หน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงยังคงสว่างวาบ ชื่อของ ‘กรณ์’ กระพริบถี่ๆ ดั่งสัญญาณเตือนภัยที่พร้อมจะระเบิดความลับทุกอย่างให้แหลกคราบ
ครามไม่ได้ปัดสายตาทิ้งอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก นิ้วแกร่งชะงักค้างอยู่กลางอากาศ นัยน์ตาคมกริบสีนิลมองหน้าจอเครื่องนั้นสลับกับใบหน้าซีดเผือดของมินตาที่กำลังพยายามโกยลมหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบาก เรือนร่างเปลือยเปล่าภายใต้ผ้าห่มผืนหนาสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศ แต่เป็นเพราะความจริงที่กำลังไล่ล่าเธอมาติดๆ
"กรณ์โทรมาดึกดื่น... และยังพยายามโทรซ้ำๆ ในเวลาแบบนี้" เสียงทุ้มต่ำของครามดังขึ้น ทำลายความเงียบงันในห้องนอนกว้างอย่างเยือกเย็น แต่น่ากลัว "มันหมายความว่าอย่างไร มินตา... ทำไมเพื่อนฉันถึงต้องร้อนรนอยากคุยกับเธอขนาดนั้น ในเมื่อพวกเธอควรจะเป็นแค่สถาปนิกกับอินฟลูเอนเซอร์ที่เพิ่งมาร่วมงานกัน"
มินตากัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด เธอพยายามเบือนหน้าหนีสายตาคุกคามที่จ้องมองมาดั่งสัตว์ป่ารอตะครุบเหยื่อ มือเรียวบางพยายามดึงผ้าห่มขึ้นคลุมกายให้มิดชิดยิ่งขึ้นเพื่อสร้างเกราะป้องกัน แต่เธอก็รู้ดีว่า... ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ เกราะป้องกันอะไรก็ไร้ความหมาย
"ปล่อยฉันเถอะค่ะ... เอ๊ย ปล่อยฉันเถอะครับ..." มินตาเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นมุมปากของครามกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียม "ฉัน... ผมหมายถึง ผมไม่มีอะไรจะพูดเรื่องกรณ์ทั้งนั้น ปล่อยให้ฉันลุกไปแต่งตัวเถอะค่ะ... ครับ!"
เธอสับสนไปหมดแล้ว ทั้งความหวาดกลัว ทั้งความเร่าร้อนจากบทรักเมื่อครู่ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด และความลับที่เธียรซ่อนไว้กำลังจะพังทลาย
"คิดจะหนีอีกแล้วสินะ" ครามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงกดดัน ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเข้าหาอย่างคุกคาม ฝ่ามือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ไม่ยอมให้เธอถอยหนีไปไหนได้อีก "คุณนี่เก่งเหลือเกินนะมินตา เก่งในการซ่อนตัว เก่งในการสร้างกำแพง... และเก่งในการทำให้ฉันคลั่ง"
"ฉันไม่ได้หนี!" เถียงกลับเสียงสั่นแต่ยังคงความดื้อรั้นไว้ในแววตา กลมโตคู่นั้นตวัดมองเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้เนื้อตัวจะสั่นเทา "ปล่อยข้อมือฉันนะคราม เจ็บนะ!"
"เจ็บแค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ กับสิ่งที่เธอปิดบังฉันอยู่" ครามโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียน กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับความดุดันของผู้ชายทำให้มินตาแทบละลาย "บอกความจริงฉันมา... กรณ์มันตามหาอะไรในอดีตของเธอ ทำไมมันถึงโทรหาผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงของฉันในเวลานี้"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาซักไซ้ฉัน!" มินตากลั้นใจตะโกนใส่หน้าเขา แม้หัวใจจะเต้นรัวระทึกด้วยความหวาดกลัว "เรื่องในอดีตมันก็คืออดีต! ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่จะต้องมารายงานทุกเรื่องให้คุณฟัง! เราก็แค่..."
"แค่ผัวเมียชั่วคราวอย่างนั้นเหรอ?" ครามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดและเต็มไปด้วยความโทสะที่พุ่งพล่าน ดวงตาดำมืดสะท้อนภาพเธอที่ดิ้นรน "จำใส่สมองเอาไว้มินตา ว่าคนที่นอนอยู่ใต้ร่างฉัน ไม่มีวันเป็นแค่คนอื่น... และถ้าฉันอยากรู้เรื่องอะไร ไม่มีทางที่เธอจะปิดบังฉันได้พ้นหรอก"
พูดจบ ครามก็ไม่รอให้เธอได้อ้างอะไรอีกริมฝีปากร้อนจัดทาบทับลงมาปิดเรียวปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงอย่างไร้ความปรานี จูบครั้งนี้ไม่ใช่ความนุ่มนวลหรือเร่าร้อนแบบคนรัก แต่เป็นการลงทัณฑ์ เป็นการประกาศความเป็นเจ้าIเข้าûครอบครองที่ดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ มินตาครางประท้วงในลำคอ พยายามใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกกว้างออก แต่แรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดเสือร้าย
เรียวลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของความดุดันและกลิ่นไอร้อนแรงแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มินตาพยายามจะเบือนหน้าหนี แต่ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งกลับรวบท้ายทอยของเธอไว้มั่น บังคับให้เธอต้องรับสัมผัสที่วาบหวามและบีบคั้นนี้อย่างจำยอม ความโกรธ ความกลัว และแรงดึงดูดทางกายที่ตัดกันไม่ขาดตีรวนอยู่ในอกจนเธอแทบหายใจไม่ออก
เนิ่นนานกว่าเขาจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้เธอนอนหอบหายใจโยนตัวอยู่บนฟูกนุ่ม ดวงตาฉ่ำน้ำมองเขาด้วยความตัดพ้อและหวาดหวั่น ขณะที่ครามโน้มใบหน้าลงมาแนบชิดใบหูของเธอ กระซิบเสียงพร่าด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
"อยากจะตัดสายมันใช่ไหม... อยากจะทำเป็นมองไม่เห็นความจริงใช่ไหม งั้นก็ลองพิสูจน์ให้ฉันเห็นสิว่า เธอยังมีสติพอจะสนใจไอ้กรณ์นั่นอีกไหม... ถ้าคืนนี้เธอยังกล้าคิดถึงผู้ชายคนอื่นนอกจากฉัน"
ไม่ทันที่มินตาจะได้เอ่ยปากปฏิเสธ ครามก็ลากไล้ริมฝีปากร้อนผ่าวลงมาตามซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มเบาๆ สร้างรอยสีุ่กุหลาบซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อตีตราจอง มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ผ้าห่ม ปลุกเร้าไฟสวาปามที่เพิ่งมอดดับไปให้ลุกโชนขึ้นมาใหม่อย่างรวดเร็วและรุนแรงยิ่งกว่าเดิม มินตาหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง ร่างกายทรยศต่อจิตใจเมื่อสัมผัสของเขาเริ่มทำให้เธอสั่นสะท้านและพ่ายแพ้
ติ๊ด... เสียงหน้าจอโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงดับลงในที่สุด กรณ์ตัดสายไปแล้ว... แต่ในขณะที่ลมหายใจของทั้งคู่กำลังประสานกันเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนระอุ เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องนอนก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน!
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ครามชะงักกึก เงยหน้าขึ้นจากลำคอระหงด้วยแววตาดุดันและเต็มไปด้วยโทสะที่ถูกขัดจังหวะ ขณะที่มินตาดวงตาเบิกกว้างสุดขีด หัวใจหล่นไปตาตุ่มเมื่อได้ยินเสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยตะโกนเรียกชื่อเธอจากหน้าห้องพัก
"มินตา! ผมเอง... กรณ์! เปิดประตูให้ผมหน่อย ผมรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นนี้ร่วมกันนะครับ
สถาปนิกหนุ่มกับอดีตพรีเซนเตอร์ตัวแสบ•ตอนที่ 11
เช้าวันใหม่กับความจริงที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย วริศร์วิสกี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วริศร์วิสกี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหนุ่มกับอดีตพรีเซนเตอร์ตัวแสบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!