“ปล่อยผมเดี๋ยวนี้ คราม!”
เสียงของ ‘กรณ์’ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องพักชั่วคราว ร่างสูงโปร่งของเพื่อนสนิทครามขยับตัวถอยหลังหนึ่งก้าว แววตาของเขาไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากสถาปนิกหนุ่มแม้แต่น้อย ในขณะที่มินตาซึ่งยืนอยู่ข้างหลังครามได้แต่กำชายเสื้อของเขาไว้แน่น ลมหายใจของเธอติดขัดราวกับถูกสูบออกไปจากปอด
ครามไม่ได้ปล่อยมือที่ล็อกต้นคอของกรณ์ไว้ แต่กลับออกแรงบีบมากขึ้นจนเห็นเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน ใบหน้าคมคายนั้นนิ่งสนิทจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเพื่อนรักด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า
“นายกล้าดีอย่างไร... ที่ก้าวเข้ามาในพื้นที่ของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” เสียงของครามต่ำพร่า ทว่าทุ้มลึกและเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ทำให้คนฟังรู้สึกถึงความตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
“พื้นที่ของนาย หรือที่ซ่อนของ ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่กันแน่?” กรณ์เหยียดยิ้มพลางปรายตามองมาที่มินตา แววตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความสมเพชและอะไรบางอย่างที่มินตาอ่านไม่ออก แต่มันทำให้เธอสั่นสะท้านไปถึงกระดูก “ดูเหมือนนายจะลืมไปนะคราม... ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ใสสะอาดอย่างที่นายคิด เธอมีอดีตที่ฝังรากลึกกว่าที่นายเห็นเยอะ”
ครามแค่นหัวเราะในลำคอ แรงบีบที่คอของกรณ์ผ่อนลงเล็กน้อย แต่เขายังคงต้อนอีกฝ่ายจนมุมติดผนังห้องพักขนาดกะทัดรัด สถาปนิกหนุ่มหันกลับมามองหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลังเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปประจันหน้ากับเพื่อนสนิทด้วยความเย็นชาที่มากกว่าเดิม
“อดีตของเธอจะเป็นยังไง ฉันไม่สน... แต่ถ้าใครกล้ามาแตะต้อง ‘ของ’ ของฉัน ก็เตรียมตัวรับผลที่ตามมาให้ดี ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม ออกไป!”
กรณ์หัวเราะร่าอย่างคนเสียสติ เขาดึงคอเสื้อตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มที่ดูน่าขนลุกให้มินตา “ค่ำคืนนี้อาจจะดูเร่าร้อนนะคราม แต่ระวังให้ดี... บางครั้งสิ่งที่หอมหวานที่สุด ก็มักจะมีพิษร้ายแรงที่สุดแฝงอยู่เสมอ”
สิ้นเสียงของกรณ์ ร่างนั้นก็เดินหันหลังออกไปจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่หนักอึ้งและกลิ่นอายความตึงเครียดที่ยังคงคุกรุ่น มินตาทรุดตัวลงนั่งบนขอบเตียง มือไม้สั่นเทา เธอพยายามควบคุมสติแต่ทำไม่ได้ เมื่อรับรู้ถึงสายตาของคนที่เพิ่งหันกลับมาหาเธอ
ครามเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ ฝีเท้าของเขามั่นคงและหนักแน่นเหมือนสัตว์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้เข้ามุม เขาไม่ได้พูดอะไรจนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ มือหนาเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้นให้สบตากับเขา
“บอกฉันมา มินตา... สิ่งที่มันพูด หมายความว่ายังไง?”
“ฉัน... ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้จักเขา!” เธอพยายามปฏิเสธ แต่ดวงตาสั่นระริกของเธอกลับทรยศทุกคำพูด
“โกหก...” ครามโน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกโด่งแตะกับพวงแก้มของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดผิวหน้า ทำให้มินตาขนลุกซู่ “ฉันไม่ชอบคนโกหก และยิ่งไม่ชอบถ้าสิ่งที่เธอปกปิดไว้ คือสิ่งที่อาจจะทำลายความอดทนของฉัน”
เขาขยับมือจากคางลงมาที่ลำคอระหง สัมผัสนั้นแผ่วเบาแต่กลับกดทับด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน ครามไล้นิ้วผ่านแนวลำคอลงมาถึงร่องอกที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจของเธอ ก่อนจะหยุดลงที่กระดุมเสื้อตัวบนสุดที่หลุดลุ่ย
“ในเมื่อเธอไม่พูด... งั้นเรามาใช้ ‘วิธีอื่น’ ที่น่าจะทำให้เธอเปิดปากได้ง่ายขึ้นดีไหม?”
เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความกระหาย ครามไม่ได้รอคำอนุญาต มือของเขาจัดการกระชากเนื้อผ้าบางเบาออกจนเห็นผิวขาวเนียนที่สั่นไหวใต้แสงไฟสลัวในห้องพักชั่วคราวแห่งนี้ มินตาหลับตาแน่น ความรู้สึกหวาดกลัวและแรงปรารถนาที่ตีรวนกันอยู่ในอกทำให้เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“อย่า... คราม... อย่าทำแบบนี้”
“ฉันกำลังทำ... ทำในสิ่งที่นายต้องการมาตลอดไง มินตา”
เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น กลิ่นกายสาวที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวเขาให้พุ่งทะยานจนเกินควบคุม มืออีกข้างสอดประสานเข้ากับกลุ่มผมของเธอแล้วรั้งให้ใบหน้าเงยขึ้นรับสัมผัสจากเขา ครามมอบจูบที่เร่าร้อนและดุดัน รสจูบที่ไม่ได้มีความอ่อนโยน แต่เต็มไปด้วยความโหยหาและความหึงหวงที่ซ่อนเร้นมานาน
เขายกร่างบางขึ้นวางบนเตียงกว้างในทันที ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาด้วยความเด็ดขาด มินตารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวจากร่างกายของเขาที่เบียดเสียดเข้ามาแนบชิด ทุกสัมผัสที่เขามอบให้มันรุนแรงจนเธอแทบขาดใจ แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับเรียกร้องให้เธอตอบสนองด้วยความต้องการที่หลับใหลอยู่ภายใน
ครามถอนริมฝีปากออกช้าๆ มองดูหยาดน้ำใสที่รื้นอยู่ที่หางตาของเธอด้วยสายตาที่ลุ่มลึกและบิดเบี้ยว “คืนนี้... ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอหนีไปไหนทั้งนั้น ไม่ว่าจะทางร่างกาย หรือความลับที่เธอซ่อนไว้”
มือหนาเลื่อนลงไปสัมผัสที่สะโพกมน ออกแรงนวดคลึงผ่านเนื้อผ้าจนเธอต้องเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดทำให้ขอบเขตระหว่างเจ้านายและผู้ช่วยพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง ไม่มีอีกแล้วความเกรงใจหรือความยับยั้งชั่งใจ ทุกอย่างในวินาทีนี้เหลือเพียงความต้องการที่เปลือยเปล่า
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะก้าวล้ำไปมากกว่านั้น เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของครามที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบมองหน้าจอด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง ข้อความนั้นกลับทำให้เขานิ่งค้างไปชั่วขณะ
มินตาที่พยายามประคองสติลืมตาขึ้นมองชายหนุ่ม และทันใดนั้น เธอสังเกตเห็นแววตาของครามที่เปลี่ยนไป... จากความคลั่งไคล้ดุดัน กลับกลายเป็นความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วห้อง
ครามละตัวออกจากเธออย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน เขาอ่านข้อความนั้นซ้ำๆ ก่อนจะหันมามองมินตาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา เขาเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดส่งอะไรบางอย่างกลับไปอย่างรวดเร็ว
“เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ มินตา...” ครามกล่าวด้วยเสียงที่เย็นเยียบจนเธอรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แล่นผ่านกระดูกสันหลัง เขาเดินไปที่ประตูห้องพักชั่วคราว ก่อนจะหันกลับมามองเธออีกครั้ง “อย่าเพิ่งดีใจไป... เพราะคนที่คุณไม่อยากเจอที่สุด ไม่ได้มีแค่คนเดียวหรอก”
เสียงล็อกประตูห้องดัง ‘กริ๊ก’ ตามหลังเขาไป ทิ้งให้มินตานั่งตัวสั่นอยู่บนเตียงเพียงลำพัง พร้อมกับความรู้สึกที่ว่า หายนะที่แท้จริงกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเธอมากกว่าที่เคยเป็น
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเร่าร้อนนี้ในทุกๆ ตอนนะครับ - วริศร์วิสกี้
สถาปนิกหนุ่มกับอดีตพรีเซนเตอร์ตัวแสบ•ตอนที่ 9
ค่ำคืนในห้องพักชั่วคราว
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับอดีตพรีเซนเตอร์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!