สถาปนิกหนุ่มกับอดีตพรีเซนเตอร์ตัวแสบ•ตอนที่ 8

เกมวัดใจ

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าหน้าห้องทำงานส่วนตัวดังขึ้นเพียงสองครั้ง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของกรณ์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานแบบคนที่กำลังยืนดูละครฉากใหญ่ “ฉันว่านายกำลังเล่นกับไฟนะคราม... ผู้ชายคนนั้นไม่ได้มาแค่ทักทายแน่” กรณ์เอ่ยขึ้นทันทีโดยไม่ต้องมีคำทักทาย ร่างของมินตาที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้มถึงกับชะงัก เปลือกตาคู่สวยที่เคยหลุบต่ำลงอย่างไร้ความสนใจเงยขึ้นทันพลัด เธอมองหน้าเพื่อนสนิทของครามสลับกับเจ้าของห้องที่ยังคงยืนกอดอกพิงขอบกระจกใส มองลงไปยังลานจอดรถด้านล่างด้วยแววตานิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม ครามไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเพื่อนสนิท คำพูดของกรณ์ราวกับสายลมที่พัดผ่านใบไม้ไหว เขาเพียงแต่ยกปลายนิ้วขึ้นเคาะกระจกเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับกำลังนับถอยหลังบางสิ่งบางอย่างที่เขาเป็นคนกำหนดกติกาขึ้นมาเอง “ปล่อยให้มันขึ้นมาสิครับ” ครามเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เรียบเฉย แต่กลับทรงอำนาจจนทำให้บรรยากาศภายในห้องลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ “ในเมื่อกล้ากลับมาเหยียบบริษัทผม... ผมก็สมควรต้องต้อนรับเขาให้สมเกียรติไม่ใช่หรือไง” มินตากัดริมฝีปากแน่นจนขึ้นสีแดงจัด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นผสมผสานกับความโกรธกรุ่น อดีตที่เธอพยายามฝังกลบมันลงไปในหลุมลึกกำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งโดยฝีมือของผู้ชายเผด็จการคนนี้ ครามไม่ได้แค่ต้องการเอาชนะเธอด้วยคำพูด แต่เขากำลังใช้ ‘สถานการณ์’ บีบให้เธอจนมุม เพื่อดูว่าเธอจะดิ้นรนได้สักแค่ไหน “คุณมันบ้าไปแล้วคราม!” มินตาส่งเสียงลอดไรฟัน ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับเขาโดยไม่เกรงกลัวอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่ม “เรื่องของฉันกับเขา... มันจบไปนานแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์เอาอดีตของฉันมาเป็นเครื่องมือเล่นเกมโรคจิตของคุณ!” ครามค่อยๆ หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วชนิดที่เธอไม่ทันตั้งตัว ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอเอาไว้ บีบกระชับแน่นพอประมาณเพื่อไม่ให้เธอถอยหนี แต่ก็ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นเจ็บ แรงดึงดูดระหว่างเขากับเธอมันรุนแรงเสียจนอากาศรอบตัวราวกับถูกสูบหายไปหมดสิ้น “เกมมันเพิ่งเริ่มต้นต่างหากล่ะครับ มินตา” ครามโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ทำเอาสติสัมปชัญญะของเธอล่องลอยไปชั่วขณะ “คุณกลัวอะไร... กลัวว่าผมจะรู้ว่า ‘มัน’ เคยทำอะไรกับคุณไว้บ้าง หรือว่ากลัวใจตัวเองที่ตอนนี้กำลังสั่นอยู่ใต้ร่างของผมกันแน่” “ทุเรศ...” เธอกัดฟันกรอด พยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่ยิ่งดิ้นรน มือหนากยิ่งรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก แววตาของครามที่มองมาที่เธอมันเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้และความดุดันที่พร้อมจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว กรณ์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบๆ ยอมถอยฉากออกไปอย่างรู้หน้าที่ เขาส่งยิ้มมุมปากให้เพื่อนสนิทก่อนจะเดินเลี่ยงออกนอกห้องไป ปล่อยให้คนทั้งสองเผชิญหน้ากับแรงปรารถนาและปมปัญหาที่กำลังปะทุขึ้นอย่างไม่มีใครยอมใคร ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ครามก็ไม่รอช้าที่จะลดระยะห่างระหว่างกันให้หมดสิ้น ร่างบางถูกดันถอยหลังจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดติดกับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิบอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างถือดี เขายกมืออีกข้างขึ้นไล้กรอบหน้าของเธออย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากนุ่มที่สั่นระริกเบาๆ “ถ้าไม่อยากให้มันเห็นสภาพที่เราอยู่ด้วยกันตอนนี้... ก็เงียบซะ” เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมใบหู ทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง มินตาตัวสั่นเทาด้วยความโกรธและความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก สัมผัสจากปลายนิ้วของเขาร้อนผ่าวราวกับเปลวไฟที่แผดเผาผิวเนื้อ ขณะที่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นโครมครามจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก “ปล่อยนะ... อื้อ!” คำประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี ครามไม่ได้รอให้เธออนุญาต กลีบปากหนาบดขยี้ความดื้อรั้นของเธอด้วยความเร่าร้อนและดุดัน รสจูบที่ทั้งลึกล้ำและเอาแต่ใจทำให้มินตาแทบละลายคาอ้อมแขน ร่างกายที่เคยแข็งขืนค่อยๆ อ่อนยวบยาบลงอย่างน่าอาย มือเรียวที่เคยทุบอกกว้างเพื่อประท้วง กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัวเพื่อพยุงร่างไม่ให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ลิ้นร้อนชื้นแทรกตัวเข้ามาเกี่ยวพัน ไล่ต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย ครามตักตวงความเย้ายวนจากเธอครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับคนอดอยากมานาน ความนิ่งขรึมที่เคยมีมลายหาย Wไปสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนของนักล่าที่ต้องการประกาศความเป็นเจ้าของ มือหนาเลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางคอดกิ่วให้แนบชิดสนิทแนบกับแผงอกแกร่ง ร่างกายของทั้งคู่แนบสนิทกันจนรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมๆ กัน ความวาบหวามแล่นพล่านไปตามเส้นประสาททุกอณู มินตาหลับตาลงรับสัมผัสที่ทั้งน่ากลัวและชวนหลงใหลนี้อย่างจำยอม แรงดึงดูดระหว่างเธอกับเขามันรุนแรงเกินกว่าที่กำแพงแห่งความหยิ่งทะนงจะต้านทานไหว ในวินาทีที่สติของเธอกำลังจะหลุดลอยไปกับรสจูบอันยาวนานและวาบหวาม เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนที่กำลังเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูกระจกบานเดิมก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติด พร้อมกับลูกบิดประตูที่ค่อยๆ ถูกบิดหมุนเปิดเข้ามาอย่างช้าๆ โดยที่คนด้านนอกไม่ได้รอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย ครามผละริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ดวงตาคมกริบหันไปมองร่างของชายหนุ่มแปลกหน้าที่ก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเขา พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ขณะที่มินตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามา... คนที่เธอไม่อยากพบเจอมากที่สุดในชีวิตนี้ ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "วริศร์วิสกี้" เสมอมาครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับอดีตพรีเซนเตอร์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%