สถาปนิกหนุ่มกับอดีตพรีเซนเตอร์ตัวแสบ•ตอนที่ 4

ฝนตก ถนนลื่น และรถเสีย

ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
เสียงคำรามต่ำในลำคอของเครื่องยนต์ยุโรปคันหรูดับลงพร้อมๆ กับที่หายนะบนท้องถนนเริ่มก่อตัวขึ้น เม็ดฝนขนาดใหญ่เทกระหน่ำลงมาใส่หลังคารถกระบะและกระจกหน้าจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถลาย แสงไฟนีออนจากป้ายร้านค้าริมทางสาดส่องผ่านม่านน้ำฝนหนาทึบจนกลายเป็นแสงสีส้มแดงที่บิดเบี้ยว น่าประหลาด... บรรยากาศภายในห้องโดยสารที่แคบลงถนัดตากลับร้อนระอุขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุ ครามยังคงนิ่งเงียบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องมองตรงไปยังเบื้องหน้า แม้ว่าเครื่องยนต์จะตายสนิทกลางถนนสายเปลี่ยวเพราะความร้อนขึ้นสูง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขากำลังกังวล ความใส่ใจทั้งหมดของสถาปนิกหนุ่มถูกดึงดูดเข้ามาขังไว้ในพื้นที่จำกัดแห่งนี้... พื้นที่ที่มีกลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือจางผสมผสานกับกลิ่นฝนจางๆ และที่สำคัญที่สุด มันมีผู้หญิงที่กำลังทำให้สติสัมปชัญญะของเขาขาดผึ่งลงทีละนิด "รถบ้าอะไรเนี่ย มาเสียเอาตอนนี้เนี่ยนะ" มินตาสบถเบาๆ พลางยกมือขึ้นเสยกลุ่มผมยาวสลวยที่ชื้นเหงื่อและละอองฝนที่เล็ดลอดเข้ามาตอนที่เธอกระโดดขึ้นรถหนีตายจากพายุหน้าร้านกาแฟเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน อินฟลูเอนเซอร์สาวหันขวับมามองคนขับด้วยความหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์ เสื้อเชิ้ตสีขาวบางเบาที่เปียกชื้นแนบไปกับแผ่นหลังและเนินอกอิ่มเอิบ ยิ่งขับเน้นสัดส่วนยั่วยวนโดยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ตัว หรือบางที... เธออาจจะรู้ดีอยู่แล้วแต่จงใจท้าทายเส้นความอดทนของเขา "โทรเรียกช่างสิคุณ จะนั่งทำหน้าเป็นพระอิฐพระปูนอยู่ทำไม" น้ำเสียงของเธอตวัดห้วนเล็กน้อย ใบหน้าเนียนสะบัดหนีไปมองกระจกข้างที่ฝ้าขึ้นหนา "โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณ" ครามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพวงมาลัยรถเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนความกระวนกระวายที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งขรึม "และถึงมี... แถวนี้ก็ไม่มีอู่ไหนยอมวิ่งมารับรถกลางดึกในพายุแบบนี้หรอกครับ คุณมินตา" มินตาหันขวับกลับมา ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความระอา "แปลว่าเราต้องติดแหง็กอยู่ในรถคันนี้ด้วยกันสองคน จนกว่าฝนจะหยุดงั้นเหรอ?" "ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นครับ" ครามเบนสายตาจากพวงมาลัยมาช้าๆ ดวงตาคมกริบคู่นั้นเปลี่ยนเป้าหมายมาหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าเนียนใสของหญิงสาว รัศมีคุกคามแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอย่างเงียบเชียบ ราวกับนักล่าที่ต้อนเหยื่อเข้ามาในมุมอับโดยไม่มีทางหนีทีไล่ บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงฝนที่กระหน่ำซัดสาดด้านนอกกลายเป็นเพียงฉากหลังอันเลือนราง เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นร้อนที่สอดประสานกันภายในพื้นที่อันน้อยนิด "มองอะไรเล่า มีอะไรติดอยู่บนหน้าฉันหรือไง" มินตาขยับตัวถอยหนีไปชิดกับประตูรถโดยอัตโนมัติ เมื่อร่างสูงใหญ่ของคนข้างกายเริ่มขยับเข้าประชิด พื้น ที่ระหว่างเบาะคนขับและเบาะโดยสารแทบไม่เหลือช่องว่าง "เปล่าครับ..." ครามขยับกายเข้าหาช้าๆ น้ำเสียงของเขาต่ำทุ้งและนุ่มนวลอย่างน่าขนลุก "แค่กำลังคิดว่า... บางทีการที่รถเสียกลางทาง อาจจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในวันนี้" "คุณบ้าไปแล้วหรือไง คราม!" มินตาร้องอุทานออกมาเมื่อมือหนาข้างหนึ่งเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดและทรงพลังเสียจนเธอไม่มีทางสะบัดหลุด ปลายนิ้วกร้านของสถาปนิกหนุ่มไล้ขึ้นมาตามข้อแขนเนียนช้าๆ สัมผัสที่จงใจลูบไล้นั้นสร้างกระแสไฟฟ้าแปลบปลาบแล่นริ้วไปทั่วร่างกายนางเอกสาวจนเธอต้องสะดุ้งเฮือก "ปล่อยนะ..." เสียงของเธอเบาหวิวลงไปถนัดตา เมื่อใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับความดุดันที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา กำลังทำให้สมองของเธอขาวโพลน "เราคุยกันค้างไว้ตั้งแต่ที่บริษัทแล้วนะครับ คุณมินตา..." ครามกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงของเขาพร่าเลือนแต่ทรงพลังราวกับเวทมนตร์ "คุณจงใจเดินเข้ามาในชีวิตผมอีกครั้ง ทำตัวเป็นหนามยอกอก ปั่นหัวผมให้คลั่ง แล้วคุณคิดว่าจะถอยหลังหนีไปได้ง่ายๆ งั้นเหรอครับ?" "ฉันไม่ได้..." คำปฏิเสธถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยักลึกทาบทับกลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้การCensoredและปราศจากการลังเล ความนุ่มนวลในคราแรกแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนดุดันในเสี้ยววินาที ครามกดริมฝีปากบด3เคล้าลงมาอย่างเอาแต่ใจ เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างตะกละตะกราม มินตาครางอือในลำคอ พยายามจะทุบไหล่กว้างเพื่อประท้วง แต่เรียวแรงทั้งหมดกลับละลายหายไปกับรสจูบที่ร้อนแรงดั่งไฟเยอร์ มือหนาอีกข้างเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยของเธอ บังคับให้อินฟลูเอนเซอร์สาวต้องเงยหน้ารับสัมผัสที่ลึกล้ำและวาบหวามยิ่งขึ้น รสจูบที่ทั้งดุดันและเรียกร้องทำให้หัวใจของมินตาสั่นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความโกรธเกลียดและความถือดีที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าภายใต้ฝ่ามืออุ่นร้อนที่ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังบาง ลากผ่านส่วนโค้งเว้าจนเธอต้องแอ่นกายเข้าหาโดยสัญชาตญาณ ผ้าเชิ้ตสีขาวที่เปียกชื้นยิ่งเพิ่มความไวต่อสัมผัส ฝ่ามือของครามสอดเข้าไปใต้ร่มผ้า ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มราวน้ำนม ความเย็นยะเยือกจากสายฝนภายนอกถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มที่แผดเผาจนเหงื่อกาฬซึมตามไรผม ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น เสียงหอบหายใจและเสียงครางแผ่วเบาเคล้าคลอไปกับเสียงสายฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอกรถ ครามถอนริมฝีปากออกมาชั่วครู่เพื่อให้เธอได้โกยอากาศเข้าปอด ดวงตาคมกริบฉายแววปรารถนาอันดิบเถื่อนอย่างไม่ปิดบัง ริมฝีปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มพึงใจเมื่อเห็นสภาพของแม่พยศสาวที่ตอนนี้ริมฝีปากบวมเจ่อและดวงตาฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำใสแห่งอารมณ์ "คุณมัน... คนอันตราย..." มินตาหอบหายใจสะท้าน พยายามเค้นเสียงพูดออกมาทั้งที่ร่างกายนุ่มนิ่มแทบจะหลอมละลายคาอ้อมอกเขา "แต่คุณก็ปฏิเสธผมไม่ได้เหมือนกัน ใช่ไหมครับ?" ครามกระซิบชิดใบหูเล็ก พ่นลมหายใจร้อนผ่าวรดต้นคอขาวผ่องจนเธอสะấuทาน มือแกร่งรวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่นยิ่งขึ้น แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งคู่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดอย่างไร้ทางทานต้าน ทว่า... ในวินาทีที่เปลวเพลิงแห่งความเสน่หาำลังจะแผดเผาทุกสิ่งจนมอดไหม้ เสียงเคาะกระจกรถด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน! *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* ครามชะงักกึก ดวงตาคมกริบไหววูบด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจ เขากวาดสายตามองผ่านกระจกที่ขึ้นฝ้าหนาออกไปด้านนอกฝ่าม่านน้ำฝน และภาพที่สะท้อนผ่านแสงไฟถนนทำให้เขาต้องขมวดคิ้วมุ่น ร่างสูงโปร่งของใครบางคนยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนโดยไม่กางร่ม ใบหน้าภายใต้ฮู้ดสีดำหันมามองตรงมาที่กระจกรถฝั่งคนขับ ก่อนที่คนๆ นั้นจะยกมือถือขึ้นมาและกดโทรศัพท์เข้าหาเครื่องของครามทันทีที่หน้าจอรถปราศจากสัญญาณเตือน เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือของครามแผดเสียงดังลั่นทำลายความเงียบงันภายในรถ มินตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อหน้าจอโทรศัพท์ของครามที่วางอยู่บนคอนโซลรถปราศจากความลับ ปรากฏชื่อของบุคคลที่เธอไม่คาดคิดว่าจะมาโผล่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ในเวลานี้... *กรณ์*... หุ้นส่วนและเพื่อนสนิทของครามกำลังยืนอยู่ข้างรถของพวกเขา พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ซ่อนอยู่หลังม่านสายฝน ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในความมืดมนเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับอดีตพรีเซนเตอร์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%