แต่ฉันว่า... ครั้งนี้เราคงต้องลองเดิมพันกันดูสักตั้ง"
กวินเดินออกมาจากร้านอินเทอร์เน็ต ทิ้งให้ธันวายืนงงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคนของเขา อากาศข้างนอกเริ่มเย็นลง กวินมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ไร้แสงดาว เขาไม่ได้มีความสุขที่ได้เริ่มก้าวแรก แต่นี่คือภารกิจที่เขาต้องทำให้สำเร็จ เพื่อล้างแค้นคนที่พรากทุกอย่างไปจากเขา
สามวันผ่านไป...
กวินนั่งอยู่ในคาเฟ่หรูใจกลางย่านการเงิน จิบกาแฟดำช้าๆ ขณะที่หน้าจอแท็บเล็ตตรงหน้าแสดงผลกราฟที่พุ่งทะยานขึ้นเป็นแท่งสีเขียวมหาศาล ราคาหุ้นตัวนั้นดีดตัวขึ้นกว่า 500% หลังจากการประกาศข่าวดีลระดับโลกในช่วงเช้ามืด
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นตา กวินกดรับสายด้วยความใจเย็น
"กวิน... นาย... นายทำแบบนี้ได้ยังไง!" เสียงของธันวาปลายสายสั่นเครือและเต็มไปด้วยความโกรธแค้น "นายรู้เรื่องนี้ได้ยังไง! ข้อมูลนี้มันเป็นความลับระดับสูงสุด คนนอกไม่มีทางรู้!"
กวินยิ้มบางๆ พลางมองดูตัวเลขในพอร์ตที่พุ่งสูงจนน่าตกใจ เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับถามกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพราวกับกำลังถามถึงดินฟ้าอากาศ "ธันวา... นายจำคำพูดของนายเมื่อสามวันก่อนได้ไหม ที่บอกว่า 'ชีวิตมันไม่ได้มีไว้ให้พลาด' น่ะ?"
"มึง... มึงเป็นคนทำเรื่องทั้งหมดนี้ใช่ไหม! นายเป็นคนปั่นข่าวใช่ไหม!"
"เปล่าหรอกธันวา... ฉันก็แค่คนที่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น และที่สำคัญที่สุด..." กวินเว้นจังหวะให้ลมหายใจของอีกฝ่ายสะดุด "ฉันรู้ว่านายเตรียมเงินกู้มาวางเดิมพันชอร์ตหุ้นตัวนี้ไว้เท่าไหร่ ตอนนี้พอร์ตของนายคงกำลังถูกเรียก Margin Call จนเกือบหมดตัวแล้วใช่ไหมล่ะ?"
ปลายสายเงียบกริบ กวินรู้ดีว่าตอนนี้ธันวากำลังหน้าซีดเผือดอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่หุ้นตัวนั้นกำลังพุ่งไม่หยุด
แต่แล้ว เสียงประตูกระจกของคาเฟ่ก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง กวินเลื่อนสายตาจากหน้าจอไปมองที่ทางเข้า ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดสูทสีขาวสะอาดตาเดินตรงมาที่โต๊ะของเขา เธอไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น 'รินรดา' ทายาทเพียงคนเดียวของมหาเศรษฐีที่ธันวาพยายามจะจับให้ได้ในชาติก่อน
เธอยื่นนามบัตรสีดำสนิทให้กวินด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยและสนใจ "คุณกวินคะ... ข้อมูลที่คุณส่งให้ฉันเมื่อเช้า มันทำให้ตระกูลของเราไม่เสียหายมหาศาล และยังช่วยให้เรากำไรจากการเข้าซื้อหุ้นตัวนี้ได้ทันท่วงที"
เธอนั่งลงตรงข้ามเขาก่อนจะลดเสียงลงต่ำจนแทบจะเป็นกระซิบ "บอกฉันที... คุณรู้เรื่องดีลลับนี้ได้ยังไง ในเมื่อแม้แต่ฉันที่เป็นคนในบริษัทยังไม่รู้ด้วยซ้ำ... หรือว่าคุณคือ 'คนนั้น' ที่พ่อฉันคอยตามหามาตลอด?"
กวินมองนามบัตรในมือ สลับกับดวงตาที่จับจ้องเขาไม่กะพริบ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดคิดไว้ในแผนการ หมากตัวนี้... เดินเข้ามาหาเขาเอง
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางสายนักลงทุนที่ไร้ความปราณีนี้ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ
ย้อนเวลาล่าแค้น: พลิกกระดานหุ้น รวยหมื่นล้านในพริบตา•ตอนที่ 2
หุ้นตัวแรกที่เปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ย้อนเวลาล่าแค้น: พลิกกระดานหุ้น รวยหมื่นล้านในพริบตา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!