สถาปนิกหนุ่มกับอดีตพรีเซนเตอร์ตัวแสบ•ตอนที่ 9

ค่ำคืนในห้องพักชั่วคราว

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
“ปล่อยผมเดี๋ยวนี้ คราม!” เสียงของ ‘กรณ์’ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องพักชั่วคราว ร่างสูงโปร่งของเพื่อนสนิทครามขยับตัวถอยหลังหนึ่งก้าว แววตาของเขาไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากสถาปนิกหนุ่มแม้แต่น้อย ในขณะที่มินตาซึ่งยืนอยู่ข้างหลังครามได้แต่กำชายเสื้อของเขาไว้แน่น ลมหายใจของเธอติดขัดราวกับถูกสูบออกไปจากปอด ครามไม่ได้ปล่อยมือที่ล็อกต้นคอของกรณ์ไว้ แต่กลับออกแรงบีบมากขึ้นจนเห็นเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน ใบหน้าคมคายนั้นนิ่งสนิทจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเพื่อนรักด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า “นายกล้าดีอย่างไร... ที่ก้าวเข้ามาในพื้นที่ของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” เสียงของครามต่ำพร่า ทว่าทุ้มลึกและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกถึงความตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย “พื้นที่ของนาย หรือที่ซ่อนของ ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่กันแน่?” กรณ์เหยียดยิ้มพลางปรายตามองมาที่มินตา แววตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความสมเพชและอะไรบางอย่างที่มินตาอ่านไม่ออก แต่มันทำให้เธอสั่นสะท้านไปถึงกระดูก “ดูเหมือนนายจะลืมไปนะคราม... ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ใสสะอาดอย่างที่นายคิด เธอมีอดีตที่ฝังรากลึกกว่าที่นายเห็นเยอะ” ครามแค่นหัวเราะในลำคอ แรงบีบที่คอของกรณ์ผ่อนลงเล็กน้อย แต่เขายังคงต้อนอีกฝ่ายจนมุมติดผนังห้องพักขนาดกะทัดรัด สถาปนิกหนุ่มหันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลังเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปประจันหน้ากับเพื่อนสนิทด้วยความเย็นชาที่มากกว่าเดิม “อดีตของเธอจะเป็นยังไง ฉันไม่สน... แต่ถ้าใครกล้ามาแตะต้อง ‘ของ’ ของฉัน ก็เตรียมตัวรับผลที่ตามมาให้ดี ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ออกไป!” กรณ์หัวเราะร่าอย่างคนเสียสติ เขาดึงคอเสื้อตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มที่ดูน่าขนลุกให้มินตา “ค่ำคืนนี้อาจจะดูเร่าร้อนนะคราม แต่ระวังให้ดี... บางครั้งสิ่งที่หอมหวานที่สุด ก็มักจะมีพิษร้ายแรงที่สุดแฝงอยู่เสมอ” สิ้นเสียงของกรณ์ ร่างนั้นก็เดินหันหลังออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่หนักอึ้งและกลิ่นอายความตึงเครียดที่ยังคงคุกรุ่น มินตาทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือไม้สั่นเทา เธอพยายามควบคุมสติแต่ทำไม่ได้ เมื่อรับรู้ถึงสายตาของคนที่เพิ่งหันกลับมาหาเธอ ครามเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ฝีเท้าของเขามั่นคงและหนักแน่นเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้เข้ามุม เขาไม่ได้พูดอะไรจนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้นให้สบตากับเขา “บอกฉันมา มินตา... สิ่งที่มันพูด หมายความว่ายังไง?” “ฉัน... ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้จักเขา!” เธอพยายามปฏิเสธ แต่ดวงตาสั่นระริกของเธอกลับทรยศทุกคำพูด “โกหก...” ครามโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งแตะกับพวงแก้มของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดผิวหน้า ทำให้มินตาขนลุกซู่ “ฉันไม่ชอบคนโกหก และยิ่งไม่ชอบถ้าสิ่งที่เธอปกปิดไว้ คือสิ่งที่อาจจะทำลายความอดทนของฉัน” เขาขยับมือจากคางลงมาที่ลำคอระหง สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับกดทับด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน ครามไล้นิ้วผ่านแนวลำคอลงมาถึงร่องอกที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจของเธอ ก่อนจะหยุดลงที่กระดุมเสื้อตัวบนสุดที่หลุดลุ่ย “ในเมื่อเธอไม่พูด... งั้นเรามาใช้ ‘วิธีอื่น’ ที่น่าจะทำให้เธอเปิดปากได้ง่ายขึ้นดีไหม?” เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกระหาย ครามไม่ได้รอคำอนุญาต มือของเขาจัดการกระชากเนื้อผ้าบางเบาออกจนเห็นผิวขาวเนียนที่สั่นไหวใต้แสงไฟสลัวในห้องพักชั่วคราวแห่งนี้ มินตาหลับตาแน่น ความรู้สึกหวาดกลัวและแรงปรารถนาที่ตีรวนกันอยู่ในอกทำให้เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ “อย่า... คราม... อย่าทำแบบนี้” “ฉันกำลังทำ... ทำในสิ่งที่นายต้องการมาตลอดไง มินตา” เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น กลิ่นกายสาวที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้พุ่งทะยานจนเกินควบคุม มืออีกข้างสอดประสานเข้ากับกลุ่มผมของเธอแล้วรั้งให้ใบหน้าเงยขึ้นรับสัมผัสจากเขา ครามมอบจูบที่เร่าร้อนและดุดัน รสจูบที่ไม่ได้มีความอ่อนโยน แต่เต็มไปด้วยความโหยหาและความหึงหวงที่ซ่อนเร้นมานาน เขายกร่างบางขึ้นวางบนเตียงกว้างในทันที ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาด้วยความเด็ดขาด มินตารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาที่เบียดเสียดเข้ามาแนบชิด ทุกสัมผัสที่เขามอบให้มันรุนแรงจนเธอแทบขาดใจ แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับเรียกร้องให้เธอตอบสนองด้วยความต้องการที่หลับใหลอยู่ภายใน ครามถอนริมฝีปากออกช้าๆ มองดูหยาดน้ำใสที่รื้นอยู่ที่หางตาของเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและบิดเบี้ยว “คืนนี้... ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอหนีไปไหนทั้งนั้น ไม่ว่าจะทางร่างกาย หรือความลับที่เธอซ่อนไว้” มือหนาเลื่อนลงไปสัมผัสที่สะโพกมน ออกแรงนวดคลึงผ่านเนื้อผ้าจนเธอต้องเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดทำให้ขอบเขตระหว่างเจ้านายและผู้ช่วยพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ไม่มีอีกแล้วความเกรงใจหรือความยับยั้งชั่งใจ ทุกอย่างในวินาทีนี้เหลือเพียงความต้องการที่เปลือยเปล่า ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะก้าวล้ำไปมากกว่านั้น เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของครามที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบมองหน้าจอด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง ข้อความนั้นกลับทำให้เขานิ่งค้างไปชั่วขณะ มินตาที่พยายามประคองสติลืมตาขึ้นมองชายหนุ่ม และทันใดนั้น เธอสังเกตเห็นแววตาของครามที่เปลี่ยนไป... จากความคลั่งไคล้ดุดัน กลับกลายเป็นความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง ครามละตัวออกจากเธออย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน เขาอ่านข้อความนั้นซ้ำๆ ก่อนจะหันมามองมินตาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เขาเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งอะไรบางอย่างกลับไปอย่างรวดเร็ว “เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ มินตา...” ครามกล่าวด้วยเสียงที่เย็นเยียบจนเธอรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง เขาเดินไปที่ประตูห้องพักชั่วคราว ก่อนจะหันกลับมามองเธออีกครั้ง “อย่าเพิ่งดีใจไป... เพราะคนที่คุณไม่อยากเจอที่สุด ไม่ได้มีแค่คนเดียวหรอก” เสียงล็อกประตูห้องดัง ‘กริ๊ก’ ตามหลังเขาไป ทิ้งให้มินตานั่งตัวสั่นอยู่บนเตียงเพียงลำพัง พร้อมกับความรู้สึกที่ว่า หายนะที่แท้จริงกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเธอมากกว่าที่เคยเป็น ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนนี้ในทุกๆ ตอนนะครับ - วริศร์วิสกี้
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับอดีตพรีเซนเตอร์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%